ข่าว

‘บิ๊กป้อม’ยันยังไม่มีหมายจับทหารพันคดีม.112

‘บิ๊กป้อม’ยันยังไม่มีหมายจับทหารพันคดีม.112

05 พ.ย. 2558

‘พล.อ.ประวิตร’ ยันยังไม่มีหมายจับทหารเอี่ยวคดี ม.112 ลั่นไม่ปกป้องหากทำผิดกฎหมาย บ่นเหนื่อย!แต่พร้อมเดินข้าง ‘นายกฯ’ ทำงานทุกเรื่องให้ดีที่สุด

 
         5 พ.ย.58 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีนายทหารยศพลตรีและพันเอก อาจมีส่วนพัวพันกับความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ไม่มี มีที่ไหน ตนยังไม่ได้รับรายงานใดๆทั้งสิ้น และตนเดินทางไปประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เห็นสื่อหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ามีนายทหารเข้าไปมาเกี่ยวข้องประมาณ 50 คนนั้น ถามว่ามีที่ไหน เพราะหากมีรายละเอียดอย่างไรทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) ต้องรายงานมาที่ตน
 
         เมื่อถามว่า จำเป็นหรือไม่ว่าต้องรอออกหมายจับจึงรายงานภายหลัง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เพราะถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องก็ต้องบอกตน ไม่มีอะไร อย่าไปตื่นเต้นกันมาก
 
         เมื่อถามถึงกรณีที่มีภาพพันเอกที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ในขณะที่กำลังเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ก็แล้วแต่บุคคล เขาอาจมีเรื่องที่จะต้องไป แต่เรื่องหมายจับยังไม่มี ส่วนที่มีชื่อถูกพาดพิงก็เป็นเรื่องส่วนตัวเขา และจะเป็นเรื่องอะไรก็ไม่ทราบแต่ยังไม่มีเรื่องหมายจับ
 
         เมื่อถามต่อว่า หากมีหมายจับออกมาแล้วทางกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจะไม่ปกป้องใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หากทำผิดกฎหมายปกป้องไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีหมายจับสักคน
 
         เมื่อถามอีกว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่ค่อยอยากตอบคำถามเรื่องนี้จนทำให้สังคมอาจเข้าใจผิดได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็ตอบอยู่ ยืนยันว่ายังไม่มี เพราะตนดูแลทหารและตำรวจ และถ้าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด เมื่อทำผิดกฎหมายจะอยู่ได้อย่างไร
 
         เมื่อถามย้ำว่า การเชิญตัวนายทหารไปสอบสวนและให้ข้อมูลต้องรายงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องสอบสวนตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีหมายจับหรือหมายเรียก แต่อาจจะเป็นการสืบสวนของแต่ละบุคคล ตนไม่ทราบในส่วนนี้เพราะเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องประสานงานกันโดยตรง หรืออาจจะมีการประสานในส่วนของบุคคล
 
         “ยืนยันว่ากองทัพไม่รู้สึกหวั่นไหวกับเรื่องดังกล่าว คนที่ทำผิด ตัวเขาก็จะรู้ตัวเอง ส่วนการดำเนินการต่างๆก็ว่ากันไป เป็นเรื่องของบุคคล อย่านำกองทัพไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะกองทัพไม่ได้ร่วมทำผิดด้วย ถือเป็นเรื่องบุคคลที่รู้จักกันเป็นส่วนตัว ทางเจ้าหน้าที่ก็ประสานงานกันไป ส่วนที่มีนายทหารยศพลตรีและพันเอกจำนวน 50 นายเข้าไปเกี่ยวข้องจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือไม่ คงไม่กระทบเพราะไม่ใช่เรื่องจริง ผมยังสงสัยว่าไปเอาข่าวมาจากไหน เพราะผมดูแลอยู่ก็ไม่เห็นมี อีกทั้งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เอง ก็ไม่ได้รายงานผม ซึ่งผมได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกรณีดังกล่าว และตำรวจยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ให้ข่าว และเขาจะเตรียมฟ้องร้องด้วย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
 
‘ประวิตร’ บ่นเหนื่อย! แต่พร้อมเดินข้าง ‘นายกฯ’ ทำงานทุกเรื่องให้ดีที่สุด
 
 
         5 พ.ย.58 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อเนื่องว่า รัฐบาลให้กำลังใจทุกคนที่อยากทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบ ซึ่งถ้าเข้าใจกัน รัฐบาลก็จะไม่เกิดกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ทั้งนี้รัฐบาลเข้ามาทำงานเพียงแค่ชั่วคราวและไม่ได้เป็นรัฐบาลถาวร ที่มีความตั้งใจทำงานให้กับประชาชนโดยตรง
 
         “ยอมรับว่าผมก็รู้สึกเหนื่อย ที่ผ่านมารับราชการเป็นทหารมา 60 ปี เดินทางไปทุกพื้นที่ รบราฆ่าฟันมาก็มาก แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเช่นนี้ ส่วนจะถอยหรือไม่ก็ให้ไปถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะผมเดินตามนายกฯ จะทำอย่างไรได้ เพราะรับปากไว้ว่าจะช่วยกันและจะพยายามทำให้ดีที่สุดในทุกเรื่องทำด้วยความมั่นใจว่าเราไม่มีสิ่งใดแอบแฝง หรือมีนัยยะ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
 
‘ประวิตร’ ถกคกก.ปราบมาเฟียบูรณาการทำงาน เน้นงานด้านการข่าว ไร้แบล็คลิสต์
 
 
         พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการการแก้ปัญหาอิทธิพลท้องถิ่น โดยมีพล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า การประชุมวันนี้จะพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการทำงาน เพราะจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบการดำเนินการว่าต้องทำอย่างไร อย่างไรก็ตามตนต้องการให้ดำเนินการด้านการข่าวในทุกพื้นที่มากกว่าการจับกุมปิดล้อมตรวจค้น โดยจะเน้นการพูดคุยทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อน ทั้งนี้ยืนยันว่าเราไม่มีแบล็คลิสต์หรือบัญชีดำรายชื่อผู้มีอิทธิพล รวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ยืนยันแล้วเช่นเดียวกัน
 
         “ไม่ใช่ว่าจะไปทำบัญชีดำว่าจังหวัดไหนมีแบล็คลิสต์เป็นใครบ้าง ถือเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆดูแลอยู่แล้ว ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องการให้เกิดความสงบ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
 
‘ประวิตร’ บอกรัฐบาลใช้ ม.44 สร้างความอุ่นใจจนท.ทำคดีข้าว
 
 
         พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์คัดค้านการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 คุ้มครองเจ้าหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าวว่า ถือเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทยที่จะออกแถลงการณ์ ซึ่งความจริงรัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ก็ได้ แต่ที่ใช้เพื่อความอุ่นใจและมั่นใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งนี้ในกระบวยการยุติธรรมในชั้นศาลก็มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวนี้รู้สึกว่าปลอดภัยและมีกำลังใจในการทำงาน
 
 
‘ประวิตร’ เตรียมส่งจนท.ทำความเข้าใจพระวัดเบญฯ
 
 
         เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ “พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” ของ พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม โพสต์ภาพพร้อมข้อความตอบโต้ต่อการกระทำในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยระบุว่าหากมีการทำร้ายพระสงฆ์จนเสียชีวิต 1 รูปก็ต้องเผามัสยิด1 แห่งว่า ต้องไปทำความเข้าใจกับพระรูปดังกล่าว เพราะการโพสต์ข้อความแบบนี้ทำไม่ได้ ทั้งนี้ตนขอกลับไปดูรายละเอียดก่อน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล