ข่าว

'หลงประเด็น'

'หลงประเด็น'

10 พ.ย. 2558

'หลงประเด็น' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

              จนถึงขณะนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง ซึ่งหากมองเรื่องกระบวนการทางการเมืองแล้ว เราสามารถแบ่งแยกได้เป็นสามส่วนด้วยกันคือ 1.กระบวนการเข้าสู่อำนาจ 2.กระบวนการใช้อำนาจ และ 3.กระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจ

              โดยล่าสุดยังอยู่ที่ส่วนแรก กล่าวคือเป็นส่วน “กระบวนการเข้าสู่อำนาจ” ซึ่งก็หมายถึงกระบวนการเลือกตั้งนั้นเอง ทั้งนี้ในส่วนระบบเลือกตั้งที่ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงหลังจากที่ได้รับเสียงท้วงติงเป็นอย่างมาก โดยที่สุดพวกเขายอมถอยระบบการตัดคะแนนผู้ชนะ ส.ส. แบบแบ่งเขต ไม่นำมานับรวมในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กลับมาเป็นใช้ทุกคะแนน

              แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ยอมถอยคือการใช้บัตรเลือกใบเดียว ซึ่งทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า การนำคะแนนบัญชีรายชื่อซึ่งถือเป็นคะแนนนิยมของพรรค มาผูกติดกับคะแนนแบบแบ่งเขต ซึ่งเป็นคะแนนความนิยมของตัวบุคคลนั้นมีเป้าประสงค์อย่างไร

              เพราะที่ผ่านมานั้นการใช้ระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ 1.เลือกคนที่รัก 2.เลือกพรรคที่ชอบ ก็สามารถตอบสนองหลักการพื้นฐานของการมี ส.ส.สองระบบได้เป็นอย่างดี และประชาชนก็เข้าใจในกติกาดังกล่าวพร้อมทั้งยอมรับ

              ทั้งนี้เชื่อกันว่ามีความเป็นไปได้สูงว่า พวกเขาต้องการเปลี่ยนคะแนนแบบแบ่งเขตของพรรคระดับกลางให้แปรเป็นคะแนนบัญชีรายชื่อ เพื่อทอนจำนวน ส.ส.ของพรรคใหญ่ลง เนื่องจากที่ผ่่านมา พรรคขนาดกลางมักจะได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต แต่ในเขตที่พวกเขาได้นั้นคะแนนแบบบัญชีรายชื่อมักเป็นของพรรคใหญ่มากกว่า

              อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนับสนุนระบบนี้นอกจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมี “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็มีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ไม่น้อย

              “วิษณุ” มองในมุมของเขาว่า การใช้บัตรเลือกตั้งหนึ่งหรือสองใบ เป็นการ “หลงประเด็น” เพราะประเด็นของเขาคือคือข้อมูลในบัตรเลือกตั้งจะเอาไปใช้ได้หรือไม่

              คำถามที่ต้องถามย้อนกลับไปยัง “วิษณุ” คือ แล้วการเลือกตั้งบัตรสองใบ ประชาชนใช้สิทธิเลือกได้ทั้งพรรคและทั้งคน ทำให้ข้อมูลในบัตรเสียไปหรือไม่

              สุดท้ายประชาชนและเวลาจะเป็นสิ่งบอกเองว่า คำว่า “หลงประเด็น” นั้น “หลงประเด็น” จริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วคำพูดแบบนี้เป็นการพูดเพื่อชักจูงให้ออกไปจากประเด็นที่เป็นสาระสำคัญกันแน่

              นอกจากนี้ในกระบวนการเข้าสู่อำนาจยังได้มีการเคาะว่า “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ชุดใหม่น่าที่จะมี 7 คน ไม่ใช่ 5 คนเหมือนที่ผ่านๆ มา

              เรื่องจำนวนจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาจะมีเท่าไหร่ก็น่าจะได้ แต่สิ่งที่จะกำหนดจำนวนคนคือ “หน้าที่” เพราะทุกอย่างล้วนต้องสัมพันธ์กัน รวมถึงความประสงค์ที่ต้องการให้มีจำนวนที่มากขึ้นด้วย

              เพราะที่ผ่านมาก็มีความคิดที่จะเพิ่มจำนวน กกต. โดยเห็นว่าหากจะให้มีอำนาจในเชิงตุลาการก็ควรมีจำนวนที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดความรอบคอบ มิใช่เพียงการให้ชะตากรรมถูกกำหนดโดยคนเพียง 5 คนเท่านั้น

              อย่างไรก็ตาม หากเสร็จในเรื่องกระบวนการเข้าสู่อำนาจ ก็ขอให้จับตาดูการเขียนเรื่องการใช้อำนาจ และการตรวจสอบการใช้อำนาจ ที่เชื่อได้ว่า จะเข้มและเป็นที่ถกเถียงในสังคมไม่แพ้กัน