ข่าว

ความสมดุล..ที่ตรงไหน?

ความสมดุล..ที่ตรงไหน?

17 พ.ย. 2558

ความสมดุล..ที่ตรงไหน? : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

              การทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของ “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำโดย มีชัย ฤชุพันธุ์” ผ่านมา 43 วันแล้ว โดยบทบัญญัติแต่ละมาตราและในหมวด หรือในหัวข้อที่สำคัญๆ ได้ก้าวมาถึงจุดไฮไลท์แล้วเช่นกัน

             นั่นคือ การเขียนเนื้อหาเพื่อวางโครงสร้างทางการเมืองใหม่ เพื่อตอบโจทย์ 10+5 ประการที่ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ตั้งเป้าหมาย และความสมบูรณ์ของกติกาที่ต้องยึดความเสมอภาค

             ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา “กรธ.” ตั้งใจโยนหิน ปม “ระบบเลือกตั้งใหม่-จัดสรรปันส่วนผสม ที่หัวใจคือให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมายต่อการกำหนดตัว ส.ส.” และ “ที่มาของนายกฯ แม้จะคงรูปแบบให้นายกฯ ถูกโหวตเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่สร้างเงื่อนไขใหม่ คือ พรรคการเมืองต้องยื่นรายชื่อผู้ที่พรรคสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ กกต.” เพื่อให้ร่วมถกเถียง และช่วยขบคิดจุดบอดที่อาจเกิดในกระบวนการปฏิบัติ

             ความตั้งใจที่ “มีชัย” ยอมเปิดเผยรายละเอียด ถึงขั้นยอมเสียเวลาการประชุม 5 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าว คือ ต้องการชี้แจงรายละเอียดตรงสู่สังคม เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน อีกส่วนคือเพื่อตอบทุกข้อสงสัยของบรรดานักเลือกตั้ง ที่ยังตั้งแง่ต่อแนวคิดระบบใหม่

             สำหรับเป้าหมายที่แท้จริง คือ หามุมมองความเห็น เพื่อสร้างจุดสมดุลแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใหม่

             วิธีหาจุดสมดุลแรก คือ ความคิด และความเห็นของนักการเมือง–นักเลือกตั้ง ที่คณะทำงานฝ่ายสนับสนุน กรธ.จะมอนิเตอร์ผ่าน หนังสือพิมพ์–บทความ–เวทีสื่อสารออนไลน์ ต่อประเด็นที่ กรธ.ตั้งใจโยนประเด็นให้วิจารณ์-ถกเถียง

             ขณะที่วิธีการได้มาซึ่งจุดสมดุลที่สอง คือ การสำรวจความต้องการและความเห็นของประชาชนต่อรายละเอียดในระบบใหม่ ผ่านช่องทางรับฟังความเห็น และผ่านศูนย์สำรวจความคิดเห็น อย่างน้อย 2 สำนัก คือ “นิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์” และ “สวนดุสิตโพล ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต”

             ทั้งนี้ “ชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. ฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน” ยอมรับว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็นหลักที่ใช้ คือ “นิด้าโพล” เพราะมีความพร้อมและไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจ้างวาน ขณะที่ประเด็นซึ่งนำไปถามความเห็นประชาชน จะถูกส่งไปจากอนุกรรมการโดยตรง

             โดยล่าสุดนั้น “นิด้าโพล” มีผลสำรวจความเห็นต่อระบบการเลือกตั้งใหม่ แนวโน้มความเห็นข้างมากพบว่า ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนไปเลือกตั้งต้องถูกนำไปคำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส. คิดเป็นร้อยละ 69.68 และต่อประเด็นใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เสียงข้างมากร้อยละ 80.56 เห็นด้วยเพราะง่ายและสะดวก

             ทางด้าน “ดุสิตโพล” ต่อเรื่องที่มานายกฯ เสียงข้างมากไม่ติดใจเรื่อง นายกฯ จะเป็นส.ส.หรือไม่ ขอเพียงเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม

             แต่ผลสำรวจความเห็นของประชาชนนั้น ดูเหมือนจะขัดกับบรรดานักเลือกตั้งที่ต้องการให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม และต้องการให้ระบบประชาธิปไตยที่เคารพเสียงของประชาชนที่ตัดสินใจเลือกผู้แทนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง และผู้ที่สภาจะโหวตให้เป็นนายกฯ ต้องมีตำแหน่ง ส.ส.

             ดังนั้นจุดสมดุลที่ “กรธ.” กำลังคิด มีทั้งความง่ายและยากในที เพราะหากจะง่ายสุด คือ เขียนตามใจเสียงข้างมาก แต่ที่ยากคือ จะทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ขัดใจนักเลือกตั้งที่สังคมไทยยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีบารมีได้อย่างไร?