ข่าว

ชี้อภิสิทธิ์มีเฟซบุ๊ค-ทวิสเตอร์ก่อนทักษิณ

ชี้อภิสิทธิ์มีเฟซบุ๊ค-ทวิสเตอร์ก่อนทักษิณ

24 ก.ค. 2552

"สาทิตย์"เย้ย"ทักษิณ"เพิ่งคิดได้เล่นเว็บเฟซบุ๊ค-ทวิสเตอร์ ระบุทั้ง อภิสิทธิ์,สาทิตย์,กรณ์,อภิรักษ์ เล่นมานานแล้ว ย้ำรัฐบาลไม่ให้ความสนใจการเคลื่อนไหวของทักษิณ อ้างแค่สีสรรค์สนุกสนาน ห่วงพระสงฆ์-วัด ถูกดึงเกี่ยวเคลื่อนไหวการเมือง นักวิชาการนิด้าชี้หลังวัน

เมื่อเวลา 12.15 น.วันที่ 24 ก.ค. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเปิดเฟซบุ๊ค เพื่อสื่อสารกับประชาชน โดยเริ่มวันที่ 25 ก.ค.นี้ ว่า เรื่องเว็บไซต์เฟซบุ๊ค กับ ทวิสเตอร์ นั้นตนทำมานานแล้ว ถ้าเข้าทวิสเตอร์เปิดไปที่สาทิตย์ตรัง ของพรรคประชาธิปัตย์ที่เล่นอยู่มีทั้ง ตน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายอภิรักษ์  โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. นายกรณ์  จาติกวณิช รมว.คลัง เล่นกันอยู่ 4 คน

 เมื่อถามว่า แสดงว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ เข้าไปใช้บริการเว็บไซต์นี้ก่อนใช้หรือไม่  นายสาทิตย์ กล่าวว่า เขาคงเพิ่งคิดได้ คงเห็นนายกฯออกมาบ่อยๆ และมีคนติดตามทวิสเตอร์ของนายกฯมากเลยทำตามบ้าง ของนายกฯที่มีอยู่คือพีเอ็ม-อภิสิทธิ์ อีกตัวหนึ่ง คือพีเอ็ม/อภิสิทธิ์ คือมีคนอื่นทำด้วย และฝั่งทีมงานของนายกฯทำด้วย ของนายกรณ์ ก็มีทีมทำร่วมกับนายกรณ์เอง ส่วนตนเล่นเองจากไอโฟนของตัวเอง

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ประมาณต้นเดือนส.ค.นี้ จะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ของสำนักนายกฯ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและต่างคนต่างทำ จึงกำลังทำเว็บไซต์กลางเป็นปากทางเข้าเวปทั้งหมด สามารถเข้าไปดูโดยรวมได้ และสร้างการมีส่วนร่วมเข้าไปดูได้อย่างทันสมัย และจะลิ้งค์ทวิสเตอร์ และเฟซบุ๊ค หรือไฮไฟท์ ของนายกฯให้มาอยู่ในตัวนี้ด้วย เปิดการสื่อสารสองทาง

ไม่สน"ทักษิณ"เคลื่อนไหวปัญหาปากท้องปชช.สำคัญกว่า 

 นายสาทิตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ  ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อในรูปแบบใหม่ทันสมัย ว่า รัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พ.ต.ท.ทักษิณทำอยู่ทุกวัน เพียงแต่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปเรื่อยๆ รัฐบาลมีหน้าที่แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องหลัก ไม่คิดว่าเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเรื่องใหญ่ หากจะให้ความสำคัญของพ.ต.ท.ทักษิณว่าเซอร์ไพร้ส์หรือไม่นั้น คำถามเดียวที่ต้องถามคือสิ่งเหล่านี้มันให้ประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนอย่างไร ประชาชนได้อะไรจากเรื่องนั้นนอกจากสีสรรค์ที่เป็นข่าวสนุกสนาน ตรงนี้เป็นโจทย์หลักที่รัฐบาลต้องนำมาคิด หากไปตอบโต้กับพ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่รู้จะทำไปทำอะไรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนดีกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ต่อการดึงพระสงฆ์และพิธีกรรมทางศาสนาเข้ามาดำเนินการ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่เป็นประเด็นมากกว่า เพราะฝ่ายพระสงฆ์เองก็ท้วงติงเรื่องนี้ว่าไม่ควรนำเอาวัดเข้ามาเป็นที่เคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง เมื่อถามว่ารัฐบาลได้ประสานงานกับทางมหาเถรสมาคม หรือมส.ให้ดูแลเรื่องนี้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โตขนาดนั้น ความจริงคนที่จัดเรื่องนี้ควรมีสำนึกและคิดได้เอง วันนี้ถึงจุดที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาคิดว่าสิ่งที่ตัวทำมันได้ประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ ประชาชน มันเกิดประโยชน์กับตัวคนที่ทำแน่ แต่ประชาชนและประเทศได้อะไร

 เมื่อถามว่ารัฐบาลมีความกังวลใจถึงกับจะต้องเต้นตามเกมเขาหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นเลย เมื่อถามว่าแต่ทางกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯและฝ่ายปกครองให้คอยดูแล นายสาทิตย์ กล่าวว่า มหาดไทยเขามีนโยบายบางเรื่องที่เกี่ยวกับการปกป้องสถาบันฯ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล มหาดไทยรับผิดชอบดูแล

 รมต.สำนักนายกน กล่าวอีกว่า ในวันเสาร์ที่ 25 ก.ค.นี้นายกฯจะได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่โครงการบ้านมั่นคง ย่านบางบัว ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์กว่า และในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้ นายกฯออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯตามปกติพูดคุยเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ช่วงเย็นก็มีกิจกรรมเตะฟุตบอลกับทูตประเทศต่างๆซึ่งตนจะเดินทางไปร่วมด้วยการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในวันที่ 26 ก.ค.นี้เป็นการจำกัดเฉพาะกลุ่ม เป็นสิทธิ์ที่เขาทำได้ การจัดงานวันเกิดของตาสี ตาสา ยามี ยายแม้น หรือใครก็สามารถจัดได้ทั้งนั้น แต่จัดแล้วเป็นข่าวไปต้องถามว่าประเทศ ประชาชนได้ประโยชน์อะไร ส่วนกรณีที่มีการติงว่าไม่ควรใช้วัดเป็นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองนั้นเป็นสิทธิที่ทางพระมีสิทธิ์ติงได้ และขึ้นอยู่ที่คนจัดงานว่าจะมีสำนึก หรือคิดได้หรือไม่

 “เรื่องข่าวคุณทักษิณในวันที่ 26 ก.ค.นั้นห้ามไม่ได้หรอก เพราะเขาก็ปั้นขึ้นมาอยากให้เป็นข่าวใหญ่ และบังเอิญสื่อของเราก็ไปรับลูกกันมาก ว่าต้องเป็นข่าวใหญ่เพราะได้สีสรรค์ แต่รัฐบาลก็ทำงานกับประชาชนไป ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ส่วนเครื่องโฮโลแกรมนั้นก็มีมาตั้งแต่สมัยหนังสตาร์วอร์ภาคแรก เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นอะไร รัฐบาลทำงาน ไม่ใช่เรื่องที่จะไปแย่งซีนกับใคร จะมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ว่าวันนั้นใครจะหวือหวากว่ากัน เพราะวัตถุประสงค์คนละอย่าง คนหนึ่งจัดงานวันเกิดเพื่อตัวเอง เพื่อพวกพ้อง ส่วนนายกฯและรัฐบาลออกมาพูดจาเรื่องแก้ปัญหาให้ประชาชน จะมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ มันคนละเรื่องกัน ” นายสาทิตย์ กล่าวว่าทิ้งท้าย

"นายกฯ"กำชับมหาดไทยจี้ผวจ.เร่งทำความเข้าใจปชช.ร่วมลงชื่อถวายฎีกา

 นายอภิสิทธิ์  กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยและนปช.ที่ระดมพลล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านคน เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตนคิดว่าประชาชนน่าจะทราบว่าการดำเนินการถวายฎีกานั้นไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และตนมอบให้กระทรวงมหาดไทยไปชี้แจงกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ไปอธิบายเรื่องนี้กับประชาชนแล้วถือเป็นการทำความเข้าใจ เพราะกระทรวงยุติธรรมชี้แจงในเรื่องนี้แล้วว่าควรจะเป็นอย่างไร ตนเข้าใจว่ากระบวนการถวายฎีกานั้นเป็นความสับสนที่เกิดขึ้นของผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้

“ถาวร”ชี้บิ๊กเซอร์ไพรส์"ทักษิณ"แค่อ้อนกลับประเทศ

 นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การจัดงานวันเกิดให้พ.ต.ท.ทักษิณเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ในฐานะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่หากงานดังกล่าวมีเกมการเมืองสร้างความปั่นป่วน มีแนวคิดทำลายชาติ เหมือนกับพฤติกรรมที่เคยทุจริต หรือใช้วิธีรุนแรงในการไขปัญหาภาคใต้ จนเหตุการณ์บานปลาย ก็ไม่ควรทำ

 "ที่บอกว่าจะมีบิ๊กเซอรไพรส์ ก็คงเป็นเรื่องเดิมๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออยากกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องรับโทษ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ คิดดีกับบ้านเมืองจริง ก็ขอให้กลับมาร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจะดีกว่า"

นักวิชาการนิด้าชี้หลังวันเกิด"ทักษิณ"การเมืองวุ่น

 ผศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมฯ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวถึงกรณีการจัดงานวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นการสร้างกระแสให้ดำรงอยู่ในความนิยม เป็นการสื่อสารกันทางตรงระหว่างทักษิณ กับ คนรักทักษิณ ว่ายังอยู่เย็นเป็นสุขดี เป็นการกระชับอำนาจจัดตั้งภายใน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังมีการล่ารายชื่อเพื่อถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผสานกันไปด้วย แสดงให้เห็นว่าเสื้อแดงยังมีอำนาจ ไม่ได้แพ้ ไม่ได้หายเงียบไป เป็นแนวทางที่สู้ต่อไปพร้อมกับการสร้างสถานการณ์การเมือง ผสมโรงกับกรณีที่รัฐบาลกำลังมีความขัดแย้ง เสถียรภาพไม่ค่อยดี ทั้งเรื่องคดีสังหารนายสนธิ เพื่อให้เป็นไป 2 แนวทางคือ 1.สร้างสถานการณ์นำไปสู่การยุบสภา โดยอ้างว่าไม่สามารถบริหารประเทศได้ 2.ร่วมมือกับบางฝ่ายที่กำลังอยู่ในฝั่งของรัฐบาลเพื่อทำการรัฐประการ

 " ผมเชื่อว่าหลังวันที่ 26 ก.ค.สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่จบสิ้น ไม่มีทางอภัยให้กัน แสดงความสมานฉันท์ได้ ยังคงมีการจัดตั้งสร้างกระแสเพื่อให้บรรลุผลของตัวคุณทักษิณ ที่ต้องการให้มีการล้มล้างความผิด ไม่ต้องรับผิดอะไรทั้งสิ้น ซึ่งวิธีการที่กำลังทำอยู่ขณะนี้คือการขับเคลื่อนใต้ดิน เพื่อทำการรัฐประหาร เป็นเป้าหมายสูงสุดที่เขาอยากได้เป็นอย่างยิ่ง ” ผศ.ดร.พิชาย กล่าว