ข่าว

'สุเทพ'ซัดส.ส.บัญชีรายชื่อไร้ประโยชน์

'สุเทพ'ซัดส.ส.บัญชีรายชื่อไร้ประโยชน์

09 พ.ย. 2558

'สุเทพ' หนุนตัดสิทธิ์ 'ทุจริต' ห้ามเลือกตั้งตลอดชีวิต แนะควรมีศาลเฉพาะพิจารณาคดี ซัด ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เกาะใบบุญพรรค ไม่เป็นประโยชน์ต่อ ปชช.

 
                      9 พ.ย. 58  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวถึงแนวคิดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เกี่ยวกับเรื่องระบบเลือกตั้งแบบใหม่ ว่า ต้องยอมรับความจริงว่าเรื่องการเลือกตั้ง คนแต่ละกลุ่ม แต่ละคน อาจมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน และสิ่งที่เป็นความคาดหวังของแต่ละฝ่าย นักการเมือง คนทั่วไป หรือนักวิชาการ ก็อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน และไม่มีใครที่จะสามารถเขียนรัฐธรรมนูญให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคนได้ แต่ตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไว้วางใจ และเชื่อว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.มีประสบการณ์มาก รู้เห็นเหตุการณ์บ้านเมืองมามาก มาถึงวันนี้ฝ่ายต่างๆ เชื่อมั่นว่านายมีชัย น่าจะสรุปเหตุการณ์ในอดีต เพื่อกำหนดกติกาสำหรับอนาคตของประเทศไทยได้
 
                      นายสุเทพ กล่าวว่า ตนรู้จักนายมีชัยมา 30 กว่าปี ให้ความเคารพนับถือมาตลอด วันนี้ต้องบอกว่า ตนมีความสบายใจมากเมื่อท่านยอมเสียสละมารับหน้าที่ เพราะหน้าที่นี้ไม่มีการได้กำไร เป็นงานที่หนัก ถูกกดดัน และเครียด ตนยังนึกเห็นใจนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะ และหากมีเวลาหรือวันไหนว่าง ก็จะเชิญนายบวรศักดิ์ มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน เพราะท่านตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง ก็อย่างว่า เป็นเรื่องยากที่จะให้คนเข้าใจได้ครบถ้วน แรงกดดันต่างๆ ไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่นักการเมืองบางคน ระบุว่า ความเห็นหรือข้อเสนอของนักวิชาการบางคนอาจจะไม่ทราบถึงปัญหาต่างๆ อย่างที่นักการเมืองได้สัมผัสมา นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยเป็นนักการเมืองมากว่า 36 ปี อย่างที่ตนพูด นักการเมืองก็มีมุมมองมีความคาดหวังอีกแบบหนึ่ง อยากจะขอให้นักการเมืองทำใจให้กว้างว่าตัวเองเปรียบเสมือนนักกีฬา ไม่ต้องไปวิตกกังวลว่าเขากำหนดกฎเกณฑ์กติกาอย่างไร พอถึงเวลาก็ลงไปแข่งขันตามกฎกติกา ข้อสำคัญ คือ กฎเกณฑ์กติกาตรงยุติธรรม คนเล่นก็ต้องเล่นอย่างขาวสะอาด เพราะถ้านักการเมืองคิดอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ต้องมากังวลมาทะเลาะกับใคร เมื่อกติกาออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายต้องยอมรับ สำคัญว่าไม่ใช่เรื่องรูปแบบการเลือกตั้ง หรือวิธีการเลือกตั้ง แต่ที่สำคัญหรือทำอย่างไรจะให้ผู้ที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้งที่ยุติธรรมให้ได้ นั่นต่างหากเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องเอาใจใส่ เพราะฉะนั้นเวลานี้อย่ามาเถียงกันเลยว่ากติกาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อกติกาว่ามาอย่างไร ก็ควรเล่นไปตามกติกานั้นดีที่สุด
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับระบบเลือกตั้ง แบบจัดสรรปันส่วนผสม กาบัตรใบเดียว นายสุเทพ กล่าวว่า คนมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่ส่วนตัวแล้ว ไม่เห็นด้วยเลย คิดว่าตรงไปตรงมา ประชาชนเข้าใจง่ายที่สุด ก็คือ มีเขตเลือกตั้งผู้แทนเขตละ 1 คน ประชาชนก็เลือกผู้แทนของตัวเองเขตละ 1 คน คนที่ได้ก็เป็นตัวแทนประชาชน คนที่สอบตกก็กลับไปอยู่บ้าน แต่ตอนนี้มีความคิดว่า เสียดายคะแนนของคนที่สอบตกขึ้นมา แต่ตนก็มองว่า ไม่ว่าจะไปคิดกันอย่างไร แต่อย่าให้ถึงกับประชาชนต้องนำคอมพิวเตอร์ไปคำนวณคะแนน จนกว่าจะรู้ผลเลือกตั้งเลย ประชาชนเองไม่ได้ลงไปลึกซึ้งถึงขนาดนั้น
 
                      เมื่อถามว่า แต่ กรธ.ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่อยากเถียงตรงนี้ เพราะตนไม่เห็นด้วย และถ้าไปเถียงเกรงจะเกิดวาทกรรมอีก ไม่มีเรื่องที่จะต้องสูญเสียความหมาย เพราะความหมายคือเมื่อประชาชนไว้วางใจใครให้ไปทำหน้าที่ แต่ตนก็ไม่ติดใจ เพราะแม้ว่าโดยส่วนตัวจะไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเรื่องใหญ่สำหรับการเลือกตั้ง คือ ต้องทำให้การเลือกตั้ง บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตนกลัวอย่างเดียว คือ เขียนกันไปเขียนกันมา แล้วมาอ้างว่าไม่สามารถที่จะเขียนให้การเลือกตั้งบริสุทธ์ยุติธรรมได้ ไม่ป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้ แบบนี้คงไม่ยอม แต่เรื่องคะแนนสัดส่วน เป็นเรื่องธรรมดา
 
                      "ผมบอกเลยว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือแบบสัดส่วน ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเลย ผมรู้จัก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นจำนวนมาก ที่ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนเลย เพราะไม่มีเขตเลือกตั้ง ไม่ต้องสัมผัสกับประชาชน ไม่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน เวลาจะพูด จะทำอะไร ไม่ค่อยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน คิดอย่างไร พวกนี้เกาะใบบุญพรรค และบอกได้เลยว่า ที่บอกว่าการเลือกตั้งแบบนี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะลงพื้นที่ช่วย ส.ส.เขตนั้น ก็ไม่มีทาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีประโยชน์น้อยมากสำหรับประชาชน อาจจะมีบ้างคนดีๆ มีคนที่ดูแลประชาชนมีน้อยมาก ส.ส.สัดส่วนจะมีเท่าไรไม่รู้ แต่เอาว่าไม่เห็นด้วย จะให้มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ความเห็นด้วยหรือไม่ของผมเป็นความเห็นส่วนตัว และหากส่วนใหญ่รับได้ ผมก็รับได้ ไม่มีปัญหา"
 
                      ส่วนกรณีที่ กรธ.เพิ่มบทบาท ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเพิ่มจาก 5 คน เป็น 7 คน โดยมาจากผู้พิพากษา 2 คน จากสาขาวิชาการ 5 คน มีวาระคราวละ 7 ปี เพิ่มบทบาทการทำงานให้เข้มข้นขึ้นไปอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับที่มาของ กกต. ตนบอกแล้วว่า องค์กรที่จะมากำกับดูแลจัดการเลือกตั้ง ต้องสามารถทำการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ และหากจะมี กกต.อย่างที่เป็นมา เห็นควรไม่มีจะดีกว่า ถ้ามีคราวนี้ควรให้ กกต.มีหน้าที่ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่โกงการเลือกตั้ง ใช้อิทธิพลกดดันการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้แสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง เป็นเรื่องที่ต้องบริสุทธิ์ หากใครทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนถูกบิดเบือน กกต.ต้องจัดการให้ได้ จะมาอ้างโน้นนี่ไม่ได้ ถึงได้บอกว่าตรงนี้สำคัญ
 
                      "หากพบว่าใครทุจริตเรื่องการเลือกตั้ง ต้องมีศาลเฉพาะด้านการเลือกตั้งมาพิจารณา จะแยกมาเดี่ยวๆ หรือศาลฎีกาแผนกการเลือกตั้ง ใช้วิธีการไต่สวน ไม่ใช่ใช้ระบบกล่าวหา กำหนดเวลาให้ชัดว่า คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งควรใช้เวลานานเท่าไร จะพิจารณาติดต่อกัน 30 - 60 วัน เพื่อให้รวดเร็ว หรือมีโทษแค่ไหนอย่างไร ต้องมีการกำหนดให้ชัดเจน คนที่เป็นนักเลือกตั้งทั้งหลาย จะได้กลัวกฎหมายบ้าง เดี๋ยวนี้ทำผิดกฎหมายกว่าจะพิจารณาเสร็จใช้เวลานานจนคนลืมไปเลย"
 
                      นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเห็นด้วย เรื่องการตัดสิทธิ์การลงเลือกตั้งตลอดชีวิตกับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง เพราะถือว่าทรยศต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรลงสนามประชาธิปไตยตลอดชีวิต และคนที่ร่วมทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ คนของ กกต. ต้องถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตด้วย นักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนที่ร่วมทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะต้องถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาไม่เคารพกฎกติกา ไม่เคารพหลักประชาธิปไตย
 
                      นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อมีการกำหนดบทลงโทษกับคนที่ทุจริตการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน ก็จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจที่จะเลือกผู้มาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค โดยจะต้องช่วยกันเลือกคนที่ดี ไม่ทรยศประชาชน ส่วนในเรื่องการยุบพรรคนั้น หากพรรคเป็นของประชาชนร่วม พรรคจะต้องไม่ถูกยุบ แต่เล่นงานคนที่ทำความผิดเป็นรายๆ ไป
 
                      นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นเมื่อไรนั้น ยังบอกไม่ได้ คาดการณ์ไม่ได้ หากสถานการณ์บ้านเมืองไม่วุ่นวาย เรียบร้อยทุกอย่าง ก็คงเป็นไปตามโรดแม็พที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุไว้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่ประชาชนไว้วางใจได้ เมื่อพูดอะไร ตนเชื่อ และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำตามคำพูดนั้น เวลานี้ก็ต้องดูไป และถ้าถึงเวลาต้องตัดสินใจร่วมกัน ก็คิดว่าประชาชนจะเรียกร้องให้เขาต้องตัดสินใจ