
อภิสิทธิ์ขอฟังสุเทพบ่ายนี้ก่อนชี้ชะตาผบ.ตร.
"สุเทพ" เผย จะได้รับรายงานใครเป็นอุปสรรคสกัดคดียิง"สนธิ"วันนี้ ลั่นขอ ยึดกฎหมายก่อนสั่งฟัน ขณะที่ อภิสิทธิ์ขอฟังสุเทพบ่ายนี้ก่อนชี้ชะตาผบ.ตร. พีระพันธุ์สั่งดีเอสไอชี้แจงกรณีส.ต.ท.วรวุฒิ
(24ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการโยกย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ให้มาช่วยราชการที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า กรณีนี้มีข่าวออกมาขณะนี้ค่อนข้างสับสน ขอชี้แจงว่า ตนไม่สามารถที่จะบริหารราชการตามกระแสข่าวที่ไม่ชัดเจนได้ และจำเป็นต้องทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ กติตา ระเบียบ กฎหมาย ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย อย่างกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการใช้งบในการปฏิบัติงานของผบ.ตร.นั้นตนต้องดำเนินการตามระเบียบ กฎเกณฑ์ กติกา คือต้องตรวจสอบทุกอย่าง ซึ่งตนได้ทำไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ เมื่อมีผลสรุปออกมาอย่างไรตนจะดำเนินการตามที่ตนเห็นว่าเป็นความถูกต้องต่อไป
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมามีสื่อมวลชนพยายามสอบถามตนเรื่องการปลดผบ.ตร. ซึ่งเป็นเรื่องที่สับสนวุ่นวายตนขอชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาให้ตนไปดูแลแก้ปัญหากรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เกิดอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งตนได้รับบัญชาจากนายกฯแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยดำเนินการอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา คือสั่งการให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการทำคดีนี้ได้รายงานลับ และรายงานตรงมาที่ตนว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร และใครเป็นตัวปัญหา เพื่อตนจะได้แก้ไขปัญหาได้ คาดว่าจะได้รับรายงานก่อนเที่ยงวันนี้ และจะได้ประเมินประมวล และตัดสินใจว่าควรจะใช้วิธีการทางการบริหารอย่างไร ในการแก้ไขปัญหานี้ ขอให้รอช่วงบ่ายในวันเดียวกันนี้ก่อน ตนยืนยันว่าทุกอย่างที่ตนทำต้องอยู่บนกฎเกณฑ์ กติกา เรื่องของบ้านเมืองจะทำตามอารมณ์ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้งพล.ต.อ.พัชรวาท กับพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. มีปัญหาอะไรกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตนเข้ามาทำงานทีหลัง ตนเข้ามาทำหน้าที่คนหนึ่งก็เป็นผบ.ตร.อยู่แล้ว คนหนึ่งก็เป็นรองผบ.ตร.อยู่แล้ว ตนก็ไม่ได้ติดใจว่าไรมีปัญหาอะไร และตนไม่ได้ใส่ใจ ตนไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวอะไรกันทั้งสิ้น เราต้องดูเนื้อหาของงานเป็นหลัก เอาประโยชน์ของงานเป็นสำคัญ
เมื่อถามว่าหากได้รับรายงานแล้วพบว่ามีคนที่เป็นอุปสรรคปัญหาต่องาน ตามหลักการบริหารราชการจะต้องตัดสินใจอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ขอให้อดใจก่อน ให้ตนได้รับรายงานก่อนเที่ยงวันเดียวกันนี้ก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบ เมื่อถามว่า ในทางบริหารเพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้ หากเป็นการขอตัวมาช่วยราชการในอีกที่หนึ่งชั่วคราวถือว่ารุนแรงเกินไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ตนเป็นรองนายกฯก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง เพราะมีระเบียบข้อกฎหมายอยู่ว่าตนต้องปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างไร ตนพิจารณาให้เรียบร้อยและจะได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าคนที่เป็นอุปสรรคนั้นจะพิจารณาตัวเอง นายสุเทพ กล่าวติดตลกว่า พูดอย่างนี้คงตอบไม่ได้ ขอให้ใจเย็นๆ
อภิสิทธิ์ขอฟังสุเทพบ่ายนี้ก่อนชี้ชะตาผบ.ตร.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่าอาจมีการปลดหรือมีคำสั่งย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพราะมีอุปสรรคในการสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯตามที่พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้เคยเสนอนายกฯไปว่า ตนยังไม่ได้รับนายงานจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในฐานะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดว่าจะมีรายงานเข้ามาช่วงบ่ายวันนี้
"ส่วนตัวแล้วต้องการให้คดีเดินหน้าได้ และเรื่องนี้ต้องคุยกันและยังไม่ทราบว่าคุณสุเทพ มีความเห็นอย่างไร ตอนนี้สิ่งที่ได้ทำไปนั้นคือเมื่อได้รับทราบปัญหาอุปสรรค ก็จะขอให้คุณสุเทพ ไปดูข้อเท็จจริงต่างๆและกลับมารายงาน เพราะไม่อยากให้คดีนี้เดินช้าเกินไป เพราะเคยคุยกับพล.ต.อ.ธานี ไว้ก่อนแล้ว"
เมื่อถามว่าหากนายสุเทพ ตัดสินใจอย่างไร นายกฯ จะทำตามหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ ไม่ครับ ผมมีหน้าที่พิจารณาด้วยตัวเอง เมื่อนายสุเทมพ ตรวจสอบมาแล้วมีความเห็นว่าเป็นอย่างไรผมจะนำข้อมูลที่ผมมีอยู่มาประกอบการตัดสินใจ
เมื่อถามว่าแสดงว่าการตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ที่นายกฯ นายกฯกล่าวว่า “ แน่นอนสิครับ ” เมื่อถามว่า มีข่าวลือว่าจะปลด ผบ.ตร.นายกฯ กล่าวว่า “ อย่าเชื่อข่าวลือสิครับ ” เมื่อถามว่า สมมติว่าผบ.ตร.คือตัวปัญหาจะปลดหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ตอบคำถามสมมติ
เมื่อถามว่า ช่วงนี้มีกระแสข่าวนี้ออกมาตลอด นายกฯกล่าวว่า กระแสข่าวมันเหมือนข่าวลือหรือเปล่า ตนบอกแล้วว่าอย่าไปฟัง รอเรื่องที่ตนกำลังจะหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วจะดำเนินการต่อไปก่อนดีกว่า
เมื่อถามว่าจะขยับปรับเปลี่ยนตำเเหน่งในจุดใดจุดหนึ่งหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนตอบล่วงหน้าไม่ได้ ขอยืนยันว่าตนจะทำงานเพื่อแก้อุปสรรคที่มีอยู่โดยจะพยายามทำให้เร็วที่สุด เมื่อได้ข้อยุติจะเรียนให้ทราบ
เมื่อถามว่า หากกระแสข่าวนี้เป็นจริง แสดงว่าลูกน้องเสนอปลดหัวหน้าได้ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีใครเสนอปลดใคร ใครมีหน้าที่ก็ขอให้ทำหน้าที่ของตัวเอง รองผบ.ตร.มีหน้าที่ทำคดีนี้ให้เสร็จ เมื่อมีอุปสรรคก็มารายงานตนและไม่ได้เสนออะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหลายกลุ่ม และบางกลุ่มไม่ชอบผบ.ตร.และอาจเสนอข้อมูลนี้ออกมา นายกฯกล่าวว่าเป็นไปได้ตนจึงบอกว่าการพิจาราต่างๆต้องชัดเจนและรัดกุม รวมทั้งรวดเร็ว
เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าใครคือตัวปัญหา นายกฯกล่าวว่า ต้องเดินหน้าเพื่อให้คดีเดินได้
เมื่อถามว่าสิ่งใดที่มั่นใจว่าคดีนี้จะเดินหน้าไปได้ นายกฯกล่าวว่า เพราะตนได้คุยกับพล.ต.อ.ธานี
เมื่อถามว่า เมื่อทราบอุปสรรคแล้ว เหตุใดต้องรอฟังรายงานจากนายสุเทพ นายกฯกล่าวว่า ต้องฟังทุกฝ่าย จะไปสรุปจากคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ตนต้องไปตรวจสอบข้อมูลด้านต่างๆแม้กระทั่งรายงานของนายสุเทพตนต้องแลกเปลี่ยนกับนายสุเทพ ว่าสิ่งที่ตรวจสอบมานั้นจุดใดตรงกัน จุดใดไม่ตรงกัน ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อเดินหน้าให้งานสำเร็จ ตรงนั้นคือเป้าหมาย
เมื่อถามว่าการแก้อุปสรรคนั้นหมายรวมถึงผบ.ตร.ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าตนไม่ขอพูดรายละเอียด ตนจะฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายแล้วนำไปตรวจสอบเพื่อที่จะมีทางต่อไป
เมื่อถามว่าคดีนี้มีปัญหาอะไรที่ผบ.ตร.ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องจนทำให้การสอบสวนคดีนี้ช้าไป นายกฯกล่าวว่า เวลานี้หลายควิเคราะห์และพูดกันไปแต่ตนจะฟังจากคนที่ทำงานและมีหน้าที่ตรวจสอบ ตนมสอบหมายให้คนที่มีหน้าที่ตรวจสอบไปทำงานแล้ว เมื่อมีข้อยุติแล้วจะเรียนให้ทราบ คาดว่าไม่น่าจะช้าเกินไปเพราะสอบถามกรอบเวลาจากรองผบ.ตร.แล้ว
เมื่อถามว่าทางออกที่เตรียมไว้นั้นมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือไม่ และไม่มีผลกระทบ นายกฯกล่าวว่าต้องตัดสินใจให้เป็นทางออกที่ดีที่สุดส่วนผลกระทบนั้นยังไม่ทราบ
เมื่อถามว่าตอนนี้เหมือนว่าต่างฝ่ายต่างให้ข้อมูล คือรองผบ.ตร.ให้ข้อมูลกับนายกฯ ส่วนผบ.ตร.ให้ข้อมูลกับนายสุเทพ จะสร้างความขัดแย้งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรขัดแย้ง
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาคล้ายว่านายสุเทพปกป้องผบ.ตร.มาตลอด นายกฯกล่าวว่านายสุเทพยืนยันกับตนว่าไม่ได้ปกป้องใคร
เมื่อถามว่า สายสัมพันธ์ของผบ.ตร.กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมนั้นจะเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าไม่เป็นครับ
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาผบ.ตร.สนองนโยบายของรัฐบาลได้ดีหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าในส่วนการทำงานกับตนนั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่งานหลายอย่างอาจไม่สัมฤทธิผลตามที่คาดหมายไว้ถือเป็นเรื่องปกติเพราะมีอุปสรรค เช่นเหตุหการณ์เดือนเม.ย.นั้นชัดเจน
เมื่อถามว่า หากมีการปลดผบ.ตร.จริงนั้น เหตุผลหนึ่งมาจากเรื่องการทุจริต18ล้านบาทของผบ.ตร.ในสมัยรัฐบาลที่แล้วด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ส่งให้นายสุเทพ แล้วและอยู่ระหว่างการรอรับรายงานกลับมา
เมื่อถามว่าเรื่องนี้เหตุใดจึงใช้เวลา6เดือนในการสอบสวน นายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้มีปัญหาด้านเอกสารเล็กน้อยและก็มีการยื่นเรื่องนี้มาอีกครั้งโดยจำไม่ได้ว่าอยู่ในเดือนใด แต่เร่งรัดไป2ครั้งแล้ว
พีระพันธุ์สั่งดีเอสไอชี้แจงกรณี“ส.ต.ท.วรวุฒิ ”
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการติดตามตัว ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เป็นหน้าที่ของ ดีเอสไอ ในฐานะหน่วยราชการด้วยกันต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การที่ ส.ต.ท.วรวุฒิ เคยมาช่วยงานดีเอสไอ ในบางคดีตามที่ได้รับรายงานด้วยวาจาจากพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอนั้น ตนจึงสั่งการให้ดีเอสไอชี้แจงทุกกรณีที่เกี่ยวกับส.ต.ท.วรวุฒิ ทั้งเรื่องงานคดีที่เข้ามาช่วย หรือการเบิกใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆหรือรถยนต์ของดีเอสไอ โดยให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมายังตนภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ในระบบการทำงานของหน่วยงานราชการและตำรวจ การขอยืมตัวเป็นกำลังเสริมในการทำคดีต่างๆเป็นเรื่องปกติ ส่วนการยืมใช้เครื่องมือต่างๆก็ต้องดูว่าเป็นเครื่องมือประเภทใด และระเบียบกำหนดไว้ให้ทำอย่างไรต้องดำเนินการตามระเบียบ



