ข่าว

ชาวพม่าแห่ใช้สิทธิ์ล้นหลามร้อยละ80

ชาวพม่าแห่ใช้สิทธิ์ล้นหลามร้อยละ80

08 พ.ย. 2558

ชาวพม่าแห่ใช้สิทธิ์ล้นหลามร้อยละ80 สมกับเลือกตั้งประวัติศาสตร์ ปิดฉากราบรื่น สังเกตการณ์ยังไม่จบ จับตาต่อหลังเลือกตั้ง

 
             วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของพม่าเสร็จสิ้นลงแล้ว หลังเปิดคูหาให้ประชาชนใช้สิทธิ์ลงคะแนนรวม 10 ชั่วโมง ระหว่าง 06.00-16.00 น. (เวลาพม่าช้ากว่าไทยครึ่งชั่วโมง) ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและกระตือรือร้น ประชาชนจำนวนมากส่วนใหญ่อยู่ในชุดประจำชาติ แห่ไปต่อแถวรอใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้ามืดก่อนเปิดคูหา และรอคอยอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและอดทน หลายคนรอนานกว่า ชั่ว1 โมง เพื่อใช้สิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป ที่หลายฝ่ายหวังว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมที่สุดในรอบ 25 ปี  
 
             นายถั่น ซิน อ่อง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งพม่า กล่าวคาดการณ์ว่า มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ราว 80% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 30 ล้านคน 
 
             สำนักข่าวต่างประเทศตระเวนสัมภาษณ์ชาวพม่าที่ใช้สิทธิ์ตามคูหาที่มีบุคคลสำคัญไปลงคะแนน ส่วนใหญ่แสดงความหวังไม่ต่างกันว่า พวกเขาออกมาในวันนี้ก็เพราะเชื่อว่าเป็นการเลือกตั้งที่แตกต่างและจะนำความเปลี่ยนแปลงมาให้แก่พวกเขาได้ ส่วนผู้ที่มีโอกาสใช้สิทธิ์ครั้งแรก อย่าง ยิน ยิน เอ ที่มาถึงคูหาเลือกตั้งในหน่วยบาฮัน ในย่างกุ้ง ก่อนเวลาเช่นกัน บอกสำนักข่าวอิระวดีว่า การได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นประสบการณ์อันพิเศษ และรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต
 
             ที่เมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของพม่า ที่อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางเหนือ 640 กิโลเมตร นายวิน เมียะ วัย 50 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในคนออกไปรอใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 05.00 น. กล่าวว่า ออกมาใช้สิทธิ์เพราะต้องการจะเป็นพลเมืองสำนึกในหน้าที่
 
             สำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า นางฉ่วย ติน ชาวพม่าวัย 87 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ และใช้สิทธิ์ไม่เคยขาดนับจากปี 2490 ขณะยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พร้อมกับเล่าว่า ใช้สิทธิ์ครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 18 ปี การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นส่วนสำคัญในข้อตกลงระหว่างนายพลออง ซาน ผู้นำชาตินิยมพม่า กับอังกฤษ ที่นำมาสู่การเป็นประเทศเอกราชในปีถัดไป
 
             ผ่านมาหลายสิบปี นางฉ่วย ติน ที่วันนี้เป็นคุณยายของหลาน 10 คน ยังออกมาลงคะแนนที่คูหาเดิม คือที่หน่วยเลือกตั้งบาฮัน หน่วยเดียวกับที่นางออง ซาน ซูจี บุตรสาวของนายพลออง ซาน ไปใช้สิทธิ์ โดยมีลูกหลานพาไป หญิงชรากล่าวว่า ทุกครั้งที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งหวังว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในประเทศ แม้อยู่มาชั่วชีวิตกับการรัฐประหาร การเลือกตั้งที่ถูกล้มกระดาน การลอบสังหารและการกวาดล้างนองเลือดก็ยังมีความหวังกับกระบวนการประชาธิปไตย และยังต้องการที่จะโหวตต่อไป เพราะคิดว่าชาวบ้านธรรมดาอย่างตน ไม่มีหนทางอื่นใดที่จะสนับสนุนประชาธิปไตยในประเทศนี้ได้นอกจากออกเสียง
 
             ขณะที่ นางซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน ออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง ท่ามกลางการรุมล้อมของสื่อที่เบียดเสียดแย่งกันบันทึกภาพนาทีประวัติศาสตร์ที่หน่วยเลือกตั้งบาฮัน ในเมืองย่างกุ้ง เมื่อเวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้าจากกำหนดการเดิมที่นางซูจีจะไปลงคะแนนเสียงกว่า 1 ชั่วโมง นางซูจีใช้เวลาในคูหาเลือกตั้งนาน 5 นาที และฝูงชนที่เฝ้ารอใช้สิทธิ์ต่างส่งเสียงตะโกนยินดีที่ได้เห็นนางซูจีใช้สิทธิ์ รวมทั้งหลายคนตะโกนคำว่า ชัยชนะ ชัยชนะ ตอนที่รถของนางซูจีมาถึงหน่วยเลือกตั้ง
 
             การเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเกือบ 30 ล้านคน ตัวแทนราว 1 แสนคน จากพรรคการเมืองต่างๆ บวกกับผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกกว่า 1 หมื่นคน ร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศที่มีกว่า 4 หมื่นแห่ง
             
             หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งของสหภาพยุโรป (อียู) นายอเล็กซานเดอร์ ลัมสดอร์ฟ แสดงความเห็นต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งบาฮัน ในเมืองย่างกุ้ง ที่นางซูจีไปใช้สิทธิ์ว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความผิดปกติเลย และจะรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศด้วยว่าเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่
 
             สำหรับอียูมีเจ้าหน้าที่ 150 คน คอยสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ และการสังเกตการณ์จะไม่จบที่การหย่อนบัตร แต่จะดูกระบวนการนับคะแนนและการแก้ปัญหาความเห็นไม่ตรงกันหรือการรับมือกับข้อร้องเรียนหลังจากนี้ด้วย
 
             หนังสือพิมพ์อิระวดี รายงานว่า พบปัญหาการใช้สิทธิ์อยู่บ้าง เช่น ที่ย่านตันลวินในย่างกุ้ง มีผู้ไปรอใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่มีราว 30 คน ที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ซึ่งพวกเขาบอกว่า ตอนไปตรวจสอบรายชื่อพบว่ามี แต่พอจะไปใช้สิทธิ์รายชื่อหายไป และรอให้เจ้าหน้าที่สะสางปัญหาให้ ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน รายงานเรื่องปัญหาที่ชาวโรฮิงญาที่ว่าพวกเขาไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ แม้แต่สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีที่เป็นมุสลิมอย่างนายวิน มา มา พรรคก็ไม่กล้าให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะได้รับแรงกดดันจากกลุ่มพุทธชาตินิยม
 
             ด้าน นายดามาโซ มักบูอัล ประธานเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (อันเฟรล) บอกบีบีซีว่า การเลือกตั้งทั่วไปในพม่าครั้งนี้ มีพัฒนาการหลายด้านที่ดีกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2553 เช่น มีพื้นที่ให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้น พรรคการเมืองมีความมั่นใจในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งมีอิสระในการเคลื่อนไหวหาเสียงมากกว่าเมื่อก่อน
 
             นายมักบูอัล กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องน่าทึ่งที่ช่วงเวลาหาเสียงของพม่า เป็นไปโดยสันติ ไม่นับพื้นที่ขัดแย้งที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ขณะมองว่าพม่าไม่ต่างไปจากอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่หลังจากเลือกตั้งแล้วอาจจะมีเหตุรุนแรงได้ ดังนั้นอันเฟรลจะยังคงจับตาระยะหลังเลือกตั้งต่อไป พร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของพม่า เพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงการเลือกตั้งในครั้งต่อไป
             
             สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า หลังปิดหีบความสนใจจะพุ่งไปที่สำนักงานใหญ่พรรคเอ็นแอลดีในย่างกุ้ง เนื่องจากจะมีการรวบรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในส่วนของพรรค ผลนับคะแนนแรกๆ อาจเริ่มทยอยออกมาหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ส่วนภาพรวมแบบไม่เป็นทางการ คาดว่าจะทราบในเช้าวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน เป็นอย่างเร็วที่สุด แต่ผลนับคะแนนอย่างสมบูรณ์จะใช้เวลาหลายสัปดาห์  และรัฐบาลใหม่จะเข้าบริหารประเทศในเดือนมีนาคมปีหน้า
             
             การเลือกตั้งครั้งนี้แม้มีพรรคการเมืองเข้าร่วม 91 พรรค แต่โดยหลักเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคเอ็นแอลดี กับพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอดีพี) ซึ่งเป็นรัฐบาลและกองทัพหนุนหลัง นายซอ ทาน รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดี เขียนบทแสดงทัศนะในวอลล์สตรีท เจอร์นัล ว่า ผลหยั่งเสียงอิสระที่ทำโดยองค์กรประชาสังคมและสถาบันวิจัยบ่งว่า พรรคฝ่ายค้านเอ็นแอลดีจะทำได้ดีกว่าพรรครัฐบาลในภาคกลางของพม่า แต่คะแนนจะไม่ทิ้งห่างอย่างที่คิด และจะเป็นการแข่งขันที่สูสี ส่วนการเลือกตั้งในรัฐที่เป็นชนกลุ่มน้อย ก็น่าจะเป็นของพรรคท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนของพวกเขา 
 
             หลังการเลือกตั้งคาดว่าจะได้เห็นการเจรจาต่อรองอย่างหนัก หากเป็นไปตามที่คาดกันว่าพรรคเอ็นแอลดีจะกวาดที่นั่งได้มากสุด และพยายามจะจัดตั้งรัฐบาล โดยประเด็นหลักคือ การจับตาความสามารถหรือการหาหนทางประนีประนอมกับกองทัพของนางออง ซาน ซูจี
 
             ขณะที่บริเวณด่านพรมแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตรงข้ามกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ยังคงมีชาวพม่าที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยทยอยเดินทางกลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง อีกทั้งในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก มีหน่วยเลือกตั้งอยู่ 50 หน่วย โดยเฉพาะที่หน่วยเลือกตั้งบ้านมะก่าหัวคำ มีชาวพม่าออกไปเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอใช้สิทธิ์ลงคะแนน ตั้งแต่เวลา 06.00 น.
 
             นายอิ่น นน อายุ 27 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างใน จ.ท่าขี้เหล็ก เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมีความตื่นตัวมากเป็นพิเศษ เห็นได้จากจำนวนประชาชนที่มาเข้าคิวรอลงคะแนน อย่างตนก็มาเข้าคิวรอนานกว่า 3 ชั่วโมง จึงได้ลงคะแนน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะชาวพม่าส่วนใหญ่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศ
 
             เช่นเดียวกับ จ.เมียวดี ที่อยู่ตรงข้าม ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวพม่าไปรอเข้าคิวใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันตั้งแต่เช้า
 
             ส่วนที่ จ.ระนอง ชาวพม่ายังคงพากันเดินทางกลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่ จ.เกาะสอง กันอย่างคึกคัก พบว่ามีชาวพม่าที่มีชื่อมีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยยืนต่อแถวยาวเหยียดในหลายหน่วยเลือกตั้ง