
ไอเอสเปิดแนวรบใหม่...จุดเปลี่ยนมรณะ
16 พ.ย. 2558
ไอเอสเปิดแนวรบใหม่...จุดเปลี่ยนมรณะ
การสังหารหมู่อย่างน้อย 129 ศพกลางกรุงปารีส เมืองหลวงฝรั่งเศส ด้วยการลงมือของผู้ก่อการร้าย 7 คนสวมเสื้อระเบิดพร้อมตายและปืนไรเฟิล พร้อมกันหลายจุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน หากคำกล่าวอ้างของไอเอสเป็นความจริง จะมีคำถามใหม่ทันทีว่า กลุ่มก่อการร้ายสุดโต่งกำลังเปลี่ยนกลยุทธหรือไม่ จากที่เคยมองกันว่าโฟกัสอยู่ที่การสานฝันตั้งรัฐอิสลามในซีเรียและอิรักเท่านั้น
หากเป็นเช่นนั้นจริง จุดเปลี่ยนนี้คืออันตรายที่พลเรือนในยุโรปและสหรัฐ บรรดาประเทศที่ทำสงครามกับไอเอสในตะวันออกกลาง จะต้องเผชิญ ที่สำคัญ เป้าหมายของกลุ่ม แทบไม่มีการแยกแยะยิ่งกว่าอัลไกดาสมัยที่เป็นเบอร์หนึ่งในวงการก่อการร้าย ที่จะมุ่งโจมตีเฉพาะเป้าหมายตะวันตกที่พวกเขาเห็นว่าชอบธรรม
หากรวมกับเลบานอนเท่ากับว่าในรอบ 3 วันสัปดาห์ก่อน ไอเอสอ้างสังหารผู้คนไปเกือบ 200 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อย ถือเป็นการโจมตีสองครั้งใหญ่สุดนอกดินแดนที่พวกเขาสถาปนาว่าเป็นคอลิฟะ ในอิรักและซีเรีย ยังไม่นับรวมกับการที่กลุ่มไอเอสสาขาอียิปต์อ้างว่ายิงเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกในคาบสมุทรไซนายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 224 ราย
หลังเพลี่ยงพล้ำทางทหารในซีเรียและอิรัก สูญเสียพื้นที่ยึดครองภูเขาซินจาร์แก่ชาวเคิร์ดในอิรัก ทั้งถูกโจมตีทางอากาศหนักหน่วงจากแนวร่วมนำโดยสหรัฐนานปีกว่า และรัสเซียที่เข้าไปถล่มเมื่อไม่นานมานี้ กามีล กรันด์ ผู้อำนวยการมูลนิธิวิจัยยุทธศาสตร์ สถาบันวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและการทหารในกรุงปารีส แสดงความเห็นว่า ไอเอสตั้งรับ ด้วยการหันมามุ่งกิจกรรมก่อการร้ายโดยเฉพาะ ในยุโรป เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่พวกเขาเข้าถึงได้ไม่ยาก อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้คนยังพูดถึงพวกเขาอยู่ ทำให้ไอเอสยังดูเหมือนเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ มีศักยภาพปฏิบัติการโจมตีแบบสร้างความตกตะลึงได้
แม้ว่าการสังหารหมู่ในปารีส ไม่ใช่การก่อการร้ายหนแรกในตะวันตกที่ไอเอสอ้างลงมือ แต่เป็นครั้งนองเลือดและวางแผนซับซ้อน ที่สุด เป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นสองสัปดาห์หลังจากอ้างว่ายิงเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกในอียิปต์
ก่อนมาถึงวันนี้ การโจมตีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในตะวันตก เช่น ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชาวยิวในปารีสเมื่อเดือนมกราคม และการจับตัวประกันที่ร้านกาแฟในนครซิดนีย์ เชื่อกันว่าเป็นการลงมือของผู้มีความชื่นชมเข้าข้างไอเอส มากกว่าเป็นพวกที่ทำตามคำสั่งจากไอเอสโดยตรง
“หากนี่เป็นการสั่งการมาจากส่วนกลางของไอเอสจริง จะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากโฟกัสมุ่งสร้างรัฐก่อนหน้านี้ พวกเขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลงโทษใครก็ตามที่เข้ามาขวางทางขยับขยายรัฐของพวกเขา” วิลเลียม แมคคานทส์ ผู้ศึกษาด้านอิสลามสุดโต่ง สถาบันบรูกกิ้ง และผู้เขียนหนังสือ The ISIS Apocalypse แสดงความเห็น
การออกมาอ้างความรับผิดชอบจากไอเอส ไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ลงมือในปารีส หรือเผยคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน ดังที่มักกระทำอย่างหลังวางระเบิดทั้งหลายในตะวันออกกลาง แต่ผู้เชี่ยวชาญก่อการร้ายค่อนข้างเชื่อว่าการสังหารหมู่ศุกร์ 13 ไม่น่าจะเป็นการกระทำแบบโลน วูล์ฟ หรือลงมือคนเดียว กรันด์ กล่าวว่า ความซับซ้อนของปฏิบัติการที่ประจักษ์ในปารีส แสดงให้เห็นว่า เรากำลังเผชิญกับองค์กรหนึ่งองค์กรที่ไม่ใช่แค่ยุยงปลุกระดม แต่ยังมีการจัดการด้วย
ตราบใดที่ไอเอสยังรักษาพื้นที่ควบคุมอันกว้างใหญ่ในซีเรียและอิรักไว้ได้ พวกเขาจะได้รับความชอบธรรมในสายตาของมุสลิมสุดโต่งต่อไป และหมายถึงแนวโน้มที่จะมีการโจมตีครั้งต่อไปในไม่ช้า
แถลงการณ์ที่ไอเอสอ้างเป็นผู้ลงมือโจมตีปารีส ระบุว่าฝรั่งเศสและประเทศที่เลือกแนวทางเดียวกัน จะยังคงอยู่อันดับต้นๆ ของเป้าหมายการโจมตีต่อไป
การสุ่มสังหารพลเรือนในตะวันตกสักเมืองหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยาก นี่จึงไม่ใช่การเตือนแบบไร้ความหมาย
ฮัสซัน ฮัสซัน นักวิชาการสถาบันระหว่างประเทศในลอนดอน และผู้เขียนหนังสือ ISIS: Inside the Army of Terror กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือภัยคุกคามใหม่ต่อมนุษยชาติ และยากจินตนาการว่าจะสกัดกั้นได้อย่างไร หากไอเอสไม่พ่ายแพ้ราบคาบในซีเรียและอิรัก
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นตรงกันว่า ไอเอสอันตรายยิ่งกว่าอัลไกดา เพราะกลุ่มหลังเลือกเฉพาะเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์และจำกัดการโจมตีตามวาระการเมืองของกลุ่ม เช่น ไม่เรียกร้องให้เข่นฆ่ามุสลิมชีอะห์ อย่างการสังหารหมู่นักวาดการ์ตูนของนิตยสารชาร์ลี เอ็บโด เมื่อเดือนมกราคมนั้น อัลไกดาอ้างว่าอยู่เบื้องหลัง และมีการตั้งข้อสังเกตว่ามือปืนไม่ได้ยิงสังหารเหยื่อที่ผ่านไปมา แต่ไอเอสไม่เลือกเป้า ซึ่งจุดนี้ทำให้การโจมตียากจะป้องกัน
ด้าน ฮารลีน กัมบีร์ นักวิเคราะห์สถาบันศึกษาสงครามในวอชิงตัน กล่าวว่า ไอเอสกำลังใช้การก่อการร้ายในโลกที่กว้างออกไปกว่าแต่ก่อน หลังสูญเสียพื้นที่ในอิรักและซีเรีย และกำลังพยายามก่อเหตุโจมตีอย่างตะลึงแบบที่อัลไกดาเคยทำ ซึ่งไม่ได้สะท้อนว่าไอเอสแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในตะวันออกกลาง แต่เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
การโจมตีในปารีส บ่งชี้ว่าไอเอสเปลี่ยนจากการเรียกร้องให้โลนวูล์ฟโจมตี เป็นทำตามคำสั่งจากผู้นำไอเอสที่ส่งผ่านมายังเครือข่ายก่อการร้ายในต่างประเทศ ในวันนี้ เซลล์หรือหน่วยย่อยของไอเอสที่ประกอบด้วยผู้สนับสนุนท้องถิ่น นักรบที่ผ่านการฝึกกับไอเอสและกลับบ้านเกิด กับนักรบต่างชาติ ได้ถูกส่งไปวางแผนและช่วยเหลือการโจมตีแล้ว
ฝรั่งเศสมีประวัติเครือข่ายก่อการร้ายเชื่อมโยงอัลไกดามานาน ทั้งยังมีนักรบจำนวนมากที่ออกไปฝึกกับไอเอส
ประเมินว่ามีชาวฝรั่งเศสกว่า 1,000 คนที่ไปรบในอิรักและซีเรีย และกว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้อยู่ในเรดาร์ของหน่วยข่าวกรองฝรั่งเศส
ก่อนที่พวกเขาออกเดินทางไป นักรบเหล่านี้จำนวนมากเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายภายในฝรั่งเศสอยู่แล้ว และบางคนกลับบ้าน มาช่วยเครือข่ายเดิมโจมตีภายใน ทันทีที่ได้รับคำสั่ง ด้วยเหตุนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับสหรัฐถล่มไอเอสในอิรักและซีเรีย อาจไม่ช่วยมากนักในการสกัดกั้นการโจมตีในประเทศดังที่ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ให้เหตุผลในการส่งเครื่องบินไปโจมตีซีเรียเมื่อเดือนกันยายน
ไอเอสเริ่มสร้างเครือข่ายนอกอิรักและซีเรียมานานหลายเดือน อินเทอร์เนชั่นแนล บิสเนสไทม์ส รายงานเมื่อเดือนมกราคมว่า ไอเอสตั้งหน่วยชื่อ “อันวาร์ อัล-ออว์ลาคี” ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักรบต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษ เป้าหมายคือวางแผนและลงมือโจมตีประเทศพูดอังกฤษ และเริ่มทยอยส่งนักรบกลับไปยังประเทศบ้านเกิด
ขนาดและความสูญเสียจากการโจมตีในเบรุตและปารีสสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าตกใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่านี่เป็นแค่การเริ่มต้นของแนวรบใหม่ในสงครามไอเอส
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



