
ผู้บริหารองค์การมหาชนเงินเดือนมากกว่านายกฯ3เท่า
วิษณุชี้ผู้บริหารองค์การมหาชนบางแห่งเงินเดือนมากกว่านายกฯ 3 เท่า จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลง โฆษกรัฐบาลขอคนเสียประโยชน์อย่าตีโพยตีพาย
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 10 พ.ย.2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้รายงานผลการประเมินองค์การมหาชน จำนวน 39 แห่งต่อที่ประชุมครม. โดยแบ่งคะแนนประเมินออกเป็นดีมาก ปานกลาง และสอบตก ที่ผ่านมาการประเมินแบบนี้มีขึ้นทุกปี โดยให้ผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชนนั้นๆ เป็นผู้ตั้งโจทย์ และก.พ.ร.จะประเมินตามโจทย์ที่องค์การมหาชนบอกมาว่าทำได้ตามนั้นหรือไม่ แต่ผลคะแนนดังกล่าวไม่มีผลกับการคงอยู่ขององค์การมหาชนเหล่านั้น เพราะตัวชี้วัดเป็นคนละตัวกัน ซึ่งการจะคงอยู่หรือไม่นั้นจะเอาเกณฑ์อื่นมาเป็นตัวตั้ง เช่น วัตถุประสงค์ในการตั้งองค์การมหาชนคืออะไร ได้ทำตามวัตถุประสงค์นั้นหรือไม่ มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ประหยัด คุ้มทุน คุ้มค่าหรือไม่ และภารกิจที่ทำอยู่ควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน หรือให้องค์การมหาชนทำเหมือนเดิม ทั้งนี้ การประเมินนั้นจะมีคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ จากนั้นจะเรื่องจะเข้าก.พ.ร.และเข้าครม.เพื่อพิจารณาตามลำดับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าที่ประชุมครม. ในครั้งนี้ ซึ่งคงอีกนาน
“การที่มีคนพูดว่าจะยุบนั้นมันเว่อไป ความหมายคือ อาจเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งดูหลายอย่าง ทั้งแฟนคลับ คนที่นิยม ลูกค้า งบประมาณที่ใช้ ความสัมฤทธิ์ผล วัตถุประสงค์ และที่สำคัญจะดูว่าภารกิจนี้ควรจะทำในรูปแบบใด ซึ่งการพิจารณาการดำรงอยู่ขององค์การมหาชนเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีมา แต่เมื่อจะปฏิรูปก็ต้องเอามาคิด แต่ยังไม่ถึงเวลาพิจารณา” นายวิษณุ กล่าว
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าการจะยุบศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) นายวิษณุ กล่าวว่า มีการพิจารณา แต่ไม่ถึงกับยุบ เพียงแต่จะไปอยู่กับใครเท่านั้นเอง อาทิ เคยอยู่กับกระทรวงหนึ่ง แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไปอยู่กับอีกกระทรวงจะทำงานได้ดีกว่าก็เปลี่ยน และหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้เงินชดเชย ซึ่งครม.ต้องพิจารณาหลายอย่าง ไม่ใช่อยู่ดีๆ ยุบทิ้ง เรารู้ว่าการจะปฏิรูปอะไรมันยุ่งยาก กระทบกับคนที่อยู่และคนที่ใช้บริการ จึงต้องดูทุกอย่างประกอบ แต่ขณะเดียวกัน ต้องคิดถึงผลประโยชน์ของชาติโดยส่วนรวมด้วย
“วันนี้เรามีองค์การมหาชนหลายแห่งที่ผู้บริหารระดับซีอีโอมีเงินเดือนหลายแสน มากกว่านายกรัฐมนตรีถึงสามเท่า บางองค์การมีเจ้าหน้าที่เพียง 7 คน อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ผลแล้วว่า องค์การมหาชนทั้ง 39 แห่งที่อยู่กันมาโดยไม่มีใครตรวจสอบ แล้วสบาย เงินเดือนเยอะๆ แต่วันนี้มีการตรวจสอบ ส่วนที่ไปตั้งข้อสังเกตกันว่าองค์การมหาชนต่างๆ ตั้งสมัยรัฐบาลนั้นรัฐบาลนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการล้างแค้นหรืออะไร แต่หลายอย่างไปพบว่าบางแห่งตั้งแค่ข้ามคืนโดยไม่มีการศึกษา ไปดูงานแล้วเห็นอีกวันก็ตั้งเลย”
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสสังคมที่คัดค้านการยุบองค์การมหาชนจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความนิยมและกระแสสังคมจะมีส่วนในการคิดว่าจะให้ทำไปอีกระยะหนึ่ง เผื่อว่าจะมีธรรมาภิบาลขึ้นมา แต่หากไม่มีธรรมาภิบาลต่อให้กระแสสังคมคิดอย่างไรเราคงต้องคิดอีกแบบ
นายกฯแจงแค่ตรวจสอบTCDC-TK Park–มิวเซียมสยาม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)อุทยานการเรียนรู้TK Parkและมิวเซียมสยาม ว่า สำหรับการปรับเปลี่ยนกองทุนใดๆก็ตาม ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นข่าวอยู่ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ถึงตรงนั้นเลย แต่เพราะการทำงานที่ผ่านมา รัฐบาลจะต้องเข้าไปตรวจสอบองค์กรมหาชน และกองทุนอื่นๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องมีการประเมินจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเมื่อประเมินแล้วจะเอาตามนั้น อย่างไรก็ตามตนได้ให้เวลาในการทบทวนทั้งหมด จากนั้นในอีก 3-6 เดือน ค่อยกลับมาดูกันใหม่ และต้องดูว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องผ่านความเห็นชอบร่วมกันหรือไม่
“วันนี้ส่วนใหญ่ผมคิดว่าองค์กรต่างๆมีประโยชน์ถ้าทุกคนทำตามวัตถุประสงค์ที่ก่อตั้งขึ้นมา ถ้าถูกบิดเบือนนำไปใช้อย่างอื่น ทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น แต่ต้องมาดูว่าต่อไปจะให้รัดกุมได้หรือไม่ ทุกอย่างมีประโยชน์ แต่ถ้าไม่มีประโยชน์ก็ยุบทิ้ง อย่างหน่วยงานที่กำลังเป็นข่าวก็เป็นเรื่องของการประเมิน เป็นแค่ข่าวเฉยๆ สำหรับการประเมินเราต้องมาดูว่าหลักการวันนี้ตรงกับข้อเท็จจริงแค่ไหน เพราะบางครั้งก็ไม่ทันสมัย ไม่สอดคล่องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เข้าไปดูทั้งการประเมินบุคลากร ทั้งผู้บังคับบัญชาและผลงาน รวมทั้งความพฤติส่วนตัว ขออย่าไปกังวล ผมไม่อยากทำร้ายใครอยู่แล้ว ท่านก็ไปปรับแก้ของท่านให้ได้ก็แล้วกัน สร้างผลงานให้ปรากฏ พยายามทำให้ถูกต้องตามจุดมุ่งหมาย จะได้ไม่มีปัญหาในวันหน้า”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
โฆษกรัฐบาลขอคนเสียประโยชน์อย่าตีโพยตีพาย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกระแสข่าวการยุบหน่วยงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ(ทีซีดีซี) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ องค์การมหาชน (โอเคเอ็มดี) สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเค พาร์ค) ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นข่าวลือ ขอให้ชั่งใจ อย่าตีโพยตีพาย หรือวิจารณ์ไปเสียตั้งแต่ต้นเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากนายกฯ มีนโยบายว่าหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กองทุน องค์กรมหาชนทั้งหลายจะต้องมีการประเมินผลด้วยตัวเองและหน่ยงานภายนอก โดยดูว่าหน่วยงานเหล่านั้นทำงานตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหน่วยงานหรือไม่ มีการใช้เงินงบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์ คุ้มค่าหรือไม่ มีประโยชน์ต่อคนส่วนร่วมหรือไม่ หน่วยงานใดที่ประเมินแล้วผ่านก็สนับสนุนให้ทำต่อไป หน่วยใดที่ทำแล้วประสิทธิภาพไม่เป็นตามที่หวังไว้ ประเมินผลได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องปรับปรุง หรือหากไม่ได้เรื่องเลย เกิดความซ้ำซ้อนก็ต้องยุบไป
“เรื่องนี้เป็นความกังวลแต่ละฝ่าย คิดไปเอง นายกฯ ระบุว่าการปฏิรูปจะมีทั้งคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ผู้เสียประโยชน์ต้องมีอาการแบบนี้เป็นธรรมดา ขอให้ทำใจร่มๆ ให้นึกถึงประโยชน์สังคมทั่วไปว่าตอบโจทย์ต่อสังคมทั่วไปหรือไม่ หากดีก็ส่งเสริม หากไม่ได้ก็ปรับแก้ไข ถ้าไม่ไหวก็ต้องยุบหรือควบรวม นี่คือนโยบายที่ให้ไปตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงเป็นความกังวลไปเอง ”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว



