ข่าว

'มีชัย'ชี้ค้านโพยนายกฯไร้เหตุผล

'มีชัย'ชี้ค้านโพยนายกฯไร้เหตุผล

13 พ.ย. 2558

'มีชัย' โต้ 5 ปมคัดค้านที่มานายกฯ ชี้ ไม่มีเหตุผล ให้เวลา 2 - 3 วันรับฟังความเห็น แย้มริบอำนาจ ส.ว.ถอดถอนนักการเมือง

 
                      13 พ.ย. 58  เมื่อเวลา 13.20 น.  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงโต้ตอบพรรคการเมืองที่ให้ความเห็นคัดค้านวิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ตามแนวทางที่ กรธ.เคยเสนอไว้ คือ ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้ที่พรรคจะสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อแจ้งให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับทราบ ว่า จากการรับฟังเสียงคัดค้านของพรรคการเมือง มี 5 เหตุผล คือ 1. เป็นวิธีที่วิตถาร 2. เปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกฯ 3. ขัดเจตนารมณ์ประชาชน 4. ไม่ยึดโยงประชาชน และ 5. ก้าวก่ายการตัดสินใจของพรรคการเมือง ซึ่งตนยังมองไม่เห็นเหตุผลที่แท้จริงของการคัดค้าน และฟังเข้าใจยาก กล่าวคือ ประเด็นที่ระบุว่า วิธีดังกล่าววิตถาร จะวิตถารอย่างไร ในเมื่อประชาชนสามารถรับรู้ล่วงหน้า และรู้จักหน้าตาของบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ส่วนประเด็นที่ระบุว่า เปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกฯ ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ทำให้เข้าใจได้ว่า กรธ.จะเป็นผู้กำหนดให้พรรคการเมืองส่งบุคคลที่ถูกกำหนดไปเป็นนายกฯ ได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริง กรธ.ไม่สามารถกำหนดตัวบุคคลได้ มีเพียงกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่า การเสนอชื่อ พรรคต้องมีมติ เพื่อไม่ให้เป็นความเห็นเฉพาะหัวหน้าพรรคเท่านั้น
 
                      "เรื่องเปิดโอกาสให้คนนอกเป็น ส.ส.นั้น ผมเรียนว่า หากสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องการคนนอกมาเป็นนายกฯ แต่พรรคการเมืองกลับเสนอคนนอกมาให้เลือก จะมีเหตุผลใดที่สภาฯ ต้องลงมติให้คนนอกนั้นมาเป็นนายกฯ ด้วย หากนักการเมืองไม่ชอบคนนอก ก็ไม่ต้องเสนอตั้งแต่แรก อย่าลืมว่า การเลือกนายกฯ ใช้ระบบการเลือกในรัฐสภาโดย ส.ส. 500 คน เป็นผู้ลงมติ หาก ส.ส.ยังตัดสินไม่ได้ จะหวั่งพึ่งใครได้อีก"
 
                      นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ว่า ขัดเจตนารมณ์ประชาชนนั้น ตนมองไม่เห็นประเด็น เพราะกรณีการเลือกตั้งที่พรรคเสนอรายชื่อให้ประชาชนเห็นแล้ว และประชาชนได้ตัดสินใจไปลงคะแนน จะขัดกับเจตนารมณ์ประชาชนได้อย่างไร ขณะที่ประเด็นไม่ยึดโยงประชาชน ตนมองว่า วิธีดังกล่าวยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด เพราะประชาชนรับรู้ล่วงหน้าว่าพรรคการเมืองจะสนับสนุนผู้ใดเป็นนายกฯ ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ระบุว่า ก้าวก่ายการตัดสินใจของพรรคการเมืองนั้น ไม่มีเหตุผล เพราะ กรธ.ไม่ใช่ผู้ไปบังคับว่าพรรคการเมืองควรเสนอใคร แต่ข้อกำหนดที่ระบุนั้น พรรคต้องพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดเนื้อหา กรธ.จะไม่กำหนดว่า ผู้ที่อยู่ในรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้น ต้องเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ เพราะไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวเกินเหตุ และมองว่าควรปล่อยให้พรรคการเมืองได้พิจารณาและกำหนดกติกาที่ใช้ภายในพรรคเอง และเพื่อไม่ให้เกิดกรอบบังคับที่ปฏิบัติยาก
 
                      นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดเรื่องรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เช่น การเลือกให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องเรียงลำดับตามลำดับบัญชีรายชื่อหรือไม่ เพราะมีแนวคิดว่า หากยึดตามลำดับอาจเกิดปัญหาได้ ในกรณีพรรคการเมืองร่วมกันตั้งรัฐบาลผสม เนื่องจากคนจากพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมอาจไม่พอใจผู้ที่พรรคการเมืองอันดับหนึ่งเลือกให้เป็นนายกฯ ก็ได้ , กำหนดจำนวน ส.ส.ขั้นต่ำของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะนำบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ มารวมกับพรรคอันดับหนึ่ง เบื้องต้น หารือว่าจะกำหนดให้อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 5 หรือ 25 คน , การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตที่คะแนนเลือกตั้งอาจมีผลเปลี่ยนแปลงต่อการกำหนดจำนวน ส.ส.ในพรรคการเมืองได้ เบื้องต้น ได้วางแนวทางว่า กรณีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุทุจริต จะหักคะแนนเลือกตั้งของ ส.ส.ที่ถูกตัดสินว่าทำทุจริตออกจากคะแนนนิยมของพรรคการเมือง และให้นำมานับใหม่ ทั้งนี้ ในระบบเลือกนายกฯ กรธ.จะใช้เวลารับฟังความเห็นอีก 2 - 3 วัน จากนั้นจะกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
 
                      นายมีชัย กล่าวในประเด็นสำคัญของบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรธ.ได้วางแนวทางว่า จะตัดอำนาจดังกล่าวที่ให้ไว้กับ ส.ว.ออก เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ว.ไม่สามารถถอดถอนบุคคลใดได้ อีกทั้งการให้อำนาจถอดถอนได้เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซง ส.ว.ได้ เบื้องต้น จึงจะหากลไกเพื่อมาดำเนินการตัดสินให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทำทุจริตและถูกชี้มูลความผิดพ้นจากตำแหน่ง โดยใช้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ และเรียกว่าเป็นกระบวนการให้พ้นจากตำแหน่ง สำหรับฐานพิจารณา คือ การกระทำที่ขัดต่อคุณสมบัติดำรงตำแหน่ง เมื่อขาดคุณสมบัติจึงต้องพ้นจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ในตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ที่ประชุม กรธ.จะเขียนให้รัฐมนตรีมีตำแหน่ง ส.ส.ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ที่หาเสียงเพื่อให้ได้คะแนนอุ้ม ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่เมื่อได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกลับต้องลาออกจาก ส.ส.
 
                      นายมีชัย กล่าวตอบคำถามต่อที่มาของ ส.ว. กรณีที่ตัดอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะให้มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ แต่มีแนวทาง คือ ต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง ต้องยึดโยงกับประชาชน และการปฏิบติหน้าที่ต้องเป็นผู้ที่กลั่นกรอง ดูแลกฎหมาย และทำหน้าที่เพื่อถ่วงดุลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ