ข่าว

แกะรอยเส้นทางหนีเสธ.โจ้ซบชนกลุ่มน้อยเมียนมาร์

แกะรอยเส้นทางหนีเสธ.โจ้ซบชนกลุ่มน้อยเมียนมาร์

14 พ.ย. 2558

แกะรอยเส้นทางหนี"พ.อ.คชาชาต บุญดี " ซบชนกลุ่มน้อยเมียนมาร์ หลังศาลทหารได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 113/2558

                   ภายหลังศาลทหารได้อนุมัติหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี เลขที่ 113/2558 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ในข้อหาความผิดร่วมกัหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มาตรา 112 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฎิบัติ หรือละเว้นการปฎิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิไดเมีตำแหน่งหรรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 มตรา 123 และหมายจับศาลทหารเลขที่ 34/2558

                   ก่อนหน้าที่จะถูกหมายจับ พ.อ.คชาชาต ได้เดินทางหลบหนีเข้าไปในเขตเมียนมาร์ ที่จ.เมียวดี โดยผ่านด่านพรมแดนไทย-เมียนมาร์ ( แม่สอด - เมียวดี ) ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 น.วันที่ 31 ต.ค.2558 ที่ผ่านมา และมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย พร้อมอาวุธครบมือมารับตัวไปแบบวีไอพี.นั้น ซึ่งทางกล้องวงจรปิดของด่านศุลกากรแม่สอด สามารถจับภาพได้ ซึ่งขณะนี้ทางการไทยได้ประสานทางการเมียนมาร์ เพื่อขอให้นำตัว พ.อ.คชาชาต ส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

                   หากลองเอกซเรย์พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ซึ่งพ.อ.คชาชาต เลือกที่จะหลบไปซุกชนกลุ่มน้อยนั้น จะพบว่ามีอยู่ด้วยกัน 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (บีจีเอฟ. ) ของพลจัตวาหม่องชิต ตู่ ที่เป็นพันธมิตรกับทหารเมียนมาร์ โดยขึ้นยุทธการกับทหารรัฐบาลเมียนมาร์ , มีกำลังทหารในพื้น ด้าน ตรงข้าม อ.แม่ระมาด และ จ.เมียวดี จ.กอกาเลก รวมทั้ง จ.ผาอ่าง

                   2.ลุ่มกะเหรี่ยงสันติภาพ ของพันเอกเนโซ เมียะ บุตรชายนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู ) อยู่ตรงข้าม บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก มีกองกำลังทหารตามแนวชายแดนเช่นกัน

                   3.กลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) หรือ กะเหรี่ยงคริสต์ มีพลเอกมูตู เส่ เป็นประธานาธิบดี และมีพลจัตวาจ่อนี่ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีกองกำลังทหารตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์

                   4.องกำลังของพลจัตวาเนอดา เมียะ บุตรชายนายพลโบเมียะ ตั้งกองกำลงทหารขึ้นมาเอง ด้าน อ.อุ้มผาง จ.ตาก

                   และ 5.กลุ่มกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ของพลตรีนะเคามวย หรือ ซอละป่วย ซึ่งมีทหารอยู่ตามแนวชายแดนด้าน อ.พบพระ อ.อุ้มผาง จ.ตาก และ ด้าน จ.กาญจนบุรี

                   ว่ากันว่า พ.อ.คชาชาต หรือเสธ.โจ้ ซึ่งอยู่ในแวดวงราชการกองทัพภาคที่ 3 เคยดูแลแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ ตั้งแต่ กลุ่ม เอสเอสเอ. กองทัพไทยใหญ่ ของพันเอกเจ้ายอดศึก , กลุ่มคะยา หรือกะเหรี่ยงแดง ตรงข้าม จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และลงมา จ.ตาก โดยเสธ.โจ้รู้จักกะเหรี่ยงทุกกลุ่ม ซึ่งแหล่งข่าวสายทหารไทยในพื้นที่ ยืนยันว่า พ.อ.คชาชาต น่าจะไปอยู่กับ กลุ่มบีจีเอฟ. ของพันเอกหม่องชิตตู่ ซึ่งวันที่ผ่านด่านพรมแดนไปยังจังหวัดเมียวดีนั้น มีกองกำลังทหารบีจีเอฟ.พร้อมอาวุธครบมือ คุ้มกันอยู่ และพาขึ้นรถยนต์ไปยังค่ายกะเหรี่ยง ขณะที่มีอีกกระแสข่าว แจ้งว่านายพลจอนนี่ ของกะเหรี่ยงเคเอ็นยู. ส่งลูกน้องอาวุธครบมือไปรับ พ.อ.คชาชาต ถึงฝั่งเมียนมาร์ ด่านพรมแดนเมียวดี และหายไป คาดว่าน่าจะไปฐานที่มั่นของกะเหรี่ยง ที่มีกองกำลงทหารคุ้มกันอยู่

                   การเข้าออกพื้นที่ชนกลุ่มน้อยของเมียนมาร์ของเจ้าหน้าที่ไทยนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ มานาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลเมียนมาร์ รบกับชนกลุ่มน้อย ซึ่งพื้นที่ชนกลุ่มน้อยเป็นแหล่งสมบัติ ที่ทางเจ้าหน้าที่ เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าอาวุธสงคราม โดยอำนวยความสะดวก ในการเข้าออกประเทศไทยให้กับชนกลุ่มน้อย ยิ่งระยะหลัง ยิ่งสนิทแนบแน่นและเปิดเผยตัวมากขึ้น ต่างจากอดีต ที่ต้องลอบข้ามชายแดนแบบลับๆล่อๆ

                   ปัจจุบันนี้ เข้าออกได้อย่างเปิดเผย แต่ผลประโยชนมากกว่าอดีต เช่น การเปิดคาสิโนมากถึง 5 แห่ง ในพื้นที่ของพลจัตวาหม่อง ชิตู่ เช่น ตรงข้าม อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด จ.ตาก มี เจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปมีหุ้นส่วนด้วย เจ้าหน้าที่บางคน ปลูกบ้านอยู่กับชนกลุ่มน้อย

                   ฉะนั้นจึงใช่เรื่องแปลก ที่ พ.อ.คชาชาต ได้เข้าไปอาศัยอยู่กับฝ่ายชนกลุ่มน้อย ซึ่งกลุ่มทึ่มีอำนาจการต่อรองที่สุดกับรัฐบาลเมียนมาร์ มีเพียง 2 กลุ่มเท่านั้นคือ กะเหรี่ยงบีจีเอฟ. กับ กะเหรี่ยงเคเอ็นยู

                   ขณะที่พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนคดีอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของการติดตามตัว พ.อ.คชาชาตนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวอย่างเนื่อง และมีการประสานกับกองทัพตลอด ส่วนด้านรายละเอียดในทางคดี ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ 
 
                   เช่นเดียวกับกรณีมีข่าวว่า 2 นายตำรวจสังกัดกองปราบปราม ที่ถูกย้ายไปช่วยรายการที่ ศปก.บชก. ลาออกจากราชการตำรวจนั้น ตนยังไม่ทราบ ต้องไปสอบถามจากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด