ข่าว

โฆษกรบ.แจง11ธ.ค.ไม่ประกาศเป็นวันหยุด

โฆษกรบ.แจง11ธ.ค.ไม่ประกาศเป็นวันหยุด

10 พ.ย. 2558

โฆษกรบ.แจง 11 ธ.ค.ไม่มีการประกาศเป็นวันหยุด นายกฯขอปชช.เป็นหูเป็นตาให้จนท.ช่วงกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ

           ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น.  วันที่ 10 พ.ย.2558  พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรารภในที่ประชุมครม.ถึงกิจกรรม “ปั่นเพื่อปั่น” หรือ Bike FOR DAD ว่า ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนแล้วกว่า 520,000 คนทั่วประเทศ จึงฝากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมการงานทุกอย่างให้เรียบร้อย ในการอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดความประทับใจเพราะถือเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯที่เป็นการสร้างความสุขให้กับคนไทย และขอให้ทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเจ้าหน้าที่ในการเตรียมงานและรักษาความปลอดภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารด้วย ในการช่วยกันสอดส่องอะไรที่ผิดสังเกตก็ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

           ส่วนกรณีที่มีการสอบถามจำนวนมากถึงการประกาศให้วันที่ 11 ธ.ค.เป็นวันหยุดราชการหรือไม่ พลตรีสรรเสริญ กล่าวว่า ครม.มีความเห็นตรงกันและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า มีวันหยุดจำนวนมากแล้ว ซึ่งข้อดีของวันหยุดคือช่วยกระตุ้นการท่องเที่ย วแต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ภาคราชการทำงานหยุดชะงัก ครม.จึงเห็นว่าวันที่ 11 ธันวาคมจึงไม่ประกาศเป็นวันหยุดราชการ แต่เมื่อมีกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อเกิดขึ้นก็ให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบดำเนินการ แต่ใครที่ไม่มีหน้าที่ก็ให้มาทำงานตามปกติ


นายกฯห่วงความปลอดภัยปชช.ร่วมกิจกรรม‘ปั่นเพื่อพ่อ’

           พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 “ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD” ในวันที่ 11 ธ.ค.58 ว่า ตนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะคนมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เส้นทางการจราจรก็ติดขัดพอสมควร ก็ต้องดูแลอำนวยความสะดวกในขณะนี้เดียวกันต้องทำให้กิจกรรมนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ

           สำหรับคนที่พยายามพูดไปโยงนู้น โยงนี่ ตนไม่สนใจตรงนี้ ตนบอกแล้วว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องของทั้งหมด ผิดก็ว่าไปตามผิดก็แล้วกัน ก็ระมัดระวังการเสนอข่าวให้ดี ตนไม่ได้ห้ามแต่เบาๆ ลงบ้างก็ดี ถ้าหวังให้ทหารตำรวจทำวันเดียวทำไม่สำเร็จ เรื่องความมั่นคงปลอดภัยของชุมชน ในชุมชนท้องถิ่น ในกทม. ประชาชนต้องร่วมมากที่สุด เพราะถ้ารู้ว่าในพื้นที่ของท่านมีใครแปลกหน้า แปลกปลอม มีพฤติกรรมยุกยิก ไม่น่าจะใช่ก็ต้องดูตรงนั้น และก่อนที่จะขี่จักรยานดูก่อนหลายวัน เฝ้าระวังไว้ก่อน ช่วยกันเฝ้าระวังกันให้หน่อย

 

ชี้ถกรธน.มีขัดแย้งบ้างเป็นเรื่องดี

           พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เรื่องของการออกแบบรัฐธรรมนูญ วันนี้ก็ยังมีการถกแถลงขัดแย้งกันบ้าง ตนถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ถือมาเป็นอารมณ์อยู่แล้ว ซึ่งก็ดี แสดงความคิดเห็นกันไปแล้วกันแต่คนที่จะต้องตัดสินใจจริงๆก็คือประชาชนว่า    ต้องการอะไรที่ไม่ใช่จากการเลือกตั้งอย่างเดียว เช่น ต้องการให้บ้านเมืองปลอดภัย ใสสะอาด ไม่ให้มีการทุจริต ตรงนั้นเป็นกลไกที่จะออกแบบมาก็ไปเสนอตรงนั้น

           นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการออกแบบหรือบังคับใช้กฎหมายอะไรก็ตาม ถ้ามันรุนแรงเกินไปก็เป็นปัญหาอยู่ ทำอย่างไรที่จะต้องปลูกจิตสำนึกคนให้ได้ ตรงนี้ตนขอร้องสื่อทุกประเภท ท่านเป็นเครื่องมือของรัฐ หรือเครื่องมือของประชาชนด้วย ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้มาก ในการสร้างการรับรู้

           “เช่นที่ผมพูดหลายเรื่องดีๆวันนี้ก็ขยายให้ไปถึงประชาชนด้วย เพราะเขาเสพหนังสือท่าน ถ้าวันๆเขาเสพแต่เรื่องร้ายแรงอย่างเดียว     ผมคิดว่าประเทศ ประชาชน ก็จะเครียด ความขัดขัดแย้งก็จะสูงขึ้น หากมีคนไม่ไหวังดีมากระจายอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่ อะไรดีก็ว่าไป อะไรไม่ดีก็เตือนมาแจ้งมา วิจารณ์แต่พอสมควร ผมก็แก้ไขให้แล้วกัน”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ ยังตอบคำถามถึงข้อเสนอของสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ(สปท.) ให้พรรคการเมืองประชุมหารือเรื่องการปฏิรูป ว่า ขณะนี้กำลังมีพิจารณาถึงความเหมาะสมอยู่ สำหรับการหารือของพรรคการเมืองนั้นควรจะชัดเจนหรือเปล่า หรือไปซุบซิบอะไรไม่รู้ ซึ่งกำลังให้หาทางออกอยู่ว่าท่านจะหารือกันเรื่องอะไร ตรงไหน ที่ไหน ไม่ใช่ไปแอบหารือแล้วออกมาทะเลาะกันอีก

           “ผมล่ะเบื่อการขัดแย้งกัน พอหารือกันแล้วมันกลายเป็นเอาเรื่องความขัดแย้งมา เห็นไม่ตรงกันมาหารือ มันไม่มีทางจบหรอก เหมือนเราจะเจรจาแห้ปัญหากันสักเรื่อง มันต้องเอาเรื่องอะไรที่คุยกันได้มาทำก่อน ตรงนั้นแหล่ะสำคัญ แล้วต้องยอมรับประเด็นที่สองคือประเทศชาติเกิดอะไรกันในอดีตที่ผ่านมา จะแก้เหล่านั้นอย่างไร ถ้าทุกคนบอกว่าเป็นสากล เป็นอย่างนี้อย่างนั้น ก็ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ แล้วจะทำยังไง ประชาชนเป็นตัวประกันเหรอวันนี้ ยังไม่รู้ว่าได้รัฐบาลมาแล้วเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายการเมืองมีหารือกันหรือไม่ในเรื่องที่ตนจะยกตัวอย่างแล้วให้หารือได้ทันทีเลย คือ จะปฏิรูปอย่างไร ให้การเกษตร เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างไร หัวข้อเหล่านี้มีไหม ก็ไม่มีหรอก ก็มากันในเรื่องเลือกตั้ง กกต.อยู่แค่นี้ ประชาชนยังไม่ได้อะไรตอนนี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           นายกฯ กล่าวด้วยว่า ต้องให้ประชาชนเกิดความชัดเจนว่า เมื่อเลือกท่านเข้ามาแล้วจะได้อะไร จากรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมา อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือให้ดูตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านเราที่มีการเลือกตั้งนั้นมีคนออกมาถึง80เปอร์เซ็นต์ ของไทยนั้นถึงที่ไหน มีคนมีสิทธิ์เลือกตั้ง40-50ล้าน ออกมาเลือกตั้ง10-20ล้าน แล้วคนเหล่านี้หรือคนกำหนดอนาคตชะตากรรมบ้านเมือง ที่เหลือไม่ออกมาเพราะไม่ชอบการเมือง แต่พอการเมืองทำอะไรไม่ดีออกมาก็มาบอกว่าไม่ได้เลือกมา มันไม่รับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้ ตนคิดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้านั้นต้องออกมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นการทำประชามติ หรือเลือกตั้งต้องออกมาให้ครบ ชอบหรือไม่ชอบอย่างไรก็แสดงความรับผิดชอบของตัวเอง นั่นเขาถึงเรียกว่าประชาธิปไตย ถ้านอนอยู่บ้านเฉยๆ แล้วติติงทุกอย่างนั้นไม่ใช่

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า   อย่างไรก็ตามที่ผ่านมานั้นมีการเลือกใครเข้ามาแล้วจะถูกหรือผิดตนไม่ว่า แต่ไปตรวจสอบให้ชัดเจนในเรื่องของนโยบายที่ทำมา ตนไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก แต่เพียงเอาเข้าไปสู่กระบวนการให้เขาตรวจสอบ และไปสู้ในศาลนู่นไม่ใช่สู้นอกศาลบ้านเมืองก็จะวุ่นวายอยู่แบบนี้ ประชาชนก็สับสน สื่อเองก็สับสนไม่รู้จะฟังใครดี สรุปว่าดีทั้งหมดที่เถียงกันนั้นถูกทุกคนแล้วจะไปกันได้ยังไง เมื่อเข้ากระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็ให้กระบวนการยุติธรรมว่าไปแล้วไปเรื่องอื่นว่ามีอีกไหม ถ้าเอาเรื่องหนึ่งเข้าไปแล้วกลับมาสวนใหม่ข้างนอกก็ยังเป็นอยู่อย่างนี้ ตรงนี้เขาถึงเรียกว่าหารือกันไม่ได้ไม่จบ

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า “สำหรับการเลือกตั้งของประเทศเมียนมาที่ผ่านมา ซึ่งที่มีผู้มาใช้สิทธิ์80เปอ์เซ็นต์ ก็ต้องแสดงความยินดี ซึ่งเป็นเรื่องของประเทศเพื่อนบ้านเราที่ต้องให้การสนับสนุน เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ต้องเจริญเติบโตไปพร้อมกัน เขาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ อย่ามาตีกันว่าเป็นเขาเป็นทหารหรือพลเรือนอะไรก็แล้วแต่ ประเทศคือประเทศ ไม่ว่าทหารหรือพลเรือนก็ต้องนึกถึงประเทศชาติเป็นหลักอยู่แล้ว คงไม่มีใครเอาเรื่องทั้งหมดมาขัดแย้ง ให้ประชาชนมาทะเลาะกันอีก ซึ่งเราได้มีการคุยกันตลอด และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน”


สั่งร่างคณะกรรมการปฏิรูปและขับเคลื่อน

           พล.อ.ประยุทธ์  แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า การทำงานจากนี้ไปตนจะกำหนดชัดเจนขึ้น โดยได้สั่งการไปแล้ว แผนงานโครงการต่างๆที่จะทำจากนี้ไปถึงเดือนก.ค.ปี2560ที่เราจะต้องขับเคลื่อนหรือปฏิรูปให้ได้ ให้ไปลิสต์มาว่าจะทำอะไรบ้าง ส่วนโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การบริการจัดการน้ำหรือที่ดินตรงนี้มีแผนระยะยาวอยู่แล้ว ต้องไปใส่ในยุทธศาสตร์แผนการปฏิรูปต่อไป ซึ่งจะต้องมีความชัดเจน สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นในช่วงปี2560ที่ตนยังอยู่ หากเราเอาทุกอย่างมาทำดีทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรื่องมีเยอะแยะ จะสำเร็จได้อย่างไร ฉะนั้นจะเอาเรื่องที่ทำได้ในปี2560ขึ้นมาดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น ซึ้งมีหลายเรื่องที่จะส่งผลดีกับประชาชน

            นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้ตั้งให้รองนายกฯควบคุมดูแลงาน จากเดิมที่จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คสช. และคณะกรรมการขับเคลื่อนของรัฐบาล วันนี้จะแปลงมาเป็นคณะกรรมการปฏิรูปและขับเคลื่อน จะเป็นการยุบรวมเพื่อนำงานสำคัญๆ ขึ้นมาดำเนินการ เช่น คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน คณะปฏิรูประบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะปฏิรูประบบการเกษตรแนวใหม่ซึ้งจะรวมกับการบริหารจัดการน้ำไปด้วย คณะปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่ทั้งเชิงมหภาค จุลภาค เศรษฐกิจพิเศษจะรวมอยู่ในกลุ่มนี้ รวมถึงกรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การอำนวยความสะดวกในการประกอบการธุรกิจการลงทุน คณะปฏิรูปการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งอาชีพ รายได้ ค้าขาย การจัดระเบียบที่อยู่ให้ คณะปฏิรูปการท่องเที่ยววัฒนธรรมและคณะปฏิรูปด้านการสาธารณะสุข โดยทั้งหมดได้สั่งการไปแล้ว และกำลังจะร่างเรื่อง นอกจากนี้ยังมีปัญหาเร่งด่วนเป็นวาระแห่งชาติ เช่น ไอเคโอ ไอยูยู ยาเสพติด ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนวงกว้างที่ต้องอยู่ในคณะปฏิรูปดังกล่าว สรุปแล้วมีทั้งหมดอยู่ประมาณ7-8คณะ

           นายกฯกล่าวว่า  ส่วนการปฏิรูปประเทศนั้น    ตนได้บอกไปแล้วว่าจะต้องมีการนำแนวทางที่รัฐบาลทำ ไปปฏิรูปให้ได้ และวันนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมธิการร่วม เหมือนกับตั้งวิปเพื่อประสานงาน ในการนำข้อมูลมารวมกันแล้วนำไปสู่การปฏิบัติ ส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อประสานงานของรัฐบาลอยู่แล้วนั้นคือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


ตั้งคณะใหม่8กลุ่มขับเคลื่อนงานปฏิรูปร่วมกับสปท.

            พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตริ ( ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีปรารภในที่ประชุมถึงการเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานในทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูป โดยสั่งการให้ทบทวนคณะทำงานที่มีอยู่ทั้งหมด ที่มีอยู่ตั้งแต่ช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลเข้ามาใหม่ๆ ซึ่งขณะนั้นเน้นเรื่องของการขับเคลื่อนการบริหารราชการ แต่วันนี้ต้องขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปควบคู่กันไป

           โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า นายกรัฐมนตริ บอกว่าท่านได้คิดแบบเร็วๆในการจัดกลุ่มทำงานใหม่ได้ 8 กลุ่มงาน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ากลุ่มงานแต่ละกลุ่ม คือ 1.คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เป็นหัวหน้ากลุ่ม 2.คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนที่เกี่ยวกับการระบบบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม มีนายวิษณุ เครืองาม เป็นหัวหน้ากลุ่ม 3.คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนเกี่ยวกับเกษตรแนวใหม่ และการบริหารจัดการน้ำ มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้า กลุ่ม 4.คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจทุกมิติ ที่หมายรวมถึงโคงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม

           พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า 5.คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง การพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดระเบียบสังคม การรักษาผลประโยชน์และการปรองดอง มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้ากลุ่ม 6. คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนเรื่องสาธารณะสุขและประกันสุขภาพ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นหัวหน้ากลุ่ม 7.คณะปฏิรูปและขับเคลื่อนวัฒนธรรม ท่องเที่ยวและกีฬา พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นหัวหน้ากลุ่ม และ8.กลุ่มปฏิรูปและขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ที่เป็นปัญหาสำคัญ เช่น ปัญหายาเสพติด การบินพลเรือน(ไอซีเอโอ) และการประมง(ไอยูยู) มีพลเอกประวิตร เป็นหัวหน้ากลุ่ม

           โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า มีการจัดกลุ่มอย่างนี้หมายความว่าทั้งกลุ่มใหม่และกลุ่มเก่าจะต้องหารือกันกันว่ากลุ่มใดจำเป็นต้องคงอยู่และสลายไป เพื่อมาควบรวมหาข้อยุติให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อจะได้เดินร่วมกันโดยในการบริหารราชการและการปฏิรูป ซึ่งทั้ง8กลุ่มต้องสื่อสารกับสปท. เพื่อเข้าใจตรงกันว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่บ้างเพื่อนำไปต่อยอด


ขอให้ทุกคนช่วยเป็นหูเห็นตาแจ้งเบาะแสค้ามนุษย์

           พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวหลังประชุมครม.ว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตากับปัญหาด้านการค้ามนุษย์ เพราะถ้าทุกคนเห็นและรู้แต่ไม่บอกเจ้าหน้าที่ ก็จะมาโทษเจ้าหน้าที่ แต่ถ้ามาบอก ก็จะได้รู้ว่ามีการกระทำความผิดอยู่ที่ใดบ้าง   เช่น    กรณีการจับกุมนายสมพล (โกหนั้ง) จิโรจน์มนตรี นายกสมาคมประมงกันตัง จังหวัดตรัง ในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่รู้ว่าปล่อยไปได้อย่างไร จนถึงขั้นได้เป็นนายกสมาคมประมง ซึ่งมีการนำคนมากักขังทรมาน ทำงานวันละ 18 ชั่วโมง ดังนั้นต้องขจัดคนเหล่านี้ให้หมดโดยใช้กฏหมาย เพราะเราต้องสรุปรายงานสถานการณ์ ความก้าวหน้าในการดำเนินคดีต่อต่อต่างประเทศทุกเดือน