
ประยุทธ์ใช้ม.44รื้อบอร์ดประกันสังคม
ประยุทธ์ใช้อำนาจหน.คสช. ตามมาตรา44 สั่ง12ข้อ รื้อบอร์ด ประกันสังคม แต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่
9พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๐/๒๕๕๘ เรื่อง การได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เป็นการชั่วคราว ความว่า
โดยที่พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้บัญญัติให้คณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการการแพทย์ ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือคณะกรรมการการแพทย์ขึ้นใหม่ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ใช้บังคับ ประกอบกับในปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาและข้อขัดข้องในการดําเนินการของระบบประกันสังคมและสํานักงานประกันสังคม ทําให้มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน อันส่งผลไปถึงความเสียหายต่อรัฐด้วย กรณีจึงมีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูประบบของงานประกันสังคม งานเงินทดแทน และสํานักงานประกันสังคม เพื่อให้มีการดําเนินงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน โดยจําเป็นต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษา ของคณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการการแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกันสังคมไว้ก่อน แล้วแต่งตั้งบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาทําหน้าที่แทน เพื่อให้การปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้คณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ มีผลใช้บังคับหยุดปฏิบัติหน้าที่และให้การดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ตามมาตรา ๘ หรือคณะกรรมการการแพทย์ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ยุติลง
ข้อ ๒ ให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และมาตรา ๘/๑ มาตรา ๘/๒ มาตรา ๘/๓ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ จนกว่าคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาตามข้อ ๔
ข้อ ๕ และข้อ ๖ จะครบวาระการดํารงตําแหน่ง โดยในระหว่างนี้ให้การได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการการแพทย์ เป็นไปตามคําสั่งนี้
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับพ้นจากตําแหน่ง และให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ จนกว่าคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามข้อ ๗ จะครบวาระการดํารงตําแหน่งโดยในระหว่างนี้ให้การได้มาซึ่งคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นไปตามคําสั่งนี้
ข้อ ๔ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม
(๑) ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการ
(๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ
(๓) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ
(๔) ผู้แทนสํานักงบประมาณ กรรมการ
(๕) นายทวี ดียิ่ง กรรมการ
(๖) นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร กรรมการ
(๗) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ
(๘) นายมานิตย์ พรหมการียก์ ุล กรรมการ
(๙) นายวาชิต รัตนเพียร กรรมการ
(๑๐) นายวันชัย ผุดวารี กรรมการ
(๑๑) นายสมพงศ์ นครศรี กรรมการ
(๑๒) นายสุวรรณ สุขประเสริฐ กรรมการ
(๑๓) นายสุวิทย์ ศรีเพียร กรรมการ
(๑๔) นางอรุณี ศรีโต กรรมการ
(๑๕) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๕ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม
(๑) นายปั้น วรรณพินิจ
(๒) นายอําพล สิงหโกวินท์
(๓) พลโท กฤษฎา ดวงอุไร
(๔) นายถาวร พานิชพันธ์
(๕) พลเอก อภิชาต แสงรุ่งเรือง
ข้อ ๖ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม
(๑) นายชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการ
(๒) นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ กรรมการ
(๓) นายอํานวย กาจีนะ กรรมการ
(๔) นายสุพรรณ ศรีธรรมมา กรรมการ
(๕) พลโท ไตรโรจน์ ครุธเวโช กรรมการ
(๖) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี กรรมการ
(๗) พลตรี จัดพล วุฑฒกนก กรรมการ
(๘) ศาสตราจารย์พรชัย สิทธิศรัณย์กุล กรรมการ
(๙) รองศาสตราจารย์จุฑาไล ตัณฑเทอดธรรม กรรมการ
(๑๐) นายอดุลย์ บัณฑุกุล กรรมการ
(๑๑) นายชาญวิทย์ ทระเทพ กรรมการ
(๑๒) นายทรงยศ ชัยชนะ กรรมการ
(๑๓) ศาสตราจารย์สุนันทา พลปัถพี กรรมการ
(๑๔) ศาสตราจารย์สารเนตร์ ไวคกุล กรรมการ
(๑๕) รองศาสตราจารย์ศุภชัย รัตนมณีฉัตร กรรมการ
(๑๖) ผู้แทนสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๗ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วย
เงินทดแทน
(๑) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม ประธานกรรมการ
(๒) นายศรีประสิทธิ์ บุญวิสุทธิ์ กรรมการ
(๓) นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ํา กรรมการ
(๔) นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย กรรมการ
(๕) นายดสุ ิต เขมะศักดิ์ชัย กรรมการ
(๖) นางผจงสิน วรรณโกวิท กรรมการ
(๗) นางปริศนา ประหารข้าศึก กรรมการ
(๘) นายอรรถการ ตฤษณารังสี กรรมการ
(๙) นายปิยะชาติ ชุณหเวชสกุล กรรมการ
(๑๐) นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ กรรมการ
(๑๑) นายวารินทร์ ศรีแจ่ม กรรมการ
(๑๒) นายบรรจง บุญรัตน์ กรรมการ
(๑๓) นายพงษทร คงลือชา กรรมการ
(๑๔) ผู้แทนสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๘ กรรมการซึ่งระบุชื่อตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ หรือที่ปรึกษาตามข้อ ๕
มีวาระอยู่ในตําแหน่งสองปีนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และเมื่อครบกําหนดตามวาระแล้ว ให้ดําเนินการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม หรือกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แล้วแต่กรณีให้คณะกรรมการและที่ปรึกษาที่พ้นจากตําแหน่งตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมหรือคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๙ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระในข้อ ๘ กรรมการซึ่งระบุชื่อตามข้อ ๔ ข้อ ๖
และข้อ ๗ หรือที่ปรึกษาตามข้อ ๕ พ้นจากตําแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ออก
เมื่อกรรมการหรือที่ปรึกษาพ้นจากตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้มีอํานาจแต่งตั้งบุคคลเพื่อทําหน้าที่แทนได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการหรือที่ปรึกษาซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วนั้น ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อทําหน้าที่แทนกรรมการซึ่งระบุชื่อให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ข้อ ๑๐ ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมกรรมการ การประชุมคณะกรรมการตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจมาประชุมได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง เท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุมของคณะกรรมการตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ ถ้ากรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสีย เป็นการส่วนตัวในเรื่องที่พิจารณา ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ให้นําข้อ ๑๐ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
รมว.แรงงานเผยเป็นไปตามข้อเรียกร้องแรงงาน
พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การแต่งตั้งบอร์ดสปส.ดังกล่าว เป็นไปตามข้อเรียกร้องของแรงงานที่ต้องการให้เกิดการปฏิรูประบบประกันสังคม และยอมรับว่าเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณกว่าพันล้านบาทที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งบอร์ดสปส. ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งการมีบอร์ดสปส.ชุดใหม่เพื่อเกิดความรวดเร็วในการวางระบบบริหารงานกองทุนให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งด้านการใช้จ่ายงบประมาณ การลงทุน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน
ทั้งนี้ ส่วนการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างภายหลังครบกำหนด 2 ปี ตามมาตรา 44 ก็จะมีการพิจารณาถึงวิธีการเลือกตั้งที่เหมาะสมอีกครั้ง ซึ่งการตั้งบอร์ดครั้งนี้ ถือเป็นการจัดระบบเพื่อดูแลการบริหารจัดการกองทุน
ปลัดก.แรงงานชี้เลือกตั้งบอร์ดใหม่ไม่ทัน
ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงานในฐานประธานบอร์ดสปส. กล่าวว่า คำสั่งคสช.มีจุดประสงค์เพื่อปฏิรูประบบประกันสังคมให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะมีการทบทวนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณที่ผ่านมา ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจสอบเป็นระยะๆ อยู่แล้ว ส่วนการจัดเลือกตั้งนั้น แม้ว่าตามกฎหมายใหม่จะกำหนดให้จัดเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างโดยตรง แต่ขณะนี้ยังไม่อยู่ในภาวะที่จะจัดการเลือกตั้งได้ เพราะต้องใช้งบดำเนินการถึงกว่าพันล้านบาท และขณะนี้กฎหมายที่จะรับรองการดำเนินการก็ยังไม่แล้วเสร็จ และวาระบอร์ดสปส.เลือกตั้งแล้วมีเพียงสองปีโดยพล.อ.ศิริชัย จะมอบนโยบายการดำเนินงานแก่สปส.ในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้
ม.ล.ปุณฑริก กล่าวอีกว่า ส่วนการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนนั้น ในพ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนมากขึ้นแล้ว จนทำให้เกิดความกังวลต่อการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้จึงยังไม่มีแนวทางการเพิ่มสิทธิประกันตนและการเรียกเก็บเงินสมทบมากขึ้นภายใต้คำสั่งมาตรา 44
ด้านน.ส.อรุณี ศรีโต บอร์ดสปส.ฝ่ายลูกจ้างที่ได้รับการแต่งตั้งจากคสช. กล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้า เพิ่งทราบจากเจ้าหน้าที่สปส. แจ้งว่าได้เป็นบอร์ดสปส.ชั่วคราว รู้สึกดีใจและเห็นว่าเป็นโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมปฏิรูปประกันสังคมโดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างของสปส.ที่จะต้องให้มีการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมท้วงติงกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จะเสนอให้มีการปรับปรุงระบบบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ ส่วนแนวทางนั้นจะระดมความคิดเห็นของฝ่ายลูกจ้างและผลักดันให้เกิดแนวทางการปฏิรูปที่ชัดเจน
นายบรรจง บุญรัตน์ กรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. กล่าวว่า จะผลักดันให้กองทุนเงินทดแทนนี้ให้เป็นที่พึ่งของผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานทำให้ร่างกายพิการ รวมถึงการเจ็บป่วยการทำงาน ให้ได้รับการดูแลที่ดี ซึ่งที่ผ่านมามักมีปัญหาการร้องเรียนการเข้าถึงสิทธิในกองทุนเงินทดแทน ที่ผู้ประกันตนมีการอุทธรณ์จำนวนมาก รวมทั้งต้องเข้มงวดกับนายจ้างในเรื่องการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานและจ่ายเข้ากองทุนเงินทดแทน
แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เบื้องหลังการตั้งบอร์ดสปส.แทนการปล่อยให้เกิดการเลือกตั้งตามกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่เนื่องจากหลักเกณฑ์การเลือกตั้งบอร์ดสปส.ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ยังไม่แล้วเสร็จและการเลือกตั้งโดยใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ให้ผู้ประกันตนลงคะแนนทุกคนคาดการณ์ว่าจะต้องใช้งบประมาณในกองทุนประกันสังคมสูงถึงกว่าพันล้านบาท แต่มีวาระการดำรงตำแหน่งแค่ 2 ปี ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่ากับงบที่ต้องใช้ไป อีกทั้งรัฐบาลต้องการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงาน เพื่อให้เกิดการบริหารงานที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวอีกว่า บอร์ดทุกชุดที่ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 44 เป็นเพียงบอร์ดที่ทำหน้าที่รักษาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ต.ค. ที่กำหนดให้เลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างโดยวิธีการเลือกตั้ง ทำให้บอร์ดที่ตั้งตามกฎหมายเดิมพ้นสภาพแต่ยังคงทำหน้าที่รักษาการไปอีก 180 วัน ภายหลังกฎหมายใหม่บังคับใช้ระหว่างรอการเลือกตั้งซึ่งเดิมที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือนเม.ย. 2559



