
กกต.ไร้อำนาจแจก'ใบแดง'
กกต.ไร้อำนาจแจก'ใบแดง' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
ในการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงว่า “เบื้องต้นที่ประชุมจะคงให้ กกต.มีอำนาจให้ “ใบเหลือง” เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ ในกรณีที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่การให้ "ใบแดง" เพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคล จะต้องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุป"
หมายความว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่หากสุดท้าย “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” เคาะตามนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ให้ได้เฉพาะ “ใบเหลือง” แต่ไร้อำนาจแจก “ใบแดง”
สำหรับเรื่องที่ให้ กกต.มีอำนาจแค่ให้ “ใบเหลือง” ที่ผ่านมา ได้รับการคัดค้านจาก กกต. ตลอดมา
ในเรื่องนี้ "ศุภชัย สมเจริญ" ประธาน กกต. เคยให้ความเห็นไว้ว่า “ถ้าเราเห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เราก็ให้ใบเหลืองได้ ให้ใบแดงได้ แต่ถ้าเราไปรอให้ศาลวินิจฉัยมันอาจล่าช้า เมื่อประกาศผลไปแล้ว คนที่เข้าไปสู่อำนาจ เป็น ส.ส.แล้วไปโหวตเลือกประธานสภา เลือกนายกฯ กว่าศาลจะพิพากษามาพวกนี้ก็มีอำนาจแล้ว อาจไปจ้าง ไปข่มขู่พยานที่มาให้การต่อศาล ทำให้ศาลเห็นว่าที่ กกต.ร้องไป มันไม่มีพยานมายืนยันว่าเขาทำผิดทุจริตเลือกตั้ง"
เช่นเดียวกับ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่เคยแสดงจุดยืนของ กกต. ว่า 1.ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ถ้าพบผู้สมัครคนใดทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขอให้ กกต.มีอำนาจแจกใบแดงให้ผู้สมัครที่ทุจริตออกจากสนามเลือกตั้ง โดยต้องผ่านความเห็นชอบของกฤษฎีกา เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการจัดเลือกตั้งใหม่ 2.หลังวันเลือกตั้งแต่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้าพบว่ามีการทุจริตและเชื่อมโยงไปยังผู้สมัคร ขอให้ กกต.มีอำนาจแจกใบแดงเพื่อตัดสิทธิผู้สมัครเป็นเวลา 1 ปี
ทั้งนี้ จากข้อมูลของ กกต. พบว่า จากสถิติการเลือกตั้ง 10 ปีที่ผ่านมา กกต.ให้ “ใบเหลือง” สั่งเลือกตั้งใหม่ ไปแล้ว 82 ใบ แต่พบว่าผู้สมัครกลับมาได้ถึง 78 คน คิดเป็นร้อยละ 95 ที่กลับมาได้เกือบทั้งหมด
จึงอาจมองได้ว่า การให้อำนาจ กกต.ให้ได้แค่ “ใบเหลือง” นั้น ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาทางการเมือง เพราะเมื่อเลือกตั้งใหม่ คนที่โดน “ใบเหลือง” ก็จะกลับมาได้ ส่งผลเสียต่อ กกต. ประชาชนและรัฐบาลที่ต้องเสียงบประมาณในการจัดเลือกตั้ง
และหากมองย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญปี 2540 และรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ล้วนแต่ให้อำนาจ กกต. ในการให้ “ใบแดง” ได้ทั้งสิ้น
แต่ขนาด กกต. ให้ “ใบแดง” ได้ ก็ยังคงปรากฏว่ามี “นักการเมือง” ผ่านเข้าไปฉ้อฉลอำนาจ หาประโยชน์เข้าพกเข้าห่อตัวเองได้
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือ หากลดอำนาจ กกต. ให้ได้แค่ “ใบเหลือง” ก็เปรียบเหมือน “ยักษ์ไม่มีกระบอง” นักการเมืองก็คงไม่เกรงกลัว กกต. ในการคิดทุจริตเลือกตั้ง
ดังนั้น หากกลับไปใช้ระบบการให้ กกต. ให้ได้ทั้ง “ใบเหลือง” และ “ใบแดง” ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี เพราะการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ย่อมหมายถึง ทำให้ผู้ที่จะทุจริตเลือกตั้งเกรงกลัวได้ เช่นเดียวกับที่ กกต.ชุดแรกเคยทำมาแล้ว
แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนฐานที่ว่าผู้ที่จะทำหน้าที่ต้องมีต้นทุนสูง เป็นที่ยอมรับ และมีความเป็นกลางจริง



