
1 ปี ผลงานรัฐบาลเอาจริงปราบทุจริตคอร์รัปชั่น
07 พ.ย. 2558
1 ปี ผลงานรัฐบาลเอาจริงปราบทุจริตคอร์รัปชั่น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นภารกิจสำคัญมากประการหนึ่ง และดูแลเรื่องนี้โดยตรงในฐานะเป็นประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ถ้ามองย้อนกลับไปดู 1 ปีเศษที่ผ่านมา การจัดการเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นได้ผลแค่ไหน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดใจในรายการชั่วโมงที่ 26 ทางช่อง NOW26 ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึงการดำเนินการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น 1 ปีที่ผ่านมา ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ว่า อย่างน้อยก็เกิดความรู้สึกที่ดีกับประชาชน ทำไมพูดถึงประชาชน เพราะมองตามความพึ่งพอใจที่สำรวจ การยอมรับของภาคเอกชน การยอมรับจากส่วนต่างๆ ที่เข้ามาทำงานร่วมกับเรา ว่าเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในรัฐบาลชุดนี้แตกต่างจากรัฐบาลชุดอื่นมากหลายเรื่อง ไม่ว่าการดึงภาคเอกชน การจัดการกับรูปแบบใหม่ๆ ของการจัดทำงบประมาณถือว่าดีขึ้น
รัฐบาล คสช. และ ตัว รมว.ยุติธรรม เอาจริงกับเรื่องนี้ จึงทำให้มองว่าความรู้สึกมันแตกต่างจากที่ผ่านมา ?
ใช่ครับ แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้มองจากตัวเอง แต่จะมองจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะประชาชนที่สะท้อนออกมาแบบนั้น ผมเคยพูดกับ คสช.ว่า การสร้างความรู้ และสิ่งที่เราทำวันนี้ เชื่อว่า คนระดับกลางขึ้นไปจะเข้าใจ แต่ระดับคนในพื้นที่ ชุมชน จะต้องสร้างการรับรู้ และความเข้าใจมากขึ้น ส่วนอีกเรื่องหนึ่งสิ่งที่เราทำทั้งการแก้ไขกฎหมาย การปรับปรุงระเบียบการต่างๆ มันก็ยังไม่ออกมาเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบคุณธรรม การใช้คอร์ส หรือ อี-อ็อกชั่น มันอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ในใจผมบางทีก็คิดว่าทำไมถึงล่าช้า ตรงนี้ก็เข้าใจถึงสาเหตุที่ล่าช้า นั่นเป็นเพราะการทำงานก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน
สามารถเข้าไปจี้ เพื่อเร่งให้องค์กรเหล่านี้ทำงานได้เร็วขึ้นได้หรือไม่ ?
ผมก็อยากจะเข้าไปดูเหมือนกัน ที่ผ่านมาพูดกับ พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) สิ่งที่ได้พูดในภาพรวมจะต้องไปเร่งรัดให้ออกมาในปีงบประมาณ 2558 แต่มันก็ไม่ออกมาชัด ซึ่งไม่มีใครเจตนาดึงเรื่องนี้ เหมือนกับเป็นเรื่องใหม่ และจะต้องดูให้เป็นระบบ เป็นขั้นตอน
ส่วนการแก้ไขปัญหาของข้าราชการที่เห็นภาพการทำงาน และมีบัญชีรายชื่ออกมา ซึ่งเป็นการรับรู้ในระดับบนมากกว่า จะเห็นได้ว่า โครงการต่างๆ ที่อยู่ในส่วนภูมิภาค ที่อยู่กับประชาชนพื้นที่นั่นคือ คนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นการทุจริตในพื้นที่ แต่เรายังเข้าไปไม่ถึงเท่าที่ควร ที่ผ่านมามีการร้องเรียน แต่การแก้ไขปัญหาในรายละเอียดในพื้นที่ ซึ่งผมจะลงรายละเอียดให้มากขึ้นในปี 2559 ดังนั้น จึงมีมติของคณะรัฐมนตรีเรื่องการทำงานในส่วนภูมิภาคร่วมกับกระทรวงมหาดไทยมากขึ้น เพื่อจะให้ประชาชนในพื้นที่เห็นว่า สิ่งที่ประสบในพื้นที่ หรือในหมู่บ้านได้รับรู้ในนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้ชัดเจนในการแก้ไขการปราบปรามทุจริตในเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นปัญหาที่เรามีบัญชีรายชื่อแล้วถือว่าได้ทำแล้ว และสังคมได้รู้แล้ว บัญชีรายชื่อที่ 3 และ 4 ไม่ใช่ประเด็น
ผมได้บอกไปแล้วปัญหาการทุจริตยังไม่หมดไป ดังนั้น การตรวจสอบระบบนี้ก็จะต้องมีอยู่ต่อไป แต่ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการ 3-4 หน่วยงานที่ได้ระบุไป จะเป็นคนเสนอมาให้ผมเอง ผมไม่ได้ไปเร่งรัด แต่เพื่อทำให้ให้รอบคอบ และเป็นธรรมแก่ทุกคน ดังนั้น ตราบใดเมื่อปัญหายังไม่หมดไปก็จะต้องมีองค์กรเข้ามาตรวจสอบ
การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น หากเอาจริงก็จะต้องมีบางกรณีเป็นตัวอย่าง มีการโกงที่ชัดเจน มีการเปิดโปง จะต้องเอาคนมาลงโทษให้ได้ ?
สิ่งนั้นแหละเป็นสิ่งที่ผมมอง นี่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ก็แปลกใจทำไมโครงการใหญ่ๆ ทำไมถึงไม่ออกมาให้เร็วเสียที ผมเองก็อึดอัด พอถามทางคณะกรรมการที่เป็นองค์กรอิสระ ในหน่วยงานของรัฐผมตามเร่งรัดได้ แต่บางเรื่องไปอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไปอยู่สำนักอัยการ อยู่ในชั้นของศาล ซึ่งเรื่องการไต่สวน สอบสวน ไม่สามารถไปเร่งรัดได้
ผมได้บอกกับหัวหน้า คสช.ว่า จะใช้ระบบปกติให้มากที่สุด เราจะต้องใช้กฎหมายปกติให้มากที่สุด เพื่อจะได้ชี้ให้เห็นว่า เราเข้ามาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น เรื่องข้าว จะผูกพันกันหมด รัฐบาลไม่ได้ใช้กฎหมายพิเศษอะไรเลย เพียงแต่เป็นระบบที่ตามกันมาเป็นขั้นๆ
เวลาที่เหลือหากยึดตามโรดแม็พ เวลาที่เหลือจะสามารถดำเนินการกับคดีใหญ่ๆ ได้หรือไม่ ?
ผมจะเร่งรัดให้ทัน และให้ได้ วันไหนจะเริ่มใกล้เวลาจะไปแล้ว ผมจะแจกแจงรายละเอียดให้ประชาชนได้รับทราบว่าใครอยู่กับใคร นานเท่าไหร่แล้ว เพราะผมหมดหน้าที่แล้ว วันหนึ่งที่ผมจะเดินออกไป ผมคิดไว้หมดแล้ว แต่วันนี้ก็ยังอยู่ก็ต้องให้ทุกองค์กรทำงาน
คดีใหญ่ๆ ที่สนใจเป็นพิเศษและจะผลักดัน มีอะไรบ้าง ?
ประเด็นใหญ่ๆ คือเรื่องผลประโยชน์ของชาติ โดยเกี่ยวกับอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อดีตนักการเมือง หรือเข้าไปสู่องค์กรระดับใหญ่ๆ
สำหรับหลักฐานต่างๆ เท่าที่ได้สอบถามไปก็ได้คำตอบว่า ชัดเจน ก็ถามไปว่า แล้วเมื่อไหร่จะจบสิ้น แต่ก็ได้รับคำตอบว่าเรื่องนี้จะต้องมีการสอบในรายละเอียดเยอะ และมันพัวพันเยอะ ก็บอกว่าสอบเป็นส่วนๆ ได้หรือไม่ เราพยายามคิดแบบเรา คืออยากให้เร็ว แต่ระบบกระบวนการยุติธรรมมีขั้นตอน จะต้องจบเป็นขั้นตอนในแต่ละส่วน
มีเสียงวิจารณ์ว่ามุ่งแต่สอบการทุจริตในส่วนของข้าราชการ อดีตนักการเมือง แต่ในส่วนที่เป็นทหาร กับ กองทัพ ยังไม่เห็น ?
จากที่ถามมาหมายถึงเรื่องอุปกรณ์ เครื่องมือตรวจระเบิด ที่ใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เรื่องนี้มีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว มีคนร้องมา ซึ่งก็ได้ดำเนินการอยู่ เวลาที่เข้าร่วมประชุม ทุกหน่วยงานจะต้องชี้แจง และเสนอมาได้เลย ผมไม่มีทางที่จะปิดบัง ทุกโครงการจะต้องตอบสังคมได้ ผมจะไม่ก้าวก่าย
ผมเคยบอกตั้งแต่ตนว่า องค์กรที่ทำเกี่ยวกับเรื่องทุจริตมันอยู่ในมือของรัฐแค่หน่วยงานเดียวคือ ป.ป.ท. ซึ่งมีบทบาทและการทำงานน้อยมากที่จะเข้าไป และบัญชีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่ที่ ป.ป.ช.หมด
คนที่มีชื่อกระทำความผิด มีหลักฐานชัดเจน บุคคลเหล่านี้จะถูกลงโทษจริงๆ แค่ไหน ?
ยังครับ เพราะการลงโทษที่เบ็ดเสร็จสมบูรณ์คือการจบในกระบวนการยุติธรรม จะเรียกร้องคืนทรัพย์ หรือยึดทรัพย์ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม
จากที่ให้ความสนใจ และรับรู้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น มาถึงจุดนี้แล้วรู้สึกอย่างไร กับการแก้ปัญหา?
ต้องแก้ที่ทัศนคติของคนในชาติ ซึ่งจุดหนึ่งที่ คสช.ทำก็คือสร้างเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่มาทำการปรับเปลี่ยนจะต้องแก้ระยะยาว เอาจริงเอาจัง เพราะคนรุ่นนี้ซึมซับไปหมดแล้ว ทั้งข้าราชการ ภาคเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น ซึมซับเรื่องนี้มากนั้น ดังนั้น การที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติคนรุ่นปัจจุบัน จะต้องใช้พระเดชพระคุณไปจัดการกับเรื่องนี้
การแก้ไขปัญหาทุจริตไม่มีประเทศไหนทำได้ แต่สิ่งที่ตนพูดจะต้องเหมือนกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดมันจะต้องเบาบาง และจะไม่เป็นปัญหาในระยะสำคัญของประเทศชาติอีกต่อไป



