ข่าว

‘บิ๊กป้อม’ย้ำปราบผู้มีอิทธิพลเน้นหาอาวุธ

‘บิ๊กป้อม’ย้ำปราบผู้มีอิทธิพลเน้นหาอาวุธ

06 พ.ย. 2558

‘พล.อ.ประวิตร’ เผยปราบผู้มีอิทธิพลเริ่มต้นกวาดล้างอาวุธสงครามควบคู่งานด้านการข่าว ย้ำไม่มีทหารเอี่ยวคดีม.112 ระบุ ‘พ.อ.’ อยู่ในช่วงขาดราชการ ยังไม่ใช่การหลบหนี

 
        6 พ.ย.58 เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการดำเนินการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล ว่า การปฏิบัติจะเริ่มต้นจากการใช้งานด้านการข่าวก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ เป็นอย่างไร โดยจะอาศัยเจ้าหน้าที่ทางการข่าวทั้ง คสช. ทหาร และตำรวจ ร่วมบูรณาการกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดที่ต้องปักธงแดง อยู่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบหาข้อมูลและนำข้อมูลที่ตำรวจมีอยู่มาประกอบรวมกัน ยืนยันว่าไม่ได้เจาะจงว่าต้องดำเนินการกับใครเป็นการเฉพาะ ส่วนการดำเนินการกับแก๊งทวงหนี้นั้น เราต้องดำเนินการอยู่แล้ว เพราะคนพวกนี้ส่วนใหญ่ถูกขึ้นบัญชีอาชญากรรมโดยตำรวจไว้แล้ว จึงขอให้ไว้ใจว่าเราจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะใช้เวลาให้เร็วที่สุดตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
 
        พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะเดียวกันจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าแต่ละจังหวัด แต่ละท้องถิ่นจะให้ใครทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร โดยจะทำให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ และต้องให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อนจะดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องอาวุธสงครามเราจะดำเนินการในส่วนนี้ก่อน โดยจะค้นหาว่าอาวุธเหล่านี้อยู่ที่ใครบ้าง เป็นปฏิบัติการควบคู่กันไปกับงานด้านการข่าว อย่างไรก็ตามกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอซื้ออาวุธปืนพก ถือเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับการปราบผู้มีอิทธิพล ถือเป็นการซื้อมาเพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ ไม่ได้ซื้อมาแล้วนำไปขายต่อ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะต้องกำหนดระเบียบหลักเกณฑ์การพกพาให้ชัดเจนต่อไป
 
 
‘บิ๊กป้อม’ ย้ำยังไม่มีทหารเอี่ยวคดี ม.112 -ยศ ‘พ.อ.’ อยู่ในช่วงขาดราชการ ยังไม่ใช่การหลบหนี
 
 
        6 พ.ย.58 เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าวนายทหารยศ "พ.อ." ซึ่งอาจพัวพันกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในขบวนแอบอ้างสถาบันเพื่อหาผลประโยชน์ ขอลาออกจากราชการและหลบหนีออกนอกประเทศผ่านทางชายแดนเมียนมาร์ ว่า ต้องว่าไปตามระเบียบว่าขาดราชการกี่วัน หากขาดเกินกี่วันจะต้องให้ออกจากราชการ ทุกอย่างมีระเบียบหมดไม่ต้องห่วง โดยการลาออกต้องทำอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ประกาศว่าลาออกแล้วลาออก
 
        “ผมว่าทุกอย่างชัดเจน นักข่าวแต่ละฉบับต่างคนต่างเขียน ประชาชนสับสน เอาให้เหมือนๆกัน ก่อนที่จะออกข่าว” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่กำกวมจะทำอย่างไรเพื่อให้สังคมเข้าใจชัดเจน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไรกำกวม สื่อไปพูดกันเอง และตนก็พูดไปแล้วว่าไม่ได้มีอะไรตามที่ปรากฎออกมา ซึ่งทางพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีหมิ่นเบื้องสูง ก็ระบุแล้วว่า ไม่มีนายทหารเข้าไปพัวพันตามจำนวนที่มีข่าว และขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ
 
        เมื่อถามว่า ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่ามีนายทหารหลบหนีออกนอกประเทศกี่คน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีรายงาน ส่วนที่มีชื่อทหารบางคนเข้าใจว่าตอนนี้อยู่ในช่วงของการขาดราชการ ยังไม่ใช่การหลบหนี ทั้งนี้แม้ว่าจะยังไม่มีการออกหมายจับชัดเจนถือว่าเป็นเรื่องของกิจส่วนตัว
 
        เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่าไม่มีคนในกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างสถาบัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “การที่เราจะเกี่ยวข้องกับ มาตรา112 หรือไม่ คนที่จะพิจารณาต้องเป็นเจ้าหน้าที่ ต้องเอาวิธีการดำเนินการของเขามาดูมาทำเสียก่อน ผมจะยืนยันได้ไหม” พล.อ.ประวิตร กล่าว