
มติสนช.ไม่ถอดถอน'สมศักดิ์'
13 พ.ย. 2558
'สมศักดิ์' ขอบคุณ สนช.ทำหน้าที่สมเกียรติ - ผดุงความเป็นธรรม ลงมติไม่ถอดถอน 'ร่ำรวยผิดปกติ' คะแนน 109 ต่อ 82
13 พ.ย. 58 เมื่อเวลา 10.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า มีการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เมื่อสมัยที่ยังดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามข้อกล่าวหาว่า ร่ำรวยผิดปกติ จากกรณีสร้างบ้านมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ที่ จ.อ่างทอง โดยเป็นขั้นตอนลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอน ซึ่งจะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 จากทั้งหมด 220 เสียง คือ จะต้องได้เสียง 132 เสียงขึ้นไป ส่วนในขั้นตอนการลงมตินั้น เป็นการลงคะแนนแบบลับ โดยให้สมาชิกกาบัตรในช่อง ถอดถอน หรือ ไม่ถอดถอน จากนั้นหย่อนบัตรลงในกล่องเพื่อนับคะแนน
ต่อมาเวลา 11.15 น. ภายหลังที่นับคะแนนการลงมติเสร็จสิ้นแล้ว นายพรเพชร แจ้งผลการลงมติว่า ที่ประชุมมีมติถอดถอน 109 คะแนน ไม่ถอดถอน 82 คะแนน งดออกเสียง 3 คะแนน และมีบัตรเสีย 1 ใบ จึงส่งผลให้นายสมศักดิ์ ไม่ถูกถอดถอน เนื่องจากคะแนนเสียงถอดถอนมีไม่ถึง 132 คะแนน จึงถือว่า สนช.มีมติไม่ถอดถอนนายสมศักดิ์ จากนั้นจะแจ้งมติดังกล่าวให้ ป.ป.ช. รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ส่วนบัตรลงคะแนน จะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ทำลายต่อไป
จากนั้น นายพรเพชรสั่งปิดการประชุมเมื่อเวลา 11.43 น.
'สมศักดิ์' ขอบคุณ สนช.ทำหน้าที่สมเกียรติ - ผดุงความเป็นธรรม
นายสมศักดิ์ กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบมติของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อกระบวนการออกเสียงเพื่อถอดถอนหรือไม่ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามข้อกล่าวหาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ซึ่งเสียงถอดถอนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะให้พ้นจากตำแหน่งได้ ว่า ขอขอบคุณสมาชิก สนช.ทุกคน ที่ได้ทำหน้าที่ตามความตระหนักถึงเนื้อหาของการปฏิรูปการเมือง กรณีกำจัดนักการเมืองชั่วให้พ้นจากเส้นทางการเมือง และได้ผดุงความเป็นธรรมให้กับนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่ชอบธรรมด้วย ดังนั้น การทำหน้าที่ดังกล่าวถือเป็นเกียรติยศและเกียรติภูมิของ สนช. ส่วนกรณีที่ สนช.ลงคะแนนไม่ถอดถอนเพียง 82 เสียง ซึ่งน้อยกว่ามติถอดถอนออกจากตำแหน่งที่มี 109 เสียง แต่ถือว่าเสียงถอดถอนดังกล่าวมีไม่ถึงเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้นั้น ตนมองว่า สนช.ได้ใช้วิจารณญาณในการทำหน้าที่ ขณะที่ สนช.จำนวน 82 คนนั้นได้ทำหน้าที่รับฟังคำชี้แจงของตน ทั้งการชี้แจงด้วยวาจาและตามหลักฐานที่เป็นเอกสาร รวมถึงคำให้การของพยานที่เป็นอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ยืนยันว่า ตนไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตและแสวงหาความร่ำรวยตามข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.
"แม้เสียงถอดถอนจะมีมากกว่าเสียงไม่ถอดถอน ประเด็นนี้ต้องยึดตามกติกาประชาธิปไตยที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะที่อนาคตทางการเมืองของผมนั้นก็จะเป็นไปตามที่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด เพราะขณะนี้ถือว่าโทษทางการเมืองนั้นปลดล็อกทั้งหมดแล้ว ส่วนการดำเนินการต่อสู้ข้อกล่าวหานี้ในศาล ผมจะดำเนินการชี้แจงตามกระบวนการกฎหมาย และตามข้อเท็จจริงที่มี"



