
'หมอเลี้ยบ'สู้คดีแปลงสัญญาไทยคม
13 พ.ย. 2558
'นพ.สุรพงษ์' ขึ้นศาลฎีกานักการเมือง ให้การปฏิเสธ สู้คดีแปลงสัญญาไทยคม นัดตรวจหลักฐาน 25 ธ.ค.นี้
13 พ.ย. 58 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.66/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ.สุรพงษ์ หรือ หมอเลี้ยบ สืบวงศ์ลี อายุ 58 ปี อดีต รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร , นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงไอซีที ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 - 3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีที่มีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยทราบดีอยู่แล้วว่า เหตุที่บริษัทขอลดสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อต้องการหาพันธมิตรขยายศักยภาพในการแข่งขันให้มีความเข้มแข็งและมีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินการโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์
โดย นพ.สุรพงษ์ เดินทางมาศาลพร้อมนายอภิชาต จันทร์แก้ว ทนายความ ส่วนนายไกรสร และนายไชยยันต์ จำเลยที่ 2 - 3 มาศาลตามกำหนดนัด
ขณะที่สอบคำให้การแล้ว จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ซึ่งศาลได้กำหนดนัดตรวจหลักฐานคดี ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ภายหลัง นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ตนให้การต่อศาลแล้ว จะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีก ซึ่งศาลกำหนดให้ยื่นภายใน 30 วัน นับจากวันนี้ โดยตนได้ประกันตัว ซึ่งศาลมีเงื่อนไขเหมือนคดีที่ผ่านมาที่ห้ามออกนอกประเทศ หลังจากนี้เตรียมตรวจหลักฐานคดีอีกครั้งเดือน ธ.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล 6 ต่อ 2 เสียง เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 56 ว่า การกระทำของ นพ.สุรพงษ์ , นายไชยยันต์ และนายไกรสร ที่ได้อนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานฯ ดังกล่าว มีมูลความผิดทางอาญา
โดย ป.ป.ช. ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะเกิดเหตุ นพ.สุรพงษ์ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง รมว.ไอซีที , นายไกรสร จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงไอซีที และนายไชยยันต์ จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งอดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบ และควบคุมคู่สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศตามสัญญา ลงวันที่ 11 ก.ย. 34 ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอน คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่มีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในขณะนั้น ปัจจุบันเป็น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ต่อมาวันที่ 18 ต.ค. 47 นพ.สุรพงษ์ จำเลยที่ 1 อนุมัติให้แก้สัญญาตามที่นายไกรสร ปลัดกระทรวงเสนอ และมีการลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 47 โดยไม่เสนอ ครม.ที่มีนายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้นให้ความเห็นชอบ ทั้งที่จำเลยทราบแล้วว่า อัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่าเดิมโครงการได้รับอนุมัติจาก ครม.เป็นโครงการของประเทศ ควรที่กระทรวงไอซีทีต้องนำเสนอ ครม.พิจารณา การกระทำของจำเลยทั้งสาม ที่มีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์รัฐ จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายกับสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ กระทรวงไอซีที เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานจากรัฐ
ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ ปัจจุบันมีคดีที่ถูก ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รวม 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีแปลงสัญญาไทยคม หมายเลขดำ อม.66/2558 นี้ และคดีแต่งตั้ง ปธ.กก.- กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในบอร์ด ธปท.ปี 51ไม่ชอบ ที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง นพ.สุรพงษ์ ในฐานะ อดีต รมว.คลัง ยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นคดีหมายเลขดำ อม.39/2558 ซึ่งศาลนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. โดย นพ.สุรพงษ์ ได้รับการประกันตัวไปในวงเงิน 10 ล้านบาท



