ข่าว

อย่ากลัวคาร์โบไฮเดรต

อย่ากลัวคาร์โบไฮเดรต

12 พ.ย. 2558

สุขภาพดีบาย 'มิ้งค์' ณัฏฐิ์ประภา : อย่ากลัวคาร์โบไฮเดรต

 
                      ปัจจุบันนี้มีสูตรลดความอ้วน สูตรควบคุมอาหารออกมามากมาย และหลายต่อหลายสูตรก็แนะนำให้ลดคาร์โบไฮเดรต หรืองดการบริโภคแป้งต่างๆ อย่างเด็ดขาด แต่ก่อนที่หลายคนจะกลัวแป้งไปจนไม่กล้าแตะกัน สุขภาพดีบายมิ้งค์อยากจะมาเล่าให้ฟังถึงประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต หรือว่า “คาร์บ” (Carb) ที่สาวๆ หลายคนกลัวกันเหลือเกิน
 
 
อย่ากลัวคาร์โบไฮเดรต
 
 
                      คาร์โบไฮเดรต (Crabohydrate) นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีตั้งแต่ ข้าว ขนมปัง รวมถึงมันเทศ ธัญพืช นม และขนมหวาน ไปจนถึงเนื้อสัตว์ที่ก็มีคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน แต่ในจำนวนที่น้อยกว่าในพืช คาร์โบไฮเดรตให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เวลาอากาศหนาวเมื่อรับประทานคาร์โบไฮเดรตไปแล้วจะรู้สึกดีขึ้น คาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการขับเคลื่อนร่างกายในการประกอบกิจกรรม และการทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน โดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ นอกจากเป็นแหล่งพลังงานแล้วคาร์โบไฮเดรตยังมีส่วนช่วยเผาผลาญไขมันที่อยู่ในร่างกาย และช่วยรักษาโปรตีนที่เราบริโภคเข้าไปให้ร่างกายได้นำไปใช้ประโยชน์ โดยใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานแทนการดึงพลังงานจากโปรตีนไปใช้ สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก หรือกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักก็สามารถเลือกรับประทานขนมปังโฮลวีท แทนขนมปังขัดขาว ข้าวซ้อมมือ แทนข้าวขาว รวมไปถึงธัญพืชต่างๆ เช่น ลูกเดือย ถั่วแดง และข้าวโอ้ต เป็นต้น ซึ่งนอกจากธัญพืชจะมีคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังมีโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสำคัญของเฟเบอร์ที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น
 
                      สัปดาห์นี้มิ้งค์มีเมนูอาหารที่มีแป้งเป็นส่วนผสมหลัก “แพนเค้กแฟนซี” ที่ทำก็สนุก เวลารับประทานก็อร่อย โดยเฉพาะถ้าบ้านไหนมีคุณหนูๆ ก็จะเป็นที่ชื่นชอบอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่รักษาสุขภาพ ก็สามารถเลือกใช้แป้งไม่ขัดสีได้ โดยที่แพนเค้กของเรายังคงรสชาติอร่อยแต่มีประโยชน์มากขึ้น เมนูนี้น่าจะถูกใจคุณหนูๆ จอมซนทั้งหลาย เพราะนอกจากจะรูปร่างน่ารักชวนรับประทานแล้ว เด็กๆ ยังสามารถใช้จินตนาการได้อย่างเต็มที่ในการผสมสีแป้งแพนเค้ก และวาดเป็นรูปต่างๆ ตามความชอบได้เลย
 
 
อย่ากลัวคาร์โบไฮเดรต
 
 
                      คุณพ่อคุณแม่เตรียมกิจกรรมนี้ไว้ต้อนรับวันหยุดกับคุณหนูๆ ได้เลย
 
                      ขั้นตอนการเตรียมส่วนผสม และอุปกรณ์เหมือนกับการทำแพนเค้กทั่วไปทุกประการ เพียงแค่ซื้อขวดใส่ซอสที่มีที่บีบ และเตรียมสีผสมอาหารเพิ่มขึ้นมา ส่วนผสม ได้แก่ แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วยครึ่ง ผงฟู 3 ช้อนชา เกลือ ¼ ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ นม 1 ถ้วยตวง ไข่ไก่ 1 ฟอง เนยจืดที่ละลายแล้ว 3 ช้อนโต๊ะ เริ่มจากผสมส่วนผสมแห้งเข้าด้วยกัน ผสมส่วนผสมเปียกเข้าด้วยกัน จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสองมารวมกันตีให้เนียน แล้วแบ่งออกเป็น 2 – 3 ส่วน หรือตามแต่จำนวนสีที่ต้องการ ผสมสีผสมอาหารลงไปในแป้งแพนเค้กตามความชอบ ใส่เพียงแค่ 1 – 2 หยด ก็พอ เพราะเมื่อแป้งแพนเค้กโดนความร้อนสีจะเข้มขึ้น เมื่อผสมสีจนครบแล้วเทใส่ขวดใส่ซอส แนะนำให้ใช้กระทะก้นแบนเพื่อความสะดวกในการวาดลวยลายต่างๆ ตั้งไฟปานกลาง บีบแป้งแพนเค้ก ลงบนกระทะให้เป็นรูปที่ต้องการ เติมช่องว่างด้วยอีกสีหนึ่ง หรือจะใช้ช้อนตวงตักแป้งแพนเค้กแล้วเททับลงบนรูปที่วาดไป เมื่อพลิกแพนเค้กกลับด้านสิ่งที่วาดไปครั้งแรกจะเข้มกว่าสีแป้งแพนเค้กที่เติมไปตอนหลัง จะเกิดลวดลายตามที่วาดไว้ จะทำชิ้นเล็ก หรือใหญ่ก็ได้ตามใจชอบ ลองทำไปเรื่อยๆ แล้วจะคล่องขึ้น ยิ่งทำยิ่งสนุก สำหรับเด็กเล็กผู้ปกครองอาจจะตั้งกระทะไว้บนเตาสักครู่พอให้กระทะร้อนแล้วยกออกมาให้เด็กๆ วาดแล้วจึงค่อยยกกลับไปตั้งเตาใหม่ เพื่อความปลอดภัย รับประทานคู่กับน้ำผึ้ง และผลไม้ชนิดโปรด ด้วยความภูมิใจในผลงาน 
 
                      รู้เช่นนี้แล้วก็อย่าลืมว่าเราควรจะต้องมีคาร์โบเดรตในแต่ละวันเพื่อจะได้รับประทานให้ครบ 5 หมู่ เพราะการจำกัดคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปก็เหมือนกับเราตัดพลังงานที่จำเป็นสำหรับร่างกายของเราออกไปด้วย ดังนั้นเราก็จะรู้สึกเหนื่อยง่าย และหิวโหยกว่าเดิม พลอยไม่มีเรี่ยวแรงไปเสียอีก ถ้าใครกลัวอ้วนก็เพียงแค่ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตเท่านั้นเองค่ะ 
 
 
 
--------------------
 
พูคคุยหรือเสนอแนะความคิดเห็นต่างๆ กับ “มิ้งค์” ได้นะคะ ที่ [email protected] หรือไลน์ natprapa_ch
 
--------------------