ข่าว

โค้งสุดท้าย 'คัดยูโร 2016'

โค้งสุดท้าย 'คัดยูโร 2016'

14 พ.ย. 2558

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : โค้งสุดท้าย 'คัดยูโร 2016'

 
                      ใกล้ปิดฉากรอบคัดเลือกกันเต็มแก่ สำหรับ ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 ที่ได้เดินทางมาถึงรอบเพลย์ออฟ เพื่อตามหาอีก 4 ทีมที่จะได้สิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้าย หลังจากที่ได้ 20 ชาติลูกหนังไปฟาดแข้งที่เมืองน้ำหอมในช่วงกลางปีหน้าเรียบร้อยแล้ว และอานิสงส์จากการเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายจากเดิมที่จะมีเพียง 16 ชาติ นับตั้งแต่ในศึกยูโร 1996 ที่ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพเมื่อ 19 ปีก่อน
 
                      จึงทำให้ 5 ชาติลูกหนังระดับเล็กๆ จะได้มีโอกาสไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลรายการใหญ่ระดับทวีปเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ หลังฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จากเกมในรอบคัดเลือกจนสามารถปักธงในรอบต่อไปได้สำเร็จ โดยเฉพาะ ไอซ์แลนด์ และ แอลเบเนีย ที่ไม่เคยได้ไปโชว์ฝีเท้าในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มาก่อนเลย ส่วน 2 ชาติจากสหราชอาณาจักรอย่าง เวลส์ กับ ไอร์แลนด์เหนือ รวมถึง สโลวะเกีย เตรียมได้สัมผัสกับเกมฟาดแข้งรายการใหญ่ที่สุดของทวีปเป็นครั้งแรกเหมือนกัน
 
                      แม้ว่าทั้ง 3 ชาติดังกล่าวจะเคยผ่านเวทีระดับโลกที่สุดในศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว โดย เวลส์ เคยได้โชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 1958 ประเทศสวีเดน เมื่อ 57 ปีก่อน ขณะที่ ไอร์แลนด์เหนือ เคยไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 3 ครั้งในปี 1958, 1982 ที่ประเทศสเปน และ 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก ส่วน สโลวะเกีย เคยไปลุยในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้มาแล้ว แต่ทั้งหมดกลับยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปโชว์ฝีเท้าในศึกลูกหนังบนทวีปของตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว
 
                      ส่วนพวกชาติลูกหนังระดับหัวแถวสามารถตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี, อังกฤษ, สเปน, โปรตุเกส, อิตาลี, สาธารณรัฐเช็ก, รัสเซีย, โครเอเชีย, โปแลนด์ และ “เจ้าภาพ” ฝรั่งเศส รวมถึงพวกที่ได้กลับมาโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง ได้แก่ ออสเตรีย, สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม, โรมาเนีย และ ตุรกี
 
                      ทว่า ศึกยูโร 2016 จะไร้เงาของ 3 ยักษ์ใหญ่ที่ต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบคัดเลือกเท่านั้น เริ่มจาก “กังหันสีส้ม” ฮอลแลนด์ อดีตแชมป์ยูโร 1988 ที่น่าจะได้ผ่านเข้ารอบแบบไม่ยากเย็นนัก หลังถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมสายเดียวกับ สาธารณรัฐเช็ก, ไอซ์แลนด์, ตุรกี, ลัตเวีย และคาซัคสถาน แต่กลับต้องจอดป้ายเพียงรอบคัดเลือกแบบพลิกความคาดหมาย เพราะทำได้แค่อันดับ 4 ของกลุ่ม และไม่ได้สิทธิ์ไปเล่นเพลย์ออฟเพื่อลุ้นผ่านเข้าไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายเสียด้วยซ้ำ
 
                      เช่นเดียวกับ “เทพนิยาย” กรีซ อดีตแชมป์ยูโร 2004 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องจอดป้ายเพียงรอบคัดเลือกไปแบบหมดสภาพ แม้จะถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม ไอ ร่วมสายเดียวกับ โรมาเนีย, ไอร์แลนด์เหนือ, ฮังการี, ฟินแลนด์ และหมู่เกาะแฟโร แต่กลับกระเด็นตกรอบด้วยการจมปลักอยู่ในอันดับบ๊วยของกลุ่ม ปิดท้ายด้วย เซอร์เบีย ที่ทำผลงานในรอบคัดเลือกได้อย่างย่ำแย่เหมือนกัน เพราะจบด้วยอันดับ 4 ตามหลัง โปรตุเกส, แอลเบเนีย และ เดนมาร์ก แถมยังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า สั่งลงโทษหัก 3 คะแนนพร้อมกับปรับให้แพ้ในเกมที่เปิดบ้านพบ แอลเบเนีย 0-3 เมื่อช่วงปลายปีก่อน หลังแฟนบอลก่อเหตุขว้างปาสิ่งของใส่นักเตะทีมเยือนที่เป็นคู่อริในเรื่องของการเมืองระดับประเทศมานานแล้ว
 
                      หลังจากนี้ ศึกยูโร 2016 จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของเกมรอบคัดเลือกกันเสียที เพราะได้เดินทางมาถึงรอบเพลย์ออฟ เพื่อตามหาอีก 4 ทีมที่จะได้ไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายช่วงกลางปีหน้า แต่ตอนนี้มีมากถึง 8 ชาติลูกหนังที่ยังมีโอกาสลุ้นโควต้าดังกล่าว โดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ได้จับสลากประกบคู่ทั้ง 4 เกมที่จะแข่งแบบเหย้า-เยือน 2 นัดออกมาแล้วดังนี้ เริ่มจาก ยูเครน พบ สโลวีเนีย, สวีเดน พบ เดนมาร์ก, บอสเนีย พบ ไอร์แลนด์, นอร์เวย์ พบ ฮังการี สำหรับนัดแรกจะแข่งกันระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน ส่วนนัดที่ 2 จะชิงชัยกันระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน
 
                      แน่นอนว่าจะต้องมีถึง 4 ทีมที่ต้องเป็นผู้อกหักจากเกมรอบเพลย์ออฟ ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก นั่นเอง แต่จะมีอีก 4 ทีมที่จะเป็นผู้สมหวัง ได้ตามไปสมทบกับอีก 20 ชาติลูกหนังที่ได้ผ่านเข้ารอบไปแล้ว เพื่อรอการโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายที่ประเทศฝรั่งเศสช่วงกลางปีหน้ากันต่อไป