ข่าว

'วิษณุ'ชี้เผาข้าวไม่สุจริตฟ้องได้

'วิษณุ'ชี้เผาข้าวไม่สุจริตฟ้องได้

07 พ.ย. 2558

'วิษณุ' ชี้ เผาข้าวเน่าโดยไม่สุจริต มีความผิด ฟ้องได้ ยังมึนหาช่องทางดำเนินคดี 'ฟิลลิป มอร์ริส'

 
                      7 พ.ย. 58  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ชี้แจงการดำเนินการเรียกรับผิดทางแพ่งโครงการจำนำข้าว ว่า ได้คุยกับ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ให้รออีกระยะหนึ่ง ไม่ต้องรีบ ตนตอบคำถามเรื่องนี้ทุกวัน ประชาชนไม่ได้ตกข่าวอะไรเลย ถ้ามีอะไรที่ควรจะรู้มากกว่านี้ ตนจะบอก ส่วนกรณีที่นายกฯ ออกมาระบุว่า ต้องเอาข้าวส่วนหนึ่งที่เสื่อมสภาพไปเผาใช้เป็นพลังงานได้อย่างเดียวนั้น คงต้องถามคนที่รู้ในเรื่องดังกล่าว 
 
                      เมื่อถามย้ำว่า การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.คุ้มครองเจ้าหน้าที่ในการบริหารจัดการข้าว ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 คุ้มครองตรงนี้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คุ้มครองทุกอย่างหากทำอยู่บนพื้นฐานสุจริต แต่ถ้าเผาโดยไม่สุจริตถือว่ามีความผิด และเมื่อถึงเวลาอย่าคิดว่าจะฟ้องไม่ได้ คงมีคนลองฟ้องเจ้าหน้าที่อยู่ดี คำสั่งนี้ไม่ได้ห้ามฟ้อง แต่คุ้มครองความรับผิด เริ่มต้นคือฟ้องก่อน ส่วนจะรับผิดหรือไม่ ต้องดูว่าสุจริตหรือไม่ 
 
                      "เหตุผลของคำสั่งดังกล่าว คือ ไม่ต้องการให้ตระหนกว่าจะต้องรับผิด หากทำโดยสุจริต และต้องการให้ตระหนักว่า ไม่สุจริตโดนแน่ เพราะหลายคนทำโดยกระหยิ่มยิ้มย่องว่า ไม่มีปัญหา เชื่อ คสช.ซะอย่าง อีกพวกหนึ่งกลัวว่า หาก คสช.ไปแล้ว คนอื่นเข้ามาแล้วฟ้อง หรือตั้งกรรมการสอบวินัย สั่งพักงาน หยุดงาน เราต้องการให้คนเหล่านี้มั่นใจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ถ้าสุจริต ปลอดภัยอยู่แล้ว และคำสั่งนี้ยังระบุถึงการทำตามหน้าที่ด้วย คนไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เข้าไปทำโดยสุจริตก็มีปัญหา เพราะมีคนเข้าไปทำโดยสุจริตแต่ไม่มีหน้าที่"
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวของกระทรวงพาณิชย์ให้นายกฯ ทราบแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้รายงานไปแล้ว ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ถือว่าพ้นจากตนไปแล้ว คงต้องให้เวลาท่าน 
           
 
 
ยังมึนหาช่องทางดำเนินคดี 'ฟิลลิป มอร์ริส'
 
 
                      นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ผู้นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ กรณีหลบเลี่ยงภาษีบุหรี่มากกว่า 68,000 ล้านบาท เมื่อปี 2546 - 2550 โดยกล่าวว่า ทางบริษัทก็เคยได้ขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และตนได้เรียกเข้าพบหลายครั้ง เพราะต้องการทราบความจริง เพราะทุกวันนี้ข่าวออกมาว่า ทางบริษัทนั้นผิดเพราะนำเข้าบุหรี่และเลี่ยงภาษี ควรจะฟ้อง นั่นคือสิ่งที่ปรากฏ หรือสิ่งที่เห็น แต่ทางบริษัทอ้างว่ามีเบื้องหลัง โดยอ้างว่า เราไปเล่นงานเขาทำไมในเมื่อเคยมีการฟ้องร้องกับองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) มาแล้ว รัฐบาลฟิลิปปินส์ เป็นโจทก์ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นจำเลย ฟ้องศาล ซึ่งองค์การการค้าโลกสามารถนำเรื่องขึ้นศาลได้ และศาลตัดสินแล้วว่า ไทยแพ้คดี แปลว่า ไปเก็บภาษีเขาไม่ได้ เขาก็ถามว่าทำไมเราถึงตามตะบี้ตะบัน หรือจะให้รู้กันไปว่า ประเทศไทยจะไม่เคารพองค์การการค้าโลก จะได้รู้กัน
 
                      "ฉะนั้นประเด็น คือ สิ่งที่องค์การการค้าโลกตัดสินนั้น กับสิ่งที่เรากำลังฟ้องเขานั้น เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องเดียวกัน เราก็ไม่สามารถจะไปลบล้างองค์การการค้าโลกได้ เว้นแต่เราจะขอลาออกจากประเทศสมาชิก แต่ถ้ามันเป็นคนละเรื่องกัน เช่น เราแพ้คดีช้าง แต่เขาทำผิดคดีม้า เราก็ทำตามองค์การการค้าโลก แต่คุณก็ต้องทำตามกฎหมายไทย เพราะสิ่งที่คุณทำผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร เปิดดูเขาก็รู้ แต่เขาบอกเขาได้รับการยกเว้นตามกติกาองค์การการค้าโลก"
 
                      นายวิษณุ กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลสั่งการให้เกิดความชัดเจน และประชุมกันมาหลายครั้งแล้ว คือ 1. สิ่งที่องค์การการค้าโลกพิจารณาและตัดสินไป เป็นเรื่องเดียวกับที่อัยการจะฟ้องเขาหรือไม่ เพราะตัวบริษัทนั้นอ้างว่า เป็นเรื่องเดียวกัน แต่เจ้าหน้าที่ไทยบอกว่า เป็นคนละเรื่อง จึงสั่งฟ้อง ข้อที่ 2. ให้ไปดูว่าการที่องค์การการค้าโลกตัดสินนั้น ถึงที่สุดหรือยัง หรือมีวิธีอื่น เช่น ยังเถียงกันอยู่ว่าเรื่องเดียวกันหรือไม่ ก็ให้ใครซักคนไปขอองค์การการค้าโลกไปพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ เหมือนคดีเขาพระวิหารที่ตัดสินมา 50 ปีแล้วกลับไปให้ตีความใหม่ จะทำอย่างนั้นได้หรือไม่ ถ้าทำได้อาจจะแนะนำให้ฟิลิปปินส์ไปทำก็ได้ หรือเราอาจจะทำก็ได้ กำลังให้ศึกษา เพราะตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่ององค์การการค้าโลก ให้ดูมาหลายเดือนแล้ว แต่คำตอบยังคงไม่ชัดเจน 
 
                      ประการที่ 3. สมมติว่าเป็นเรื่องเดียวกัน และไม่สามารถกลับไปหาองค์การการค้าโลกได้อีก ถามว่า สมมติว่าหากเราไม่นำพาต่อคำวินิจฉัยขององค์การการค้าโลก ไปฟ้องร้องต่อ ฟิลลิป มอร์ริส ให้เขาชดใช้ให้รัฐ จะเกิดอะไรขึ้น เขาจะประจานเรา หรือเขามีอำนาจบอยคอตเรา ไม่ส่งออกไม่นำเข้า เก็บภาษีจากเราแพง ถ้าเช่นนั้นสิ่งที่จะกระทบกับประเทศไทยนั้นหลายแสนล้านบาท เราจะเสียมากกว่าที่จะได้จาก ฟิลลิป มอร์ริส ใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ให้ไปหาคำตอบ และผู้ที่ควรจะรู้ดี คือ กระทรวงพาณิชย์
 
                      ต่อข้อถามที่ว่า จะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ นายวิษณุ กล่าวว่า คำตอบมันค่อยๆ มา และเมื่อได้คงต้องคิดอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร ประชาชนต้องเข้าใจว่าถึงอย่างไรรัฐบาลไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่เวลาเอ่ยถึงผลประโยชน์ของชาติ คุณอย่าคิดว่าจะได้เพียงได้เงินค่าภาษีจากเขามา ผลประโยชน์ของชาติมันอาจจะหมายความว่า ชั่งน้ำหนักกับที่ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วจะคุ้มหรือไม่ เท่านั้นเอง เพราะนั่นก็คือผลประโยชน์ของชาติ
 
                      "ผมให้เขาสำรวจแม้กระทั่ง เรานำเข้าอะไรจากฟิลิปปินส์ และส่งอะไรออกไปยังฟิลิปปินส์ แล้วถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา จะเกิดปัญหากระทบกระทั่งสัมพันธไมตรีและการค้าขายอย่างไร ซึ่งมีคนมาบอกผมว่า มันไม่ได้กระทบแค่ฟิลิปปินส์ มันกระทบประเทศสมาชิกทั้งหมดขององค์การการค้าโลก อย่างนั้นผมจึงบอกให้หาตัวเลขให้ผมหน่อย เพื่อจะได้ชี้แจงให้คนไทยเข้าใจ แต่ถ้าหากว่ามันคุ้ม หรือมันไม่เกี่ยวกัน หรือไม่มีวันที่ใครจะมาต่อต้านเราได้ เพราะเราทำตามกรอบ พ.ร.บ.ของเรา อย่างนั้นเดินหน้าไป ไม่มีอะไรต้องไปกลัวเขา"
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงแม้ว่าจะฟ้อง ฟิลลิป มอร์ริส หรือไม่ อีกส่วนที่ต้องรับผิดชอบด้วยคือข้าราชการใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทั้งข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำทั้งหมด ต้องโดนทั้งหมด ก็พอจะรู้ๆ อยู่บ้างแล้ว แต่จะเฉลี่ยรับผิดชอบความเสียหายอย่างไร ยังไม่ทราบ เอาตัวคนให้ได้ก่อน
 
                      "เราพยายามที่จะไม่พูดเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้อายุความมันเริ่ม ขณะนี้ถือว่าไม่รู้อะไรเลย อายุความจึงไม่นับ เหมือนตอนที่ผมบอกเรื่องคดีข้าว อายุความเริ่มนับเมื่อ 1. รู้ถึงการกระทำผิด 2. รู้ตัวผู้กระทำผิด ถ้าครบ 2 ข้อนี้ อายุความเดินเลย วันนี้เราพยายามที่จะไม่รู้ในเรื่องนี้"
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า อายุความ 2 ปี ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในทางละเมิด และเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง จะมีอายุความ 2 ปี