
บิ๊กป้อมถกหน่วยข่าวรับมือไอเอส
16 พ.ย. 2558
ประวิตร เรียกถกหน่วยงานด้านการข่าว หลังกลุ่ม ไอเอส ถล่มปารีส สั่ง ผบ.เหล่าทัพ-ตม. เข้มคนเข้าออกชายแดน แจงสร้าง อุทยานราชภักดิ์ ไม่เกี่ยวรบ. แนะรอผลสอบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พ.ย.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มไอเอสดำเนินการก่อการร้ายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และประเทศเลบานอน ว่า บ่ายวันนี้ (16 พ.ย.) จะเรียกประชุมหน่วยงานด้านการข่าว เพื่อบูรณาการการทำงาน และสอบถามในเรื่องของข่าวสารของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดูแลเรื่องความเข้มงวดในการป้องกันให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ต้องขอให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาช่วยสอดส่อง หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ โดย คสช.ได้วางกำลังดูแลในทุกพื้นที่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ตรวจเข้มการผ่านเข้า-ออกบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองตามแนวชายแดนของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่มีกลุ่มไอเอสอาศัยอยู่ ทั้งนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแล ส่วนหน่วยงานความมั่นคงของเราก็พร้อมดูแลได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มไอเอสมักจะใช้ช่องทางสื่อสารทางอินเตอร์เนต ซึ่งจะมีการดูแลในเรื่องไซเบอร์อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีกองบัญชาการกองทัพไทยดูแลอยู่แล้ว พร้อมกับบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากการดูแลความปลอดภัยสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศไทยแล้ว จะมีการดูแลสถานทูตอื่น ๆ เช่น อังกฤษ และสหรัฐฯ จะมีการเพิ่มมาตรการดูแลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลดูแลอยู่แล้ว โดยเฉพาะสถานทูตประเทศยุโรปที่ประจำอยู่ในประเทศไทย
ต่อข้อถามที่ถึงความคืบหน้าในการตั้งกระทรวงความมั่นคง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เคยบอกว่าจะมีการจัดตั้งกระทรวงความมั่นคง รวมถึงเรื่องการศึกษา เพราะทุกวันนี้งานด้านความมั่นคงก็ดีอยู่แล้ว
‘บิ๊กป้อม’ อัด ‘เพื่อไทย’ ไม่รู้เรื่อง แจงสร้าง ‘อุทยานราชภักดิ์’ ไม่เกี่ยวรบ. แนะรอผลสอบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงปัญหาการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ตนไม่เข้าใจว่าจะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงทำไม เพราะการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของกองทัพบกในการดำเนินการจัดสร้าง ก็เหมือนกับหลายโครงการที่ผ่านมาที่กองทัพบกดำเนินการจัดสร้าง เรื่องนี้รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่ใช่โครงการของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบความไม่โปร่งใสแล้ว
“จะออกมาเรียกร้องอะไรอีก รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ขอให้รอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการของกองทัพบก หากผลออกมาเมื่อใดทางกองทัพบกก็จะชี้แจงเอง ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ขอให้เข้าใจด้วย เคยเป็นรัฐบาลมาเหมือนกัน แต่ไม่รู้เรื่องการจัดสร้างดังกล่าว ไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาล แต่เป็นงบประมาณจากการบริจาค ซึ่งต้องชี้แจงให้ประชาชนที่บริจาคเงินได้เข้าใจว่านำเงินไปทำอะไรบ้าง มาเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงผมไม่เข้าใจ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงที่มีการจัดสร้างอุทยานฯ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. และรมช.กลาโหม ทำให้เกิดความเชื่อมโยงกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างมีอารมณ์ว่า “รัฐบาลเกี่ยวอะไร เพราะไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของกองทัพบก แต่ยอมรับว่ามีคนพุ่งเป้าโจมตีมาที่พล.อ.อุดมเดช จึงพยายามขุดคุ้ยไปเรื่อย ๆ ที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามบริหารงานต่าง ๆ เพื่อประชาชน แล้วจะเอาอะไรอีก เดี๋ยวทางกองทัพบกก็ชี้แจงเอง”
ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่นายทหารยศพล.ต. ยื่นใบลาออกจากราชการทหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นการลาออกธรรมดา พล.ต.คนดังกล่าวไม่ได้ให้เหตุผลว่าลาออกทำไม เมื่อไม่อยากทำงานเขาก็ลาออกไป การเซ็นต์อนุมัติใบลาออกเป็นอำนาจของรมว.กลาโหม แต่ตนมอบหมายให้พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ดำเนินการแทน ไม่ได้มีการสอบถามไปยังพล.ต.ดังกล่าวว่าลาออกด้วยสาเหตุใด เมื่อเขาออยากลาออกก็ให้ลาออก เขาอาจจะเบื่อและไม่อยากทำงานแล้วจึงลาออก อย่าไปสงสัย เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนการดำเนินการตามจับตัวพ.อ.คชาชาต บุญดี อดีตนายทหารเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็น1ในผู้ที่ถูกออกหมายจับในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และหนีออกนอกประเทศไปนั้น ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากตนยังไม่ได้รับรายงาน อย่างไรก็ตามจะต้องมีการสอบสวนก่อนว่าเป็นคดีใดและค่อยดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระหว่างประเทศ ยังไม่ทราบว่าพ.อ.คชาชาต ไปอยู่ที่ไหน



