
สืบทองหล่อจับโชเฟอร์แท็กซี่ขโมยเก๋ง
16 พ.ย. 2558
สืบทองหล่อโชว์จับ 3 คดี โชเฟอร์แท็กซี่ขโมยเก๋ง อ้างเพิ่งตกงาน - รวบหนุ่มขโมยรถจยย.ขายผ่านเฟซบุ๊ก - จับโจ๋เสพยางัดตู้ซักผ้าตามชุมชน
เมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมผู้ต้องหา 3 คดีด้วยกัน โดยคดีแรก จับกุมตัวนายชัยมณฑล กมล อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาลักรถยนต์ พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 6710 หมวดจังหวัดร้อยเอ็ด
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากนายฐานันดร ดีสงคราม อายุ 30 ปี มีอาชีพเป็นวิศวกร บริษัทแห่งหนึ่งในจ.ร้อยเอ็ด ว่าระหว่างมาประชุมที่ กทม.ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาจอดไว้บริเวณหน้าโรงแรมที แบงคอก ซอยสุขุมวิท 20 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ ได้ลืมกุญแจรถไว้ ถูกคนร้ายลักเอาไป จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จึงได้ติดตามสืบสวนกรณีดังกล่าว จนทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีผู้ลักเอาไปขับอยู่ที่บริเวณ ต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบพบรถยนต์คันดังกล่าว โดยมีนายชัยมณฑล แสดงตนเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถยนต์คันเดียวกับที่ได้ถูกขโมย จึงได้ทำการจับกุมนายชัยมณฑล พร้อมของกลางมาสอบสวน ที่สน.ทองหล่อ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นโชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ แต่เพิ่งถูกเจ้าของอู่รถแท็กซี่ไล่ออก ทำให้ตกงานอยากกลับภูมิลำเนาของตนที่จังหวัดสุรินทร์ กระทั่งก่อนเกิดเหตุขณะเดินเสียใจอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 พบกุญแจรถยนต์ตกอยู่จึงได้เก็บ และกดสัญญาณกันขโมยหารถยนต์คันที่ตรงกับกุญแจดังกล่าว เมื่อพบแล้วจึงได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุมุ่งหน้ากลับบ้านเกิด จนมาถูกจับกุมในที่สุด ซึ้งตนทำครั้งนี้เป็นครั้งแรกเท่านั้น เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีต่อมา ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ สามาถจับกุมนายภานุพงศ์ หรือโอ๊ค สำเภาแก้ว อายุ 24 ปี ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูมเมอร์ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 1กฐ 323 กรุงเทพมหานคร โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตำรวจสน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากนายวัลลพ เหนียนเฉลย อายุ 38 ปี ว่าได้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจอดไว้ เพื่อดื่มกินสุรากับเพื่อน จู่ๆมีชาย ทราบชื่อภายหลังว่านายโอ๊ค ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง มาขอร่วมวงด้วย กระทั่งผู้เสียหายเมาไม่ได้สติจนเพื่อนๆต้องพากลับบ้าน โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ จากนั้นได้ถูกนายโอ๊ค ลักเอาไปจากบริเวณอาคารกรีน ทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ
จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จึงได้สืบสวนติดตามทราบว่าได้มีชายไทยชื่อนายโอ๊ค ประกาศขายรถจักรยานยนต์ที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวผ่านทางเฟสบุ้ค และสามารถดูรถได้ที่บ้านเลขที่ 79/288 ม.1 หมู่บ้านพรธสาร ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงได้ไปตรวจสอบที่บ้านดังกล่าวพบรถจักรยานยนต์คันที่ถูกลักจอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน และมีนายภาณุพงศ์แสดงตนเป็นผู้ครอบครอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องแล้วตรงกับรถจักรยานยนต์คันที่ถูกลักเอาไป จึงได้จับกุมนายภาณุพงศ์ พร้อมของกลางมาสอบสวน ที่ สน.ทองหล่อ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนได้รับจำนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาในราคา 3,000 บาท ต่อมาได้นำรถจักรยานยนต์มาประกาศขายในราคา 5,000 บาท เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจรก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และคดีสุดท้าย ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมตัวนายทัศน์ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้อบหางัดตู้ซักผ้า โดยสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้งัดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแล้วลักเอาเงินแล้วหลบหนีไป จากซอยพร้อมพรรค แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
ต่อมาพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ได้ขอให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ทองหล่อ สืบทราบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาคือนายทัศน์(นามสสมมติ) โดยซ่อนตัวอยู่บริเวณปลายซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จึงได้จัดวางกำลังซุ่มอยู่ในบริเวณดังกล่าวพบคนร้ายเข้ามาในบริเวณดังกล่าวจึงได้แสดงตัวพร้อมหมายจับก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สน.ทองหล่อ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ตนกับพวกรวม 5 คน ได้ร่วมกันเสพยาแก้ไอสี่คูณร้อย จากนั้นออกตระเวนงัดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญตามอพาร์ตเม้นต์ ห้องเช่า ชุมชน ย่านสุขุมวิท โดยตนทำหน้าที่งัดเอาเหรียญภายในเครื่องและส่งต่อให้กับเพื่อน เก็บเงินดังกล่าวใส่ถุงแล้วรีบหลบหนีไป ซึ่งเคยก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



