
ท้องถิ่นพาเที่ยว-เที่ยวตานีร่วมพิธีแห่พระ-ลุยไฟ งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
04 ก.พ. 2552
หากเอ่ยถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อของ จ.ปัตตานี คนทั่วไปก็มักจะนึกถึงอยู่ 3 แห่งพร้อมๆ กัน คือ มัสยิดกรือเซะ วัดช้างให้ และ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของคน 3 เชื้อชาติ 3 ศาสนาได้อย่างดีที่สุด
แต่ถ้าเป็นช่วงต้นๆ ปีที่คาบเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนเช่นนี้คนย่อมนึกถึงงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นหลัก โดยงานเทศกาลเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานแล้ว โดยจะจัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 15 วัน หรือในวันเพ็ญเดือน 3 ตามจันทรคติของไทย
ที่เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น คือ งานฉลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวตรงกับ "วันมาฆบูชา" ซึ่งถือเป็นการเริ่มวันสำคัญทางศาสนาวันแรกของชาวพุทธในแต่ละปีอีกด้วย
พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวว่า เทศบาลร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนราธิวาส จัดงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานี 2552 ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์
ยกตัวอย่างเช่น การสมโภชแห่แหนรูปสลักไม้มะม่วงหิมพานต์ของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ขบวนแห่องค์เทพ พิธีลุยไฟ และแสดงอภินิหารต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่
การแสดงอภินิหารนี้ผู้ร่วมพิธีจะต้องถือศีลกินเจอย่างน้อย 7 วันก่อนทำพิธี และเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า อานิสงส์แห่งการถือศีลกินเจส่งให้ผู้เข้าร่วมพิธีสามารถแสดงอภินิหารขององค์เจ้าแม่ได้อย่างน่าทึ่งจนเป็นที่กล่าวขานกันมาช้านาน
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวอีกว่า งานสมโภชเจ้าแม่ปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ รู้รักสามัคคี ปัตตานีมีสุข โดยมีกิจกรรมอื่นๆ มาประกอบเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น
-การแข่งขันแรลลี่ท่องเที่ยว 3 ชุมชน 3 วัฒนธรรม โดยเริ่มต้นจากลานศิลปวัฒนธรรมไปตามแหล่งท่องเที่ยว และชุมชนทั้ง 3 ศาสนา คือ ชุมชนหลังแขวง (วิถีพุทธ) ชุมชนจะบังติกอ (วิถีมุสลิม) และชุมชนหัวตลาด" (วิถีชาวไทยเชื้อสายจีน) และวนมาจบที่จุดเดิม
นอกจากนี้ภายในงานจะได้พบกับศิลปินแห่งชาติ ขาเดร์ แวเด็ง ที่จะมาบรรเลงเพลงพื้นบ้านอันทรงคุณค่าควบคู่ไปกับการประกวด "ดิเกร์ฮูลู" หรือ "ลิเกฮูลู"
รวมทั้งการประกวด "เชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย" และชมการแสดงมหรสพ เช่น อุปรากรจีน (งิ้ว) มโนราห์ รวมถึงการออกร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
สำหรับไฮไลท์ของงานนี้ย่อมหนีไม่พ้น "พิธีลุยไฟ" ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 05.09 น. พร้อมกับชมขบวนแห่ "พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" และองค์พระทุกองค์
ขบวนดังกล่าวจะแห่จากหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียงไปตามเส้นทางที่กําหนด ณ เชิงสะพานเดชานุชิต จากนั้นเวลา 06.30 น. ขบวนแห่พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และองค์พระกระทําพิธีลงน้ำ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง
เวลา 09.00 น.ทํา "พิธีก่อไฟ" จากนั้นเวลา 11.00 น.ชมขบวนแห่พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์พระทุกองค? และเริ่มกระทํา "พิธีลุยไฟ"
กระทั่งในเวลา 12.00 น.เสร็จสิ้นพิธีลุยไฟ ทำพิธีอัญเชิญพระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์พระทุกองค์เข้าประดิษฐานในศาลเจ้าเล่งจูเกียงอีกครั้ง
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวว่า การประกอบพิธีแห่พระลงน้ำ-ลุยไฟ ประชาชนในพื้นที่ยังคงยึดปฏิบัติเช่นเดิมทุกปีและจะจัดอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาได้เข้าร่วมพิธีอย่างทั่วถึง
เขาเชื่อว่า งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมงานกันอย่างคึกคักเหมือนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา และขอให้ประชาชนชาวจังหวัดปัตตานีร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้ร่วมงานในฐานะเจ้าบ้านอย่างเต็มที่
ไพศาล รัตนะ



