
บิ๊กตู่สั่งเข้มความปลอดภัยเต็มที่
16 พ.ย. 2558
นายกฯ กำชับตร.-ทหาร-สมช.รักษาความปลอดภัยเต็มที่ หลังเกิดเหตุโจมตีกรุงปารีส แจงใช้ ม.44 เพื่อระบายข้าว บอก ยิ่งลักษณ์ เขียนจม.เปิดผนึกถือเป็นสิทธิ ไม่ปิดกั้น
16 พ.ย.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ว่า
“ต้องปรับมนุษย์ปรับคนเพื่อให้ทุกคนช่วยกันดูแลและเฝ้าระวัง มาตรการต่างๆเรามีทุกมาตรการอยู่แล้วตั้งแต่การป้องปราม การเฝ้าระวัง สืบสวน ปราบปราม จับกุม การใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีมีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญประชาชนทุกคนต้องเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตา คนไทยมีทั้งหมด 70 ล้านคน ถ้าช่วยกันดูคนละนิดคนละหน่อยก็จะปลอดภัย แต่ไอ้นี่ดูก็ไม่ดู เจ้าหน้าที่ก็ไม่ชอบมันจะทำอะไรได้ อย่างไรก็ตามผมได้สั่งมาตรการทางตำรวจ ทหาร สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ไปเต็มที่แล้ว ก็เหลืออยู่ที่ว่ามันจะเกิดได้หรือไม่ได้ วันนี้ทุกคนก็ต้องรู้ว่าบ้านเมืองทุกประเทศนี้มันมีความเสี่ยงในทุกๆสถานการณ์ในโลกใบนี้ ทั้งความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้ง โรคระบาด เศรษฐกิจ สุดโต่ง ก็รู้อยู่ ไม่มีใครปลอดภัย 100 % หรอก ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือกัน ทั้งนี้ก็เสียใจกับชาวฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เสียชีวิต และผู้สูญเสียทั้งหมด ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว และเราต้องเป็นกำลังใจให้กันและกัน เราคงไม่ใช่ stronger Together ในไทยอย่างเดียว ต้องทั้งโลก”
‘นายกฯ’ แจงใช้ ม.44 ระบายข้าว บอก ‘ปู’ เขียนจม.เปิดผนึกถือเป็นสิทธิ ไม่ปิดกั้น
16 พ.ย.58 เมื่อเวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าตัวเลขความเสียหายคดีจำนำข้าว ว่า การอ้างถึงเหตุผลและความจำเป็นของโครงการที่ระบุว่าต้องขาดทุนเพราะเป็นมาตรการของรัฐ ถามว่าการขาดทุนตรงนั้น มันเหมาะสมหรือไม่ ประชาชนได้รับประโยชน์เท่าไหร่ ซึ่งมีสัดส่วนและการคำนวณอยู่ โดยคณะกรรมการที่กำลังประเมินอยู่ ตอนนี้อย่าไปพูดว่าเท่าไหร่ ตนไม่อยากพูด เพราะยังไม่ได้ข้อยุติ จะพูดไปทำไม เดี๋ยวพอออกมาว่าเท่านี้ แล้วไม่ตรงก็หาว่าปกปิดซ่อนเร้นอีก ต้องรอให้คณะกรรมการชี้แจงอีกที เพราะอย่างไรก็ต้องเสียอยู่แล้วตามเหตุผลที่เขาว่า แต่ส่วนที่สองคือเสียไปแล้วมีการทุจริตหรือไม่ ทำให้กลไกข้าวและการผลิตเสียหายเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ต้องดูมิติตรงนั้นด้วย ไม่ใช่ขายได้เท่าไหร่หรือขาดทุนเท่าไหร่ คนละเรื่องกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงใช้คำสั่งทางปกครอง ไม่ใช้การฟ้องศาลแพ่ง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มันมีกฎหมาย 2 ช่องทางใช่หรือไม่ เขาให้เลือก โดยคำว่าเลือกปฏิบัติคือต้องทำ ตามที่เขียนว่าใช้ในระยะเวลาเท่าไหร่ ที่ถามแบบนี้เพราะไปฟังอีกข้างหนึ่งมาใช่หรือไม่ ถามมาแบบที่เขาเขียนมา ทำไมไม่ใช้อันนู้นอันนี้ ซึ่งตอนแรก ใช้อีกอันก็ไม่เอา พอมามีอันนี้เขาก็บอกไม่ให้ใช้อีก ทำไมต้องไปตามใจคนที่อยู่ในคดี ต้องให้เขาว่าทางกฎหมายมา
“และผมได้บอกแล้วว่ามาตรการทางการปกครองนั้นไม่ใช่ผิดแล้วเรียกมาพรุ่งนี้จ่ายเงิน มันใช่ที่ไหน เขาก็ไปฟ้องศาลปกครองมาซิ ให้ยกเลิกคำสั่งตรงนี้ ไปฟ้องมาถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็ไปฟ้องมา ศาลปกครองก็ยกเลิกก็จบแล้ว เข้าใจหรือยัง ปัดโธ่ ไม่ใช่ว่าผมจะใช้มาตรา 44 สั่งว่าผิดแล้วจ่ายเงินพรุ่งนี้ มันใช่ที่ไหน”
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การใช้มาตรา 44 นั้น เพื่อที่จะระบายข้าวให้ได้ พอระบายไม่ได้ก็บอกว่ารัฐบาลเก็บไว้จนเสีย แล้วจะทำอย่างไร เมื่อระบายไม่ได้ราคาก็ฟ้องอีก ว่าขายข้าวขาดทุน ซึ่งมันเรื่องอะไรที่จะให้เจ้าหน้าที่เขาเดือดร้อนอีก ใครทำให้มีปัญหาก็เข้ากระบวนการมา อย่าเอาคนที่เขาไม่เกี่ยวไปเข้ากระบวนการด้วย ทำอย่างนั้นไม่ได้ ทั้งนี้ต้องไปดูและถาม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและทีมโฆษกที่จะแถลงวันเดียวกันนี้เอาแล้วกัน ว่าทำไมต้องใช้กฎหมายอันนี้อันนั้น เมื่อใช้ถูกแล้วจะเป็นอย่างไร ต้องถามให้เป็นประเด็นอย่างนี้ อย่าไปถามในเชิงที่ว่าอันนี้ไม่ให้ใช้ ทำไมต้องใช้ ต้องถามว่า ใช้เพราะเหตุผลอะไร
เมื่อถามถึงการออกจดหมายเปิดผนึกของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองอะไร มันเป็นสิทธิ อยากพูดอะไรก็พูดมา ตนให้สิทธิทุกคน ต้องไปพูดว่า ตนไม่ได้ละเมิดสิทธิใครเลย อยากจะพูดจะเขียนอะไรก็ทำมา แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้ต่างชาติมากล่าวหาว่าตนปิดกั้นความคิดเสรีภาพประชาชน ประชาธิปไตย ปล่อยให้เขาว่าตนทุกวัน แล้วจะเอาอะไรกับตน เอาแต่ได้กันหรืออย่างไร แต่ไม่ให้ทำงาน ติไปทุกอย่าง
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีอารมณ์ไม่ดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ถ้ารออารมณ์ดี ไม่มีหรอก อารมณ์ดีไม่มีแล้ว เพราะมันต้องทำงาน ต้องเร่งงาน”
‘นายกฯ’ เปิด ‘GovChannel ศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับปชช.’
16 พ.ย.58 เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาควมสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานเปิดตัว “GovChannelศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐของหน่วยงานต่างๆของภาครัฐ
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ไม่ได้มีกำหนดการให้ตนพูด แต่มันทรมานไม่ใช่ทรมานที่ไม่ได้พูด แต่ทรมานเพราะปัญหามันมีมาตลอด สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจเนื่องจากมีความขัดแย้งในการทำงานสูง โดยเฉพาะการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย ที่ตนยอมรับฟังเหตุผลในเจตนาที่ดีเอามาปรับปรุง แต่ในส่วนที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังกระทบกับการทำงาน ให้กลับไปสู่ประชาธิปไตยเต็มร้อยแบบเดิม การเปิดโครงการนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน เพราะเราจะต้องเติบโตไปด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงมีความขัดแย้งและคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะผู้ที่เคยได้รับผลประโยชน์ได้รับผลกระทบ ประชาชนจึงต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และจะต้องถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งข้อมูลที่จะทำให้ตัวเองเสียประโยชน์คนมักไม่ค่อยอ่านถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มองได้ว่าประชาชนยังติดกับดักตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนรู้ข้าราชการเหนื่อยแสนสาหัสเพราะต้องเริ่มอะไรใหม่ๆหลายอย่าง แต่อยากให้ย้อนกลับไปทบทวนดูว่ามีอะไรคุ้มค่ากับที่เหนื่อยหรือไม่ เพราะคนเหลียวกลับที่เดิมตลอดเวลาเพื่อกลับไปหาหนทางสะดวก การที่เราจะกลับไปสู่สังคมสงบสุขสันติจึงเป็นเรื่องยาก จึงต้องแก้ไขที่จิตใจของตัวเอง และข้าราชการที่อย่าทำเพียงรับฟังคำสั่งแล้วจบแต่ต้องมุ่งว่าจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติ ทำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อยู่กับท่านไม่นาน แต่ถ้าไม่พูดก็ไม่มีคนพูดกับท่าน ที่พูดบ่อยพูดจนน่ารำคาญน่าเบื่อ ตนก็รำคาญตัวเอง แต่ถ้าไม่พูดก็อกแตกตาย ปัญหาไม่ใช่แก้ไม่ได้ มันแก้ได้ถ้าทุกคนช่วยกัน หาวิธีการไม่ใช่มาต่อตีกัน ที่ผ่านมาต่อตีกันก็เข้ามาระงับแทนที่จะช่วยกันทำต่อ แต่กลับต่อตีกันอีกมันไม่ได้ ไม่ว่าจะกี่รัฐธรรมนูญ กี่รัฐบาลปรามาสไว้เลยเพราะทุกคนมุ่งหวังกลับมาที่เก่า ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่ตนจำเป็นต้องพูด เพราะสิ่งที่เราทำยังมีคนไม่เข้าใจหรือเข้าใจแต่ไม่อยากเปลี่ยนแปลง ขอให้ไปคิดเอาเองตนไม่ให้ความสนใจอยู่แล้ว ให้ความสำคัญแค่ว่าประชาชนเข้าใจแค่ไหน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลทำโครงการเป็นร้อยแต่มีปัญหาเป็นพันแล้วก็ยังจะตามมาอีกเป็นหมื่น ซึ่งตนพยายามที่จะปลดล็อกได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่พอใช้กฎหมายพิเศษก็บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย การเป็นประชาธิปไตยอย่าให้เป็นแค่ภาพลวงตา ไปหาให้เจอว่าคืออะไร ประชาชนต้องใช้อำนาจ และใช้ตามที่ต้องการไม่ใช่เลือกมาแล้วยกอำนาจให้เขาไป ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วจบ นักการเมืองที่เข้ามาจะทำให้กับแต่คนที่เลือก อย่าให้ความสำคัญกับตรงนี้มากนักถ้าทุกคนคิดว่ามันเป็นชะตากรรมก็เป็นไป ถ้าเราไม่ช่วยกันกำหนดชะตากรรมประเทศคงเป็นไปไม่ได้ ต่างประเทศก็ผ่านมาก่อนเรา การเป็นประชาธิปไตยของโลกใบนี้เขาเสียหายกันมาก่อน ฆ่ากันเป็นครึ่งประเทศ ขอให้ไปดูเขาบ้าง เราก็ต้องมี อย่างไรเราต้องเป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้กลไกเหล่านี้ทำงานได้ สิ่งที่ตนสั่งไปยังไม่เกิดทั้งที่มันควรเกิดตั้งแต่ชาติที่แล้ว แล้ววันนี้ก็ไม่ยอมให้เกิด ถ้ายอมให้เป็นแบบนี้ อย่างนั้นคงไม่ใช่ประชาชนจะไม่ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทุกคนต้องการแต่ไม่เข้าใจ ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร สิทธิมนุษยชนจะดูกันตรงไหน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศขอให้สื่อพิจารณาในการรายงานข่าว สื่อเขียนทั้งสองฝ่าย ก็ตีกันซึ่งตนก็เข้าใจ แต่สิ่งที่เสียหายต่อประเทศหรือขัดกระบวนการยุติธรรมก็ขอให้พิจารณา สิ่งที่ทำให้ตนอารมณ์ดีคือการเลิกเสพสื่อ แล้วคนอื่นจะทำไหม ถ้าเลิกอ่านหนังสือพิมพ์แล้วจะทำให้คนไทยทุกคนมีความสุขหรือเปล่า เอาไหมให้ทุกคนในประเทศเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่รู้ว่าเป็นการสร้างการรับรู้ที่ดีต่อประเทศยังไง เรียกมา 7 ครั้งเหมือนเดิม เขียนแบบเก่า
“อย่างเช่น ไอ้การ์ตูนบ้าบอเขียนให้คนเป็นหมาเป็นหมูให้เกียรติตรงไหน จะด่าตนก็ว่ามา จะว่าบุคคลสาธารณะต้องอดทน ตนไม่ใช่ปูนปั้น คนเหล่านี้จิตใจทำด้วยอะไร เขียนให้ตีกันตลอดไม่เข้าใจคนเหล่านี้จิตใจทำด้วยอะไรรักประเทศแค่ไหน หรือคิดว่าไม่เป็นไรเพราะทำแบบนี้ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ประเทศก็อยู่ได้ คิดแค่นี้คนแบบนี้ไม่ควรเกิดมาในประเทศไทย แต่ถ้าทุกคนอยู่ในจุดที่ตนอยู่จะรู้ว่าประเทศไทยยังมีอันตรายอยู่มาก จะต้องสำนึกให้ได้ พวกตนไม่มีใครอยากมาทำ แต่ถ้าไม่ทำพวกท่านก็อยู่ไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับGovchannelประกอบด้วยช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและการบริการของภาครัฐ 3 ช่องทางประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ ผ่านเว็บไซด์www.Govchannel.co.thซึ่งรวบรวมข้อมูลของภาครัฐเพื่อติดต่อราชการ ภายใต้ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 โดยมีคู่มือที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว 18,806 คู่มือ ช่องทางที่สอง ผ่านโมบายแอพริแคชั่นชื่อGACซึ่งเป็นศูนย์รวมแอพริแคชั่นภาครัฐ ซึ่งได้มีการแยกหมวดหมู่ตามการใช้งานโดยผ่านการกลั่นกรองว่าเป็นข้อมูลของภาครัฐจริง ปัจจุบันมีแอพที่รองรับแล้ว 108 หน่วยงาน และช่องทางการให้บริการผ่านตู้Government Kioskหรือ ตู้บริการอเนกประสงค์ของรัฐ ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการของรัฐด้วยบัตรประชาชน
‘นายกฯ’ ชี้ปมอุทยานราชภักดิ์พร้อมตรวจสอบ ยึดกฎหมาย ย้ำ คสช.ไม่เกี่ยว
16 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในงานเปิด “GovChannel ศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน” ตอนหนึ่งว่า ตนเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าความเท่าเทียมคือ กฎหมาย ที่ละเว้นไม่ได้ แม้แต่รัฐมนตรี แม้แต่โครงการของกองทัพบก ก็ต้องมีการตรวจสอบ ลงโทษทางวินัย ข้าราชการก็ทำ แต่มีบางพวกไม่สนใจระเบียบ ถูกทุกอย่าง ไม่เคยผิด ไม่เข้ากระบวนการยุติธรรมกล่าวอ้างคนอื่นทั้งที่ตัวเองทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนโครงการราชภักดิ์กำลังสอบ ไม่เกี่ยวกับ คสช. ตนรับผิดชอบอยู่แล้ว รับผิดชอบอยู่ทุกเรื่อง ถ้าผิดก็ดำเนินคดี โครงการนี้ก็เป็นโครงการหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องกับมาตรสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันแย่ทั้งหมด หรือประเทศแย่ทั้งหมด กระทรวงแย่ทั้งหมด ตนจำเป็นต้องพูดแบบนี้เพราะรำคาญ และจะไม่เข้าใจกันใหญ่โต
‘นายกฯ’ ย้อนปมที่มานายกฯคนนอก พรรคการเมืองเป็นคนเสนอรายชื่อ
16 พ.ย.58 เมื่อเวลา 10.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวย้อนถามสื่อมวลชนถึงกรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เสนอแนวทางที่มานายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า “เรื่องนี้ใครเป็นคนเสนอนายกรัฐมนตรีคนนอก สื่อมวลชนต้องเขียนอธิบาย และไปถามนักการเมืองบ้าง ว่าเป็นตัวท่านจากสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตามที่มีข่าวกล่าวอ้างมาว่ามีการเอานายกฯคนนอกเข้ามาเนื่องจากเกิดการระแวงทหาร เรื่องนี้ต้องกลับไปถามว่าที่ทำมาทั้งหมดใครเป็นคนเสนอรายชื่อ พรรคการเมืองใช่หรือไม่ แล้วเสนอส่งเดชส่งรายชื่อกันเข้าไป 5 คน ถามว่าเป็นการเลือกจี้แล้วส่งหรือไม่ ถ้ารายชื่อทั้ง 5 คน ยอม เขาก็ไปด้วย แต่ถ้าเขาไม่ยอมจะเอาเขาไปได้อย่างไร แล้วคนที่ส่งรายชื่อที่เห็นชอบมาก็พรรคการเมืองทั้งสิ้น ที่เป็นคนเสนอเลือกรายชื่อ 5 คนนี้มา จะรับหรือไม่ ถึงใครอยากจะไปเอาใครมาก็ตาม”
นายกฯ กล่าวอีกว่า “ผมถามว่าในพรรคการเมือง ยอมรับกันทั้งหมดหรือไม่ ปั๊ดโธ่ สอนคนจนเพี้ยนติดกันไปหมด บ้านเมืองจะเอาดี ประชาธิปไตยก็จะเอาร้อยเปอร์เซ็น แต่ปัญหาช่างมัน อยู่ได้ประเทศไทยอย่างนี้อยู่ได้ คิดกันแบบนี้หรอ อย่าให้ประชาธิปไตยเป็นภาพลวงตา ว่ามีประชาธิปไตยแล้ว เลือกตั้งแล้ว นี่คือภาพลวงตา ถ้ามันไม่ใช่ภาพลวงตา เลือกตั้งมาได้คนดีมาบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สร้างปัญหาเรื่องโน้น เรื่องนี้ต่างๆ แล้วประเทศชาติเจริญก้าวหน้า ปลอดภัย ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง นั่นแหล่ะคือประชาธิปไตยที่เป็นข้อเท็จจริง การที่มอบอำนาจให้กับใครก็ตามไปใช้นั่นคือประชาธิปไตย แต่คนที่ท่านมอบให้ไปเขาทำอย่างที่ท่านต้องการหรือไม่ หรือเอาหน้าไปให้เขาแล้วเสร็จ จบ เขาจะทำอย่างไร ปู้ยี้ ปู้ยำก็เอา ก็เอาสิ เลือกอย่างนั้นก็เอา เมื่อไหร่จะเข้าใจกันสักที ผมไม่รู้นะถ้ายังคิดกันแบบเดิม เอาแบบเดิม เอารูปแบบเก่า วิธีการเก่าๆ มันก็ได้แบบเดิม คุณจะเอาอะไรมาดีกว่าเดิม”
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ย้อนถามสื่อต่ออีกว่า “จะถามอะไรอีกหรือไม่” ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ชี้แจงว่า “ครบทุกประเด็นแล้ว ซึ่งนายกฯต้องไปพบรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ต่อ เกรงว่าจะไม่ทันเวลา” ขณะที่นายกฯ กล่าวตอบว่า “ผมเป็น เรื่องนี้ผมเป็น ถ้าเรื่องในประเทศ ผมหงุดหงิด แต่กับต่างประเทศผมยิ้มแย้มแจ่มใสกับเขาอยู่แล้ว เขาก็คุยดีกับผม เหลือแต่คนในประเทศนี่แหระไม่กี่คนแล้วบอกว่าผมปิดกั้น ผมปิดกั้นตรงไหน ถ้าปิดกั้นผมก็ไม่ต้องหงุดหงิด ก็ไม่ต้องพูดปิดปากไป เอาพลาสเตอร์ปิดปากไปไม่ต้องพูด ผมไม่เคยปิดห้ามใครสักคน พอเรียกมาคุยก็บอกเอามาทำร้าย ไอ้คนแบบนี้ผมว่ามันแย่นะ”
อย่างไรก็ตามได้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปหยุดและหันมามองผู้สื่อข่าว จนกระทั่งผู้สื่อข่าวถามกลับว่า “นายกฯมีอะไรหรือเปล่า” จากนั้นนายกฯได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวไปว่า “ถามสิอะไรที่เป็นประโยชน์ อยากได้อะไรก็บอก ไม่ได้ติดใจอะไร มีอะไรก็ถาม



