
รองผบช.น.เปิดช่องร้องเรียนจราจรกลั่นแกล้ง
รองผบช.น. ยันหัวปิงปองโปร่งใส ไม่มีนโยบายจับทำยอด-เรียกผลประโยชน์ ระบุ ถ้าผู้ขับขี่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูก กลั่นแกล้ง จากการตั้งด่านตรวจจับความผิด แจ้งเรื่องร้องเรียนที่โทร 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกราย
(24ก.ค.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีประชาชนร้องเรียนการตั้งด่านตรวจจับความผิดจราจรเป็นการทำยอดเรียกผลประโยชน์ว่า การตั้งด่านเป็นนโยบายของตำรวจนครบาลอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องการกวดขันวินัยจราจร ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรม และการดูแลด้านความมั่นคง ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่มีนโยบายจับทำยอดอย่างแน่นอน เพราะมีการแบ่งเงินรางวัลอยู่แล้ว หากพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องทุกข์ต่อหัวหน้าชุดที่ตั้งด่านได้เลย
ส่วนการกวดขันจับกุมนั้น พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า เป็นพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนาย หากผู้ปฏิบัติเป็นคนเคร่งครัดก็จับ ทำให้มองว่าอาจมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่หากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ได้ทำความผิดอะไรก็ไม่ต้องกลัว ไม่มีความผิดตำรวจก็ไม่ตรวจจับ หากไม่ดัดแปลงเครื่องยนต์ให้มีเสียงดัง หรือไม่ต่อเติมตัดแต่งแผ่นป้ายทะเบียนรถ หรือไม่ได้ทำผิดข้อหาอื่นๆ ก็ไม่มีใครไปจับกุมพวกท่าน และควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างที่มีการตั้งด่านตรวจจุดตรวจด้วย
รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า จากการตั้งด่านตรวจทั้งด่านตรวจจราจรด่านป้องกันอาชญากรรมแต่ละเดือนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นตำรวจจราจรก็ดี ตำรวจสายตรวจปราบปรามก็ดีสามารถจับกุมคดีต่างๆได้เป็นจำนวนมากทั้งเรื่องของยาเสพติด อาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ถือเป็นประโยชน์ของการตั้งด่านตรวจ แม้จะทำให้ประชาชนรำคาญบ้าง แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงกลางวันการจี้ปล้นน้อยเพราะด่านจราจรเยอะผิดกับช่วงกลางคืนที่ไม่มีด่านก็มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นเยอะเช่นกัน
"หากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีข้อติดใจหรือสงสัยว่าการตั้งด่านตรวจจราจรมีการกลั่นแกล้งในการจับกุมหรือไม่ หรือรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งสามารถร้องเรียนมาที่ตนได้ตลอด หรือแจ้งเว็บไซต์ www.trafficpolice.go.th <http://www.trafficpolice.go.th/> หรือโทร 1197 โดยระบุชื่อผู้ร้องเรียนให้ถูกต้องชัดเจน เช่น ร้องเรียนถูกจับกุมข้อหาดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียน แต่ทำถูกทุกอย่าง ก็เอามาดูกัน เพราะตำรวจที่ตั้งใจทำงานก็มีเยอะ ข้อหาก็ต้องชัดเจนอยู่แล้ว และพบว่าข้อหาความผิดส่วนใหญ่ที่เกิดกับตัวรถนั้นมีมากคือ ข้อหาไม่พกสำเนาทะเบียนรถติดรถ ดัดแปลงสภาพรถ ไม่พกใบขับขี่ และทะเบียนขาดอายุ เป็นต้น" รอง ผบช.น.กล่าวในที่สุด



