ข่าว

'บิ๊กตู่'เสียใจเผาข้าวหยาดเหงื่อชาวนา

'บิ๊กตู่'เสียใจเผาข้าวหยาดเหงื่อชาวนา

06 พ.ย. 2558

'ประยุทธ์' ร่ายเจตนารมณ์นายกฯ ถึงปชช. จี้คนไทยก้าวผ่านกับดักประเทศ ร่วมมือปฏิรูป ยันรัฐยึดโรดแม็พ-ไม่คิดอยู่ยาว เสียใจที่ต้องเผาข้าวเน่าที่เป็นหยาดเหงื่อชาวนา

 
                      6 พ.ย. 58  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขียนเอกสารด้วยลายมือที่เรียกว่า “เจตนารมณ์นายกรัฐมนตรีถึงประชาชน” โดยมอบหมายให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลงรายละเอียดเจตนารมณ์ดังกล่าวเพื่อเป็นการสื่อสารโดยตรงต่อประชาชน
 
                      เวลา 16.00 น. พล.ต.สรรเสริญ แถลงเจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เขียนด้วยลายมือของนายกรัฐมนตรีเอง บนกระดาษขนาดเอ 4 จำนวน 6 แผ่น เพื่อต้องการสื่อสารกับประชาชนว่า นายกฯ เน้นย้ำความมีเสถียรภาพของประเทศในปัจจุบัน ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง การที่จะปฏิรูปประเทศมีระยะเวลาคือประมาณ 20 เดือน หรือ 6-4-6-4 ซึ่งตอนนี้เหลือประมาณ 18 เดือน และต่อไปเป็นระยะหลังการเลือกตั้ง คือมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และระยะยาวในอนาคต ซึ่งนายกฯ เขียนหนังสือ โดยระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน สิ่งที่รัฐบาล คสช.อยากเห็นคือ การกำหนดอนาคตของประเทศในระยะปฏิรูปและหลังเลือกตั้ง จะต้องไม่ถูกกำหนดโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนักการเมือง กลุ่มการเมือง หรือภาคส่วนใด แต่ต้องเป็นหน้าที่ของทุกส่วนร่วมกัน แม้กระทั่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตก็ต้องมีส่วน และที่สำคัญทุกส่วนจะต้องช่วยกันในการนำพาประเทศผ่านระยะเปลี่ยนผ่านนี้ไปให้ได้
 
 
 
ชี้กับดักประเทศ 2 กลุ่มต้องผ่านให้ได้
 
 
                      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่นายกฯ พูดถึงกับดักของประเทศจะมีอยู่ 2 กลุ่มที่จะต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ปัญหากับดักที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น ปัญหาความยากจน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ การศึกษา การผลิตแรงงานไม่ตรงกับตลาดแรงงาน กับดักส่วนที่ 2 คือ เรื่องกับดักของความเป็นประชาธิปไตยที่มีความมั่นคงและยั่งยืน ไม่ได้หมายความว่าประชาธิปไตยจะผูกยึดติดกับการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรับฟังเสียงของประชาชนทุกส่วนทุกฝ่าย ซึ่งวันนี้แม่น้ำทุกสายก็ดำเนินการอยู่ในการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน เพื่อให้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น
 
 
 
ซัดมีให้ร้ายบิดเบือน-ยันยึดโรดแม็พ
 
 
                      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คือ มีบางส่วนที่มีการพูดจาให้ร้ายกัน มีบางส่วนที่ไม่เคารพกฎหมาย พยายามจะบิดเบือนข้อมูล หรือสร้างความไม่น่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมให้เกิดขึ้น ซึ่งการทำสิ่งทั้งหลายทั้งหมดจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา แต่มันทำให้ประเทศไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาทั้งหลายได้ นายกฯ จึงวิงวอนทุกส่วน ทุกฝ่าย โดยเฉพาะสื่อมวลชน ที่มั่นใจว่าพลังของสื่อมวลชนคือกุญแจสำคัญในการนำพาประเทศก้าวข้ามสิ่งต่างๆ ไปให้ได้ ต้องนำเสนอกระบวนการสร้างการรับรู้ตั้งแต่ปัญหา แนวทางแก้ไข และจุดมุ่งหมายร่วมกันให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง และอย่าหลงเชื่อกลุ่มที่บิดเบือนทั้งหลาย เพราะถ้าประเทศเราเข้มแข็งจากภายในประเทศของเราเอง แก้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราจะได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือจากต่างประเทศในที่สุด
 
                      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สิ่งที่นายกฯ อยากจะบอกคือวันนี้ประเทศไม่ได้มีปัญหาเรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียว มีปัญหาของกับดักหลายอย่าง ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง เราอย่ามาให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องของการเมือง ประชาธิปไตย การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว การที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ยาวนาน มันเป็นไปตามโรดแม็พ 6-4-6-4 เท่านี้ก็จบภารกิจ แต่ใน 6-4-6-4 เวลาที่มีน้อย ต้องทำให้เป็นไปตามที่วางเป้าหมายไว้ ต้องวางโครงสร้างให้ได้จริง แก้ปัญหาประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ และการจะทำอย่างนี้ได้หมายความว่าประชาชนจะต้องรับรู้ รับทราบ ถ้ารู้พร้อมกันไปไม่ว่าใครจะมาบิดเบือนข้อมูล ใส่ข้อมูลทำให้คนเฉไฉสังคมก็จะไม่เกิดแรงกระเพื่อม เพราะทุกคนเข้าใจรับรู้ถึงกระบวนการตรงกัน
 
 
ขออย่าสร้างแรงกระเพื่อมจนถึงปี60
 
 
                      โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า คสช.และรัฐบาลมั่นใจว่า สิ่งที่ทำอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กฎกติกาและภายใต้ความตั้งใจจริง มีเหตุมีผลรองรับ ซึ่งนายกฯ กล่าวในตอนท้ายของเอกสารว่าถ้าเราทำให้ประเทศของเราเข้มแข็งมั่นคงได้ เรื่องต่างประเทศไม่ต้องกลัว เพราะต่างประเทศเขาสดับรับฟังเรื่องในประเทศอยู่แล้ว ถ้าในประเทศเข้มแข็งเราไม่พูดจาให้ร้ายกันเอง ไม่ทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ จนคนอื่นเอาไปตีความผิดแล้วละก็ ต่างชาติเขาให้โอกาสและความเชื่อมั่นเชื่อถือแน่นอน
 
                      เมื่อถามว่า คำว่าการมีเสถียรภาพคือนับจากนี้จนถึงปี 2560 ที่จะมีการเลือกตั้ง ต้องไม่มีม็อบ ไม่มีการชุมนุมเลยหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่อยากจะพูดอย่างนั้น เพราะดูจะแรงไป จริงๆ แล้วนายกฯ บอกว่าเราไม่ได้ปิดกั้นความคิดความเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพราะจากการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ทุกส่วนเขาได้เปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายไว้แล้ว แต่บรรยากาศของการเสนอแนะแนวความคิด อยู่ที่แต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายว่าจะสร้างบรรยากาศอย่างไร ถ้าเราจะทำให้ประเทศดูสงบเรียบร้อย สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วแล้ว ถึงวันนั้นสูตร 6-4-6-4 ก็คงแก้ไขปัญหาได้พอสมควร ดังนั้นต้องมีวิธีการในการนำเสนอข้อมูลซึ่งกันและกัน แบบไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งใหม่ ไม่ขยายความขัดแย้ง และไม่ใช่พูดจาถากถางกันหรือเหน็บแนมกัน แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีกลุ่มที่เสียประโยชน์จริง มันมีกลุ่มที่เขาไม่อยากใช้กระบวนการยุติธรรม แล้วก็พยายามทำให้สังคมเห็นว่าทำไมรัฐบาลไม่ใช้กระบวนการยุติธรรม
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลง พล.ต.สรรเสริญ เปิดเผยถึงเบื้องหลังของการเขียนจดหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า “วันนี้นายกฯ เขียนสวยที่สุดแล้ว ปกติเขียนหวัดกว่านี้” และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์เขียนแบบนี้ แต่เขียนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะประชุมอะไรไม่เคยเห็นนายกฯ นั่งสบายๆ แล้วจิบกาแฟ ไม่มี ทุกครั้งจะนั่งขีดนั่งเขียนตลอด ซึ่งถ้าเข้าใจติดตามเรื่องมาตลอดก็จะรู้จะเข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร โดยวันนี้เขียนมาจากที่บ้านส่วนหนึ่ง และในที่ประชุมวันนี้ส่วนหนึ่ง ที่จะพยายามแก้ปัญหาคอขวดเรื่องการสร้างความมั่นคงให้นักลงทุนต่างประเทศ
 
 
 
นายกฯเสียใจเผาข้าวหยาดเหงื่อชาวนา
 
 
                      วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่บริหารจัดการข้าวในคลังโดยสุจริตว่า ที่หลายคนมองในมุมกลับว่าเป็นการนิรโทษนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร จะนิรโทษกรรมทำไม และที่ผ่านมามีการแจ้งให้ทราบถึงการตรวจคลังข้าวมาโดยตลอด รัฐบาลนี้ตรวจทุกคลัง 6,000 กว่าคลัง ที่ล่าช้าคือคลังที่ตรวจไม่ได้ ล้มกอง เสื่อมสภาพ มีแต่ฝุ่นแต่มอด จ้างใครเข้าไปก็ไม่เอา ดูแล้วน่าจะมีข้าวสภาพดีน้อยมาก แต่แยกไม่ไหว การจำหน่ายจึงต้องระวัง
 
                      “วันนี้ข้าวดีเราก็จำหน่ายไปเรื่อยๆ แต่กำหนดราคากลางสูง ก็ขายไม่ออก ทุกคนรู้ว่าเรามีข้าว ก็รอว่าเมื่อไหร่จะได้ราคาถูกที่สุด ข้าวที่ต้องปรับปรุงคุณภาพก็ทำอยู่ แต่ข้าวที่ทำอะไรไม่ได้ เป็นอาหารสัตว์ก็ไม่ได้ เพราะเน่าเสีย ทำได้อย่างเดียวคือเอาไปเผาเป็นพลังงาน นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจ หยาดเหงื่อของชาวไร่ชาวนาเอามาเผาทิ้ง มันไม่ใช่ แต่จะเอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ แต่คนละเรื่องกับดีไม่ดี ถูกไม่ถูก ทุจริต คนละเรื่องกัน ผมต้องการทำให้เกิดความชัดเจนที่สุด ถ้าถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด จะชดใช้ไม่ชดใช้ก็แล้วแต่ มีกระบวนการต่อสู้ เช่น การฟ้องศาลปกครองยกเลิกคำสั่งทางปกครอง มีหมด อย่าบอกว่าไม่เป็นธรรม เพียงแต่กรรมการจะได้สบายในการระบายข้าวคลังที่เสียหาย ที่อาจมีข้าวดีปนอยู่บ้าง แต่คิดว่าไม่มาก เดี๋ยวเขาจะหาว่าเอาข้าวดีมาขายในตลาด ผมจะทำไปทำไม ผมมีแต่ว่าจะทำอย่างไรให้ข้าวได้ราคาสูงขึ้น ไม่ใช่จะทำเพื่อให้คนที่ทำโครงการนี้เสียหาย ไม่ใช่ เพราะนี่เป็นของรัฐของคนในประเทศนี้ ต้องรับผิดชอบ ทำประโยชน์ให้มากที่สุด ไม่มีจะทำให้เจ๊งลงเพราะต้องการเล่นงาน ใคร อยากให้คิดแบบนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว