ข่าว

‘ยรรยง’จี้รัฐเปิดตัวเลขข้าวเน่า

‘ยรรยง’จี้รัฐเปิดตัวเลขข้าวเน่า

07 พ.ย. 2558

‘ยรรยง’ จี้รัฐเปิดตัวเลขข้าวเน่าที่แท้จริง ชี้ยิ่งพูดยิ่งดึงราคาดิ่งเหว แนะเร่งฟ้องผู้รับผิดชอบตามสัญญาดีกว่า เรียกร้องยกเลิกคำสั่งคุ้มครองจนท.ตรวจสอบคดีข้าว

 
        7 พ.ย.58 นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ข้าวในสต็อครัฐบาลเป็นข้าวเสียมากกว่าข้าวดีและเสียใจที่ต้องขายข้าวไปทำพลังงาน เพราะเหมือนเอาหยาดเหงื่อชาวนามาเผาทิ้ง ว่า การแถลงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือนจะมีผลทำให้ราคาข้าวไทยทรุดหนัก ทำนองเดียวกับการพูดเรื่องปิดประเทศที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงกว่า 15 จุด ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนต่อประชาชนโดยเร็ว และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
 
        1.ข้าวเน่าเสียจริงที่จะขายให้ผู้ผลิตพลังงานมีปริมาณเท่าใด เพราะข้อมูลที่เปิดเผยโดยรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ขัดแย้งกันเองและสับสนมาก ล่าสุดระบุว่ามีเพียง 1 แสนกว่าตัน แต่บางครั้งก็ระบุว่าหลายล้านตัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้องและบิดเบือนมาก เพราะข้าวสารที่ขายในช่วงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กว่า 10 ล้านตัน และที่ขายได้แล้วในช่วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ประมาณ 5 ล้านตัน รวมข้าวคุณภาพดีที่ขายไปแล้วกว่า 15 ล้านตัน ข้าวที่เหลือในสต็อครัฐบาลขณะนี้ 13.7 ล้านตัน ที่เป็นข้าวเน่าเสียจริงๆ จึงไม่น่าจะถึง 2 แสนตัน ซึ่งมีผู้รับผิดชอบตามสัญญาอยู่แล้ว    
 
        2.รัฐบาลต้องเร่งรัดฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายจากผู้รับผิดชอบตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าคลัง สัญญาฝากเก็บข้าวและสัญญาประกันภัยโดยด่วน แต่ต้องให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
 
        และ3.ขอให้เร่งยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 39/2558 เพื่อคืนสิทธิในการต่อสู้ฟ้องร้องคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง ให้แก่ชาวนา เจ้าของโรงสี เจ้าของโกดัง และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากการปฏิบัติของรัฐโดยด่วนที่สุด
 
 
‘อนุสรณ์’ จี้ ‘นายกฯ’ เรียกค่าเสียหายจากผู้เก็บข้าวตามสัญญา
 
 
        7 พ.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ระบุว่า รู้สึกเสียใจที่นำหยาดเหงื่อชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวมาเผาทิ้งว่า เห็นข่าวท่านนายกฯ เสียใจแล้วกลับรู้สึกเสียใจยิ่งกว่า ด้วยเหตุผลดังนี้
 
        1.ที่บอกว่าการตรวจคลังข้าวพบว่าข้าวสภาพดีเหลือน้อยมาก คำถามคือ ท่านจะเสียเวลาไปตรวจให้สิ้นเปลืองงบประมาณทำไม เพราะท่านสามารถระบายข้าวในโกดังในสภาพข้าวดีได้เลย หรือถ้าพบข้าวไม่ดีตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ รัฐสามารถเป็นผู้เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เก็บข้าวตามสัญญาได้อยู่แล้ว
 
        2.แต่หากไปตรวจพบว่ามีข้าวเสื่อมสภาพก็ต้องเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของโกดังผู้รับฝาก จะได้ไม่มีใครเอาเรื่องนี้มาป้ายสีใส่รัฐบาลที่แล้วอีก ดังนั้น หากมีข้าวเน่าข้าวเสียที่ต้องเอาไปเผาหรือขายถูก ๆ ให้อุตสาหกรรมพลังงาน รัฐบาลต้องไปเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับฝาก แล้วรัฐจะไม่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว  
 
        3.ที่บอกว่าต้องออกคำสั่งตามมาตรา 44 ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการระบายข้าวให้เกิดกำไรมากที่สุดนั้น ยังมองไม่ออกว่าเจ้าหน้าที่จะทำกำไรให้ท่านมากที่สุดได้อย่างไร เพราะการระบายสินค้าที่รัฐเข้าไปแทรกแซงแล้วได้กำไรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากและโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวนาตามมาตรา 84(8) ของรัฐธรรมนูญ 2550 จึงไม่สามารถเอาคำว่ากำไรขาดทุนมาเป็นตัวกำหนดได้ รัฐไม่ได้ทำการค้าแสวงหากำไรจากชาวนาถึงจะต้องคำนึงถึงผลกำไรขาดทุน
 
        และ4.กรณีที่บอกว่าไม่ได้ต้องการให้เจ๊งหรือเล่นงานใครนั้น ถือเป็นหลักการที่พึงปฏิบัติเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว การดำเนินการตรวจสอบที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ตั้งธง ไม่สองมาตรฐาน จะทำให้สังคมได้พิสูจน์ความจริง เชื่อว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือ