
จตุพรไม่คาดหวังมีชัยเขียนรธน.เป็นปชต.
15 พ.ย. 2558
จตุพร ไม่คาดหวัง มีชัย เขียนรธน.เป็นประชาธิปไตย เตือนอย่าท้าทายความรู้สึกประชาชน บี้ รัฐบาล รับผิดชอบชี้แจงปม อุทยานราชภักดิ์
15 พ.ย.58 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหญ่ คัดค้านแนวคิดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เช่น ระบบการเลือกตั้ง, ที่มานายกรัฐมนตรี ฯลฯ ว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะไม่เคยคาดหวังกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย การไปคาดหวังนั้นเราเข้าใจผิดไปเอง เพราะนายมีชัยไม่เคยมี ทั้งข้อเสนอเรื่องที่มาของนายกฯ การให้พรรคการเมืองเปิดชื่อคนที่จะเสนอเป็นนายกฯที่วิพากษ์วิจารณ์กันนั้น เป็นประเด็นที่เรียกร้องความสนใจ เชื่อว่านายมีชัยเขียนบทไว้ตั้งแต่ต้นแต่ค่อยๆทยอยเปิดความเห็นออกมา ท้ายสุดแล้วน่าจะยึดตามที่นายมีชัยคิดและวางไว้ตั้งแต่ต้นและหากยังทำรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย จะยิ่งสร้างวิกฤติให้เกิดขึ้น ตนไม่ร้องขอให้เป็นประชาธิปไตย แต่ขอให้รู้ไว้ว่าแค่นายกฯไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งตามการปกครองระบบรัฐสภาก็จบแล้ว
“นายมีชัย เป็นเนติบริกรตัวพ่อ ที่เขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และเป็นต้นแบบร่างฯฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ย่อมมีความเก๋าเกม ในการเขียนรัฐธรรมนูญ ผมมองว่าไม่ว่าจะเก่งอย่างไร อย่าท้าทายความรู้สึกของประชาชน ที่ว่าแน่ๆในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าไม่มีใครแน่กว่าประชาชน ตอนมาขี่ม้าขาวมาทั้งสิ้น แต่ตอนกลับไม่มีม้าขาวสักคน” นายจตุพร กล่าว
‘จตุพร’ บี้ ‘รัฐบาล’ รับผิดชอบชี้แจงปม ‘อุทยานราชภักดิ์’ ชี้เป็นเรื่องใหญ่กระทบใจปชช.
15 พ.ย.58 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกระแสเรียกร้องการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการตรวจสอบทุจริตการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าความผิดสำเร็จไปแล้ว แม้ผู้เกี่ยวข้องจะยอมรับว่ามีการเรียกค่าหัวคิวโรงหล่อ แต่อ้างว่าได้คืนเงินกลับเข้ามูลนิธิฯแล้ว เป็นคำตอบที่ฟังไม่ขึ้น ขณะที่การตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเวลา 7 วัน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 19 พ.ย.นี้ ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่ามีใครเกี่ยวข้องอย่างไร ยังไม่ใช่ทางออกที่ชัดเจน เพราะประเด็นคือประชาชนต้องการเห็นความรับผิดชอบจากรัฐบาล ที่จะดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่พบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่ใช่เพียงแค่ตัดตอนให้จบลงเท่าที่ต้องการให้จบเท่านั้น
นายจตุพร กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังนิ่งเฉย จะเข้าข่ายปล่อยปละละเลย เปรียบเทียบกับกรณีที่มีการกล่าวหาเอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในสำนวนกล่าวหาระบุว่าปล่อยปละเลยทำให้รัฐเกิดความเสียหายโดยไม่ได้ระบุว่าทุจริต แต่กรณีนี้พบว่ามีการทุจริตแล้วยังไม่ดำเนินการอาจทำให้เกิดข้อสงสัยได้ แม้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวนไม่มาก แบ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน 1,600 ล้านบาท งบที่ประชาชนที่มีความศรัทธา อีกจำนวนหนึ่งนั้น แต่ถือว่าเหตุการณ์นี้ส่งกระทบกับความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างมาก รัฐบาลควรแสดงท่าทีให้ชัดเจน
“วันนี้รัฐบาลต้องชี้แจง เพราะประชาชนเขาเชื่อว่าทุจริตจริง ไม่เช่นนั้นคนเกี่ยวข้องคงไม่หนีออกนอกประเทศหรือต้องมีการปลดออก วันนี้มีเพียง ผบ.ทบ.ที่ออกมาดำเนินการ โดยที่รัฐบาลทหาร ที่ประกาศปกป้องราชบัลลังก์ และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ยังไม่มีท่าทีแสดงความรับผิดชอบ เรื่องนี้กระทบจิตใจประชาชนเพราะไม่มีใครกล้าคิดทำอะไรเช่นนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ที่สำคัญรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่ารัฐบาลพลเรือนด้วยซ้ำ และผมมองว่าหากเป็นรัฐบาลปกติที่มาจากการเลือกตั้งนายกฯไม่สามารถนั่งในตำแหน่งได้แล้ว” นายจตุพร กล่าว
แกนนำนปช. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับผลการสอบสวนของกองทัพนั้น ตนเชื่อว่าจะทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งกระทบจิตใจประชาชน จึงไม่มีใครที่สามารถไปปกป้องใครได้และใหญ่เกินกว่าที่ใครจะต้องมารับผิดแทนใคร จะมาชี้ให้เป็นความผิดเฉพาะบุคคลคงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้องและบางคนก็มีบทบาทในรัฐบาล ดังนั้นทางออกคือรัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฎ ต้องแสดงภาวะของผู้นำ อย่าลอยตัวโดยผลักภาระความรับผิดชอบ และควรนำผลสอบมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา วันนี้ประชาชนเขาไม่ได้มีปัญหากับทหารแต่ต้องการความจริง และเรื่องจะเงียบได้เมื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถ้วนหน้าหากพบข้อเท็จจริงว่าความผิดสาวไปถึงใครก็ทำเท่านั้น อย่าโยนความผิดให้ใครหรือให้ใครคนใดมารับผิดแล้วคิดว่าเรื่องจะจบ



