ข่าว

ดร.สมเกียรติชี้ช่องเท่าทันเกมประมูล4จี

ดร.สมเกียรติชี้ช่องเท่าทันเกมประมูล4จี

13 พ.ย. 2558

ดร.สมเกียรติชี้ช่องเท่าทันเกมประมูล4จี

              การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิตรซ์ หรือการประมูล 4 จี ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ไม่เสร็จสิ้นต้องประมูลกันแบบมาราธอน ข้ามคืน มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน ผ่านไปแล้ว 66 รอบ ยอดรวม 70,828 ล้านบาท ถือว่า เป็นไปตามความคาดหมายหรือไม่ ?

              ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ได้กล่าวถึงการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวทางรายการ เก็บตกจากเนชั่น (ภาคเช้า) วันที่ 12 พฤศจิกายน ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ที่ผ่านมา ว่า โดยส่วนตัวคิดว่าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควร เพราะก่อนที่จะมีการประมูล ก็ไม่ค่อยแน่ใจกันว่า จะมีการแข่งขันมากน้อยแค่ไหน จริงๆ แล้วหากดูตามหลักวิชา ก็ไม่ถึงกับแปลกใจมากเกินไป ถ้ามีการแข่งขันจริง สิ่งที่ปรากฏก็เป็นอย่างนี้ แต่อาจจะเป็นของแปลกประหลาดสำหรับประเทศไทย ที่นานๆ ทีจะมีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่

              คนไทยอาจจะตื่นเต้นที่ได้เห็นการประมูลกันแบบข้ามวันข้ามคืน แต่จริงๆ แล้ว ที่ประเทศเยอรมนี มีการประมูล 4 จี ไป 181 รอบ ใช้เวลา 16 วัน ขณะที่ของไทยเราขณะนี้เพิ่งจะข้ามคืนจนกระทั่งถึงเช้าอีกวันก็ผ่านไปเพียง 65 รอบ เท่านั้น การแข่งขันจริงๆ จะใช้เวลานานเป็นเดือน

              สำหรับของไทยตอนแรกกำหนดกันว่า ช่วงเช้าประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิตรซ์ หรือการประมูล 4 จี หลังจากนั้นในช่วงบ่ายประมูลคลื่นความถี่ 900 ตอนนั้นผมก็ถามว่า มั่นใจเลยใช่ไหมว่า จะไม่มีการแข่งขัน และยังคงจำกันได้ว่า จะมีการประมูลสองวันติดต่อกัน คือ วันแรกประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิตรซ์ หรือการประมูล 4 จี และวันนี้ (12 พ.ย.) ก็จะประมูลคลื่นความถี่ 900

              เป็นการชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่แปลกใจมากน่าจะเป็น กสทช. โดยส่วนตัวผมเองแล้วก็แปลกใจอยู่บ้าง เพราะพอเขาจัดประมูล 3 จี ได้ มันแทบจะไม่มีการแข่งขันกันเลย ใช้เวลาเพียงชั่วโมง สองชั่วโมงก็จบกันเลย

              จริงๆ แล้ว ก่อนหน้าที่จะเปิดการประมูล มีการกำหนดกันว่า จะเปิดประมูลเช้า-บ่าย ดำเนินการให้เสร็จภายในวันเดียว

              ราคาประเมินตอนแรกคาดกันว่าจะอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อถึงรอบ 66 ยอดประมูลอยู่ที่ 70,828 ล้านบาท ?

              จริงๆ แล้วอย่าไปตกอกตกใจกัน ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ไม่ดี ด้วยเหตุผลสำคัญ ก็คือมันเป็นการแข่งขัน

              การแข่งขันในการประมูลคลื่น ทำให้ได้ราคาประมูลสูง การที่ได้ราคาประมูลสูงไปนั้น ไม่ได้มีผลต่อผู้บริโภค

              ทำไมถึงไม่มีผลต่อผู้บริโภค ? 

              เพราะเป็นการตัดกำไรของผู้ประกอบการ

              ถ้าผู้ประกอบการที่เข้าประมูล ถ้าได้กำไรเยอะ สมมุติโครงการทั้งโครงการ 15 ปี 18 ปี มีกำไรแสนล้านบาท เอามาประมูลเท่าไหร่ดี เขาก็จะคิดว่า เอามาประมูลสัก 5 หมื่นล้านบาทดีไหม นี่คือโดยหลักการ เพราะฉะนั้นก็คือ ตัดมาจากกำไรของเขา หากเขาเอามาประมูล 3 หมื่นล้านบาท เขาก็เหลือกำไร เจ็ดหมื่นล้านบาท

              เขามีกำไรอยู่แล้วใช่หรือไม่ ?

              คือ ก่อนที่จะยื่นประมูลเท่าไหร่นั้น เขาจะต้องคิดกำไรก่อน และต้องคิดคำนวณเงินทุนหน้าตักที่ตัวเองมีอยู่

              คาดว่า ยอดการประมูลจะไม่เกินเท่าไหร่ ?

              ของพวกนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด จะบอกเองว่า ไปจบที่ตรงไหน

              เหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการประมูล มีการแข่งขันกันมาก น่าจะมาจาก 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ มีรายใหม่เข้ามาร่วมประมูล การที่มีรายใหม่เข้ามา ทำให้เพิ่มการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏตัวในเมืองไทย เมืองไทยไม่คุ้นเคย จึงเป็นสาเหตุทำให้ทุกคนรวมทั้ง กสทช.แปลกใจ เพราะไม่เคยเชื่อในพลังของการแข่งขัน ลองคิดดู ถ้ามีรายใหม่เข้าสู่ตลาดจะทำให้ตื่นตาตื่นใจขนาดไหน

              เรื่องที่ 2 วันประมูลถูกเลื่อนออกไป จากเดิมวันนี้ (12 พ.ย.) จะมีการประมูลคลื่นความถี่ 900 แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคม ก็เลื่อนออกไปประมาณหนึ่งเดือน ตรงนี้มีผลนะครับ ทำให้เกิดโอกาสที่จะสมคบกันกำหนดราคา แบ่งเค้กกัน มันทำได้ยากขึ้น

              ลองคิดดูกันนะครับ แต่เดิมมีใบอนุญาต 4 ใบ มีผู้ประกอบการ 4 ราย ทั้งหมดคลื่น 4 จี เหมือนกัน ถ้าเอามาประมูลวันเดียวกัน รอบเดียวกัน แปลว่า อะไร ? ตรงนี้ก็จะทำให้ตกลงกันได้ว่า เอาไปคนละคลื่น อย่าสู้กันเลย จะได้จบๆ กันไป โอกาสเป็นอย่างนี้ได้ง่าย

              วันนี้จะมีผู้ชนะได้ใบประมูล 2 ใบ คนที่ไม่ได้ก็ไปเอาคลื่น 900 ก็ได้ ไม่ใช่หรือ ?

              ใช่ครับ ถ้ามีการตกลงกัน ก็บอกว่า ฉันได้มาแล้ว เธอไปเอาที่เหลือ

              จะตกลงกันได้ง่าย หากประมูลในวันนี้

              อย่างไรก็ตาม การที่มีการเลื่อนการประมูลคลื่นความถี่ 900 ออกไป 1 เดือน โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า รัฐบาลตัดสินใจถูกต้องแล้ว

              การเลื่อนออกไปอย่างนี้และมีรายใหม่เข้ามาร่วม จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงมากอย่างที่คนไทยไม่เคยเห็น

              หากประมูลเช้า-บ่าย หรือสองวันติดกัน ราคาจะไม่สูงอย่างนี้ใช่หรือไม่? อีกทั้ง กสทช.ไม่ค่อยรู้เท่าทันกลไกตลาดใช่หรือไม่ ?

              แน่นอนครับ หากการประมูลเป็นไปแบบสองวันติดกัน หรือวันเดียวกัน ราคาประมูลจะไม่สูงมากอย่างนี้แน่

              ส่วนอีกคำถามนั้น นั่นเป็นเพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ในการแข่งขันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในวงการโทรคมนาคม ไม่เคยเห็นการแข่งขันจริงๆ และผมคิดว่า การแข่งขันจริงๆ นี่แหละ จะเป็นตัวที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้บริโภค

              สมมุตินะครับ ผู้ประกอบการรายใหม่เป็นผู้ได้ใบประมูลไป ตลาด 4 จี จะเปลี่ยน ลองคิดดู รายใหม่ ลูกค้าก็ยังไม่มี ผู้ประกอบการรายนี้ก็ต้องตัดราคา ทำคุณภาพให้ดีกว่ารายอื่น ถึงจะมีคนมาใช้

              ผู้ประกอบการรายใหม่ มีเพียงรายเดียว น้อยไปหรือไม่ ?

              ใช่ครับ น้อยไปหน่อย จริงๆ แล้วผมพยายามเรียกร้องมาตลอดว่าควรจะเปิดเสรีตลาดโทรคมนาคมของประเทศไทย หากเปิดเสรี ประมูลจะได้ราคาดีกว่านี้

              สำหรับการประมูลในต่างประเทศที่เยอรมนี 4 จี รัฐบาลได้เงินไปประมาณ 2 แสนล้านบาท ทั้งหมดรวมกัน สำหรับ 3 จี รัฐบาลได้ไป 2 ล้านล้านบาท

              เงินมหาศาล รัฐบาลเอาคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นสมบัติของประชาชนไปขาย ให้ กสทช.ขายได้ราคาน้อยมาก เคาะกันป๋องแป๋ง ไม่เอาจริง เพราะไม่มีการแข่งขันที่แท้จริง แล้วพอให้บริการก็ผู้ประกอบการ 3 รายเดิม ไม่ได้ทำให้ตลาดมีความตื่นตัว มีการแข่งขันทางราคาและคุณภาพอย่างแท้จริง

              การประมูลคลื่นความถี่ 900 จะแข่งขันดุเดือดหรือไม่ ?

              โดยหลักแล้วน่าจะมีการแข่งขันกัน แต่จะดุเดือดเหมือนวันนี้ (12 พ.ย.) หรือไม่นั้น ไม่ทราบครับ ถ้าไม่มีเหตุการณ์พิสดารเกิดขึ้น ประเทศไทยนั้นอย่าไปคิดว่า อะไรทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาทั้งหมด มันมีเรื่องแปลกประหลาดพิสดารเกิดขึ้นได้

              หากไม่มีการประมูลคลื่นความถี่ 900 ถ้ามีใครไปทำอะไรแปลกๆ มา เช่น ไปหาเหตุฟ้องศาล เป็นการเตะสกัด อย่าให้รายอื่นเข้าสู่ตลาด ทำให้การประมูลเกิดขึ้นไม่ได้ ตรงนี้้เป็นการพูดดักคอไว้ก่อนว่า อย่าให้เกิดขึ้น หวังว่าคงจะไม่มีใครทำเรื่องพิสดารขึ้นนะครับ ต้องให้การประมูลคลื่นความถี่ 900 เกิดขึ้น และเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา

              คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ กับคลื่น 900 ต่างกันอย่างไร ?

              ต่างกันตรงที่ทำเล ก็คล้ายๆ กับคลื่นเอฟเอ็ม ส่งสัญญาณไปได้ไม่ไกล ขณะที่เอเอ็มส่งสัญญาณไปได้ไกลกว่า คลื่น 900 ความถี่จะส่งได้ไกล ผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนตั้งเสาเยอะ

              ผู้ที่ชนะประมูลคลื่นความถี่ 1800 ก็ไม่น่าจะไปประมูลคลื่นความถี่ 900 ใช่หรือไม่ ?

              ไม่ใช่ครับ มีบางรายเขาต้องการอยากได้ครับ

              ถ้าทำกันอย่างตรงไปตรงมา ก็จะมีการแข่งขัน แต่ถ้ามีการใช้อำนาจ หรือทำอะไรที่พิสดาร เช่น ออกกฎอะไรใหม่ๆ มาเพิ่ม เพื่ออุ้มรายที่ไม่ได้ เพื่อให้รายที่ไม่ได้ ได้ไปในราคาที่ถูก มันก็จะเป็นปัญหา เสียหลักการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมไปเลย