ข่าว

‘แสงแดด’แรงบันดาลใจสู่ธุรกิจ...พลังงานทางเลือก

‘แสงแดด’แรงบันดาลใจสู่ธุรกิจ...พลังงานทางเลือก

13 พ.ย. 2558

‘แสงแดด’แรงบันดาลใจสู่ธุรกิจ...พลังงานทางเลือก : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยธานี กุลแพทย์

              “ความมั่งคั่งสร้างได้จากแสงแดดจริงๆ ครับ ประเทศไทยอยู่ในเขตศูนย์สูตร แดดจ้าตลอดปี ทำไมเราจะทำเงินจากแสงแดดไม่ได้” ดร.อัฐวุฒิ ปภังกร กล่าวในฐานะผู้จัดการด้านการเงินและการลงทุน บริษัท ยูเมย่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทน้องใหม่ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างไทยและญี่ปุ่น กับความมุ่งมั่นแรงกล้าสไตล์นักธุรกิจหนุ่มเจนวาย ที่ต้องการให้เมืองไทยมีการพัฒนาในเรื่องพลังงานทางเลือกให้มากขึ้น

              “ในมุมของนักธุรกิจ ผมเชื่อว่าการก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดถือเป็นโอกาสและความท้าทายใหม่ เพราะตลาดยังเล็กสามารถขยายและเติบโตได้อีกมาก ในมุมของผู้ประกอบการ แสงอาทิตย์เป็นโอกาสให้คุณได้สร้างเส้นทางลดต้นทุนด้านพลังงาน ให้คุณได้สร้างสรรค์แผนงานเพื่อตอบแทนคืนกลับสู่สังคม ขณะที่ในมุมของผู้บริโภค ผมเชื่อว่าหลังคาบ้านของคุณสร้างรายได้ให้ไม่มีวันหมด ตราบเท่าที่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง"

              ดร.อัฐวุฒิ หรือ ตุ้ย นักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี เชื่อว่า โอกาส สร้างธุรกิจใหม่ได้เสมอ ดังนั้นการลงทุนกับวัตถุดิบที่เป็นต้นทุนจากธรรมชาติจึงเป็น โอกาสสำหรับอนาคตการเริ่มต้นในอีกธุรกิจอันเกิดจากมันสมองของตัวเอง จึงทำให้เขามุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมเผชิญความท้าทายทุกรูปแบบ แม้จะคลุกคลีการทำธุรกิจของครอบครัวด้านอสังหาริมทรัพย์ในเครือเปี่ยมสุขมาตั้งแต่อายุยังน้อยก็ตาม

              การที่ ดร.อัฐวุฒิ เคยกู้เงิน 2,000 ล้านบาท เมื่ออายุ 20 ปี เพื่อธุรกิจของครอบครัว นั่นคือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องการลงทุนในธุรกิจ จนตัดสินใจเรียนด้านการเงินการบัญชี เพราะต้องคอยดูแลเงินลงทุนในกิจการต่างๆ

              "คอนเนกชั่นทางธุรกิจผมได้รับจากคุณพ่อมาทั้งหมด ต่อเมื่อทางญี่ปุ่นมีแผนจะขยายธุรกิจของกลุ่มยูเมย่าเข้ามาในประเทศไทย ถามว่าทุนใหญ่อย่างนั้น เข้ามาเปิดกิจการโดยไม่ร่วมทุนได้ไหม ตอบเลยว่าได้ แต่เพราะธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยสายสัมพันธ์ ยูเมย่า (ประเทศไทย) จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2558 ถือหุ้นในสัดส่วนตามกฎหมายคือ ฝั่งไทย 51% ฝั่งญี่ปุ่น 49% มีผมและเพื่อนนักธุรกิจไทยอีกคนหนึ่งช่วยกันบริหารจัดการทุกเรื่อง”

              ดร.อัฐวุฒิ บอกว่า เรื่องของพลังงานทดแทนถูกกล่าวพาดพิงถึงการนำมาใช้แทนพลังงานหลักอย่างน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติมานานแล้ว รวมทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพลังงานแสงแดด ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มีทิศทางราคาที่ลดลงเรื่อยๆ จึงชัดเจนว่า ตลาดไทยตอบรับพลังงานทางเลือกอย่างดี และยิ่งถ้าได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการขายไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานการไฟฟ้าของรัฐบาล ตลาดก็จะยิ่งได้รับการตอบรับดีมาก

              “ทิศทางจากตลาดหุ้นไทย เห็นชัดเจนว่า ตลาดมีการตอบสนองต่อเรื่องความต้องการพลังงานทดแทนว่าเป็นพลังงานที่ยั่งยืนและช่วยเหลือสังคม ตอนนี้มีหลายบริษัทมีนโยบายใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือแม้แต่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ เก็บพลังงานในแบตเตอรี่ส่งไปให้ชุมชนที่ห่างไกลได้ใช้ ล่าสุดมีการปรับกฎหมายใหม่ให้ครัวเรือนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านได้โดยไม่ต้องขออนุญาตในลักษณะของโรงงานหรือการทำธุรกิจ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการสนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้อีกทางจากการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่รัฐ”

              อีกทั้งในภาคเกษตร โดยเฉพาะภาคปศุสัตว์ อีกไม่นานโซลาร์เซลล์จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งเครื่องมือของเกษตรกรในการผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงเรือนหรือในฟาร์ม บางที่อาจใช้ทดแทนเครื่องปั่นไฟเพื่อนำไฟฟ้าไปใช้เป็นไฟส่องสว่างภายในพื้นที่กสิกรรม ดังจะเห็นว่าเริ่มมีธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน ทำตลาดตรงกับครัวเรือน บางแห่งก็ทำตลาดร่วมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สร้างบ้านติดโซลาร์เซลล์ให้ด้วย เป็นต้น

              ด้วยโอกาสทางธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและเตรียมพร้อมเดินหน้าไปตามแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ดร.อัฐวุฒิ ระบุว่า แม้ยูเมย่า (ประเทศไทย) เป็นน้องใหม่ของไทยที่มองเห็นอนาคตด้านพลังงานทางเลือก แต่ยูเมย่าคือตัวจริงเสียงจริงในความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรวมถึงวิศวกรรมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ อ้างอิงได้จากประสบการณ์มากกว่า 25 ปีของยูเมย่า บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้สร้างระบบไฟฟ้าให้แก่กองทัพญี่ปุ่น มีประสบการณ์ในการผลิตกำลังไฟฟ้ามากกว่าหนึ่งพันเมกะวัตต์ และมีสิทธิบัตรการขายไฟฟ้าให้แก่รัฐบาลญี่ปุ่นมากกว่า 200 เมกะวัตต์ จุดเด่นของ ยูเมย่า คือไม่ได้ผูกขาดกับคู่ค้าผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ทำให้บริษัทมีเครือข่ายพันธมิตรกับผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ทั่วโลกมากกว่า 10 แบรนด์ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีทางเลือกแบรนด์ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ต้องการได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ขณะเดียวกันก็มีนโยบายด้านการพัฒนาสังคม (ซีเอสอาร์) ที่ชัดเจน ไม่เน้นทำธุรกิจเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการร่วมพัฒนาคุณภาพสังคมที่ธุรกิจมีส่วนร่วมให้ดียิ่งขึ้น

              “ธุรกิจพลังงานไม่ใช่การกอบโกยจากทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการทำงานที่ ‘ได้’ ด้วยกันทุกฝ่าย แม้เราจะเพิ่งเริ่มธุรกิจ แต่เราพร้อมทำงานเพื่อให้สังคมได้รับสิ่งดีๆ เราอยากเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า พลังงานทางเลือกเป็นเส้นทางของความมั่นคงด้านพลังงานของไทยจริงๆ ซึ่งทุกคนสามารถสร้างความมั่งคั่งจากแหล่งพลังงานเหล่านี้ได้ด้วยเทคโนโลยี ด้วยความรู้ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะแสงแดดเท่านั้น ยังมีลม ขยะ เชื้อเพลิงอื่นๆ อีก” ดร.อัฐวุฒิ กล่าว

              ยูเมย่า (ประเทศไทย) มีผลิตภัณฑ์และบริการ 3 กลุ่ม คือ โซลาร์ รูฟท็อป ส่วนใหญ่เป็นโรงงานหรือโกดังสินค้า ตลาดกลุ่มนี้มีแนวคิดในเรื่องของซีเอสอาร์ ที่ผสานไปกับการลงทุนหรือแม้แต่การกู้เพื่อลงทุนก็ถือว่าคุ้มค่ากับการประหยัดค่าไฟ และยังเป็นการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, โซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) สำหรับตลาดนักธุรกิจและนักลงทุน และ

              เทคโนโลยีกำจัดขยะไบโอแมส (Bio mass) ปัจจุบันยังเป็นเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง แต่ยูเมย่าได้คิดค้นและวิจัยเทคโนโลยีที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท ทำให้ขั้นตอนการแยกขยะแทบไม่ต้องพึ่งพาแรงงานคน ขยะต่างๆ ที่ถูกแยกประเภทอย่างชัดเจนด้วยเทคโนโลยีและดำเนินการนำเข้าสู่กระบวนการกำจัดและแปรสภาพขยะและสิ่งปฏิกูลทั้งหลายให้เป็นปุ๋ย อาหารสัตว์ และพลังงาน ทั้งยังได้ใช้พลังงานที่เกิดจากการเผาไหม้ขยะมาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้าได้ด้วย

               อายุไม่สำคัญไปกว่าความคิด

              ดร.อัฐวุฒิ ปภังกร ปัจจุบันอายุ 30 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาบัญชี และปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีประสบการณ์ไปช่วยสอน (Visiting Professor) ที่บอสตัน ยูนิเวอร์ซิตี้ และยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชี่ยวชาญในการวางระบบบัญชีและการเงิน และระบบภาษี ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและการบัญชีให้แก่บริษัทชั้นนำในประเทศหลายแห่ง

              “ทัศนคติสังคมไทยเปลี่ยนยาก พอเห็นว่าผมอายุยังน้อย เขาจะดูว่านามสกุลอะไร มีฐานะยังไง เก่งจริงหรือเปล่า ซึ่งระบบอาวุโสในแวดวงธุรกิจก็ยังมี ผมจึงต้องการแสดงความสามารถให้ทุกคนเห็นว่า อายุไม่ได้สำคัญไปกว่าความคิดและการสร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อนคุณพ่อทุกคนเป็นเพื่อนผมด้วย ผมคลุกคลีในวงเจรจาธุรกิจไม่ว่าเล็กใหญ่มามาก นั่นคือประสบการณ์สำคัญ สำหรับผมความสำเร็จไม่ใช่จำนวนเงิน ความสำเร็จของผมคือ การได้รับการยอมรับความสามารถจากสังคม จากผู้คนที่ทำธุรกิจร่วมกัน”