
เบื้องหลัง'บัตรเลือกตั้งใบเดียว'
เบื้องหลัง'บัตรเลือกตั้งใบเดียว' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดย สำนักข่าวเนชั่น
ถึงแม้ “มีชัย ฤชุพันธุ์” และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะยอมถอย นำ “ทุกคะแนน” มาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่อีกโจทย์ใหญ่ที่ยังค้างคาใจผู้คนคือ ทำไมต้องใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว?
ไม่ว่าจะเป็นสูตรเลือกตั้ง “หนึ่งเดียวในโลก” คือ “จัดสรรปันส่วนผสม” ที่บอกว่าจะไม่นำคะแนนของผู้ชนะมารวมในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือสูตรใหม่ที่ กรธ.ยอมถอยให้นำคะแนนคนชนะมารวมคำนวณด้วย กรธ.ยืนยันว่าจุดยืนเรื่อง “ใช้บัตรใบเดียว” ในการเลือกตั้ง
คำถามคือ เมื่อจะให้ใช้บัตรใบเดียวในการเลือกตั้ง ทำไมไม่ให้มี ส.ส.เขตไปอย่างเดียวเลย จะให้มี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อทำไม หรือบางคนถามว่า เมื่อจะให้มี ส.ส. 2 ระบบ ทำไมไม่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบอย่างที่เคยเป็น รวมทั้งทำไมจะต้อง “บังคับ” ให้ประชาชนต้องเลือก ส.ส.เขต กับพรรคเดียวกัน ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ประชาชน “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ”
เหตุผลสำคัญในการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวของ “มีชัย” คือ จะทำให้พรรคเข้มแข็ง เพราะจะเป็นการเลือกทั้งคนและพรรค พรรคจะต้องส่งคุณภาพลงแข่ง ไม่ใช่เอาใครมาลงก็ได้ เพราะแม้จะไม่ชนะ ส.ส.เขต แต่ทุกคะแนนที่ประชาชนลงให้ล้วนมีความหมาย นอกจากนั้นมีเหตุผลเรื่องแก้ปัญหาทุจริต และกระตุ้นให้คนออกมาใช้สิทธิ
อย่างไรก็ตาม มีคำอธิบายจาก “แหล่งข่าวซึ่งไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม คสช.” ว่า โจทย์สำคัญในการออกแบบสูตรเลือกตั้งครั้งนี้คือ ต้องการดึงจำนวน ส.ส.จากพรรคขนาดใหญ่มาที่พรรคขนาดกลางให้มากที่สุด
“สูตรเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมของ อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ดึงจำนวน ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยมาได้เท่านั้น กรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุด อ.มีชัย ได้คิดสูตรที่เขัมข้นกว่า ซึ่งสูตรของ อ.มีชัย ที่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวจะทำให้ดึง ส.ส.ได้ทั้งจากพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์” แหล่งข่าวแจกแจง
ดูจากข้อมูลการเลือกตั้งย้อนหลัง นับตั้งแต่ประเทศไทยมี ส.ส. 2 ระบบ และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะพบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยที่กากบาทเลือก ส.ส.เขต คนละพรรคกับพรรคที่เขาเลือกในระบบบัญชีรายชื่อ นอกจากนี้ยังพบว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ส่วนใหญ่จะเทไปที่พรรคใหญ่ โดยเฉพาะครั้งหลังๆ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนบัญชีรายชื่อจะอยู่ที่ 2 พรรคใหญ่คือเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์เท่านั้น
ขณะที่พรรคขนาดกลาง แม้จะได้ ส.ส.เขตมาหลายคน แต่ถ้าเทียบสัดส่วนกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ได้ พบว่าไม่สัมพันธ์กัน นั่นคือ ชาวบ้านเลือก ส.ส.เขตของพรรคนั้น แต่ไปลงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ให้กับพรรคใหญ่
แต่ถ้าถามต่อไปว่า ทำไมต้องคิดสูตรเพื่อให้พรรคขนาดกลางได้ประโยชน์ บางฝ่ายบอกว่าเพื่อเปิดทางให้เกิดสูตรรัฐบาล “นายกฯ คนนอก”
จะเป็นตามนี้หรือไม่ ต้องรอเวลาช่วยพิสูจน์!



