ข่าว

ถ่ายทอดงานศิลป์สมเด็จพระเทพฯ

ถ่ายทอดงานศิลป์สมเด็จพระเทพฯ

18 พ.ย. 2558

ไลฟ์สไตล์ : ถ่ายทอดงานศิลป์สมเด็จพระเทพฯ ผ่าน ‘ศิลป์สิรินธร์ ศิลปินสยาม’

 
        รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระอัจฉริยภาพหลากหลายแขนง โดยเฉพาะด้านศิลปะนั้นแม้บางแขนงจะไม่ได้ทรงศึกษาโดยตรงหากทรงพระปรีชาสามารถในการถ่ายทอดมุมมองส่วนพระองค์ออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เหตุนี้ มูลนิธิเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ จึงร่วมมือกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด รวบรวมพระอัจฉริยภาพทั้งศิลปกรรม วรรณกรรม และภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ไว้ในหนังสือทรงคุณค่าชื่อ “ศิลป์สิรินธร์ ศิลปินสยาม” จัดงานเปิดตัวพร้อมพูดคุยกับทีมงานผู้จัดทำหนังสือโดยมี ร.ท.ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รองประธานกรรมการ และเลขานุการมูลนิธิเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติมาเป็นประธาน ที่คริสตัล คอร์ท ชั้นเอ็ม สยามพารากอน บ่ายวันก่อน
 
        ฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะประธานกรรมการจัดทำหนังสือ เผยความตั้งใจว่า เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา โดยได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตในการจัดทำหนังสือจำนวน 5,000 เล่ม รวบรวมพระราชนิพนธ์ในงานศิลปกรรม วรรณกรรม และภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเล่มหนึ่ง เพื่อให้คนไทยโดยเฉพาะเยาวชน ที่อยู่ตามโรงเรียนและสถาบันต่างๆ มีโอกาสชื่นชมและศึกษาพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน ตั้งใจแจกจ่ายให้เด็กๆ ตามโรงเรียน หน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งราชการและเอกชน ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ที่ร้านเอเชียบุ๊ค และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป รายได้ทั้งหมดจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป
 
        ศ.เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิตร กรรมการจัดทำหนังสือผู้ถ่ายทอดถึงพระอัจฉริยภาพผ่านบทความที่ใช้ชื่อว่า “ศิลปกรรมรังสรรค์” เผยว่า ต้องเข้าใจว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไม่ได้ทรงศึกษาศิลปะมาโดยตรง แต่ทรงศึกษาด้วยความชอบ ดังนั้นถ้าจะใช้มาตรฐานทางวิชาการไปวัดคุณค่าคงไม่ได้ พระองค์โปรดศิลปะ 3 แขนงใหญ่ๆ คือ จิตรกรรม วาดเส้น ภาพพิมพ์ รวมถึงภาพล้อและการออกแบบ โดยเฉพาะภาพล้อที่ทรงสนุกสนานกับการวาดเขียนตั้งแต่พระชนมายุ 3 พรรษาเศษ แต่ช่วงทรงศึกษาที่จุฬาฯ ทรงห่างหายไป แต่ระหว่างนี้ก็ทรงเขียนรูปล้อทั้งพระอาจารย์ พระสหายหรือแม้แต่พระพี่เลี้ยง
 
        ในส่วนของผู้ถ่ายทอดถึงพระอัจฉริยภาพผ่านบทความที่ใช้ชื่อว่า “วรรณศิลป์สุนทรีย์”
 
        ศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร เล่าว่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์มาถึงปัจจุบัน ทรงมีลีลาการประพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยพระอารมณ์ขัน และความเป็นกันเอง ทรงเป็นนักเล่าเรื่องด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ และรู้สึกเพลิดเพลินตามไปด้วย
 
        จุดเด่นของวรรณกรรมในพระองค์นั้นคือสามารถทรงงานได้ 3 สาขา ได้แก่ กวี งานเขียน และงานแปล ในส่วนของกวีมีทั้งร้อยแก้ว ร้องกรอง ส่วนความเป็นนักเขียนมีทั้งสารคดีเสด็จฯ ต่างแดน เรื่องสั้นสำหรับเด็ก ขณะที่ความเป็นนักแปล ด้วยทรงมีความสามารถด้านภาษาทั้งอังกฤษ ละติน ฝรั่งเศส จีน เขมร บาลี สันสกฤต งานพระราชนิพนธ์ของพระองค์จะมีความสนุก พร้อมสาระ อย่างเวลาเสด็จฯ ต่างแดนเขาให้เสวย ให้ทำอะไร ก็ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้เกียรติและเป็นประสบการณ์ชีวิต แล้วทรงเขียนมาบอกเล่าอย่างสนุกสนาน
 
        ขณะที่ นิติกร กรัยวิเชียร ผู้ถ่ายทอดถึงพระอัจฉริยภาพผ่านบทความด้านภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เผยว่า ภาพถ่ายของพระองค์ ทรงเล่าสารพัดเรื่อง ทรงถ่ายทอดทุกอย่างที่สนพระราชหฤทัย ทั้งจากพระราชฐาน พระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ ทุกปีจะการจัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่พระราชทานมา เป็นภาพถ่ายทอด 2 เรื่องคือบันทึกความทรงจำในกิจวัตรประจำวัน กับอีกส่วนโปรดเรื่องวาดภาพ โดยช่วงทรงพระเยาว์จะทรงวาดภาพตามแบบภาพของฝรั่ง ต่อมามีพระราชดำริว่าถ้าทรงฉายเองแล้วนำมาเป็นแบบวาดจะดีกว่า คนที่โอกาสได้เห็นภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ก็จะเห็นในสิ่งที่พระองค์ทอดพระเนตรด้วยความสนพระราชหฤทัย