
นายกฯลุยแผนสองดึงเอกชนลงทุนตั้งทีมเฉพาะกิจศึกษาเพิ่ม 5 โครงการมูลค่า 2 แสนล้าน
นายกฯ เดินเครื่องลงทุนตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 หวังสร้างงาน 1.5-2 ล้านตำแหน่ง เน้นกู้เงินในประเทศ ดึงเอกชนเข้าร่วม เผยศึกษาโครงการร่วมลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่ากว่า 2 แสนล้าน ผุดแนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 56 จังหวัด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์เปิดการสัมมนา “Thailand’s Investment Environment : Looking Forward” ที่ศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ ระบุว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 จะเป็นกุญแจสำคัญช่วยสร้างงานได้ 1.5-2 ล้านตำแหน่ง ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ การลงทุนรถไฟระบบรางคู่ เชื่อมโยงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับอ่าวไทย ช่วยส่งเสริมเครือข่ายการสื่อสารและอำนวยความสะดวก การส่งออกและสร้างรถไฟกว่า 9 เส้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งเตรียมขยายสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะนำเงินกู้ในประเทศมาใช้ดำเนินโครงการต่างๆ ซึ่งจะร่วมกับเอกชนสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ
ทั้งนี้ได้กำหนดให้ปี 2551-2552 เป็นปีแห่งการลงทุน โดยมีแรงจูงใจให้สิทธิพิเศษสำหรับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ธุรกิจการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง และอาหารเชิงสุขภาพ รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทางเลือก
"รัฐบาลมีแนวคิดที่จะจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 56 จังหวัด จาก 76 จังหวัด ซึ่งเป็นโครงการใหม่จะมีแรงจูงใจและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนหลายสาขา เพื่อกระตุ้นภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญท้องถิ่นทั้งข้าว ยาง มันสำปะหลัง ปาล์ม เทคโนโลยีสะอาด การลงทุนใหม่เหล่านี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสและทิศทางใหม่ๆ สำหรับธุรกิจและการลงทุนต่างประเทศในไทย" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ พีพีพี กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ ศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุนภาครัฐและแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในโครงการลงทุนต่างๆ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีมติให้คณะทำงานเฉพาะกิจไปศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนที่เห็นว่าควรจัดทำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพิ่มเติม 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการรถไฟรางเดี่ยว เชื่อมโยงไทย-จีน 2.โครงการรถไฟความเร็วสูง 2 โครงการ คือกรุงเทพฯ-ชลบุรี และกรุงเทพฯ-หัวหิน 3.โครงการรถไฟฟ้า สายสีแดง สีม่วงและสีเขียว 4.โครงการก่อสร้างทางด่วนพิเศษ เส้นทางบางปะอิน-โคราช และ 5.การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2
แหล่งข่าวกล่าวว่า โครงการที่คณะกรรมการให้ใช้รูปแบบพีพีพีมาลงทุนจำนวน 5 โครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท เช่น โครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 มีมูลค่าการลงทุนรวม 7.7 หมื่นล้านบาท โครงการก่อสร้างทางด่วนสายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่าการลงทุน 3.7 หมื่นล้านบาท



