
ยิงกุ๊กสาวทอมดับคาที่คาดหวังชิงทรัพย์
05 พ.ย. 2558
คนร้ายซิ่ง จยย. ยิงกุ๊กสาวทอมดับคาที่ ตำรวจสันนิษฐานหวังก่อก่อเหตุชิงทรัพย์
เมื่อเวลา 22.50 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจาดเหตุฆาตกรรม ที่ซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.สุทัศน์ ชังมงคล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก แพทย์ รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้สาที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านบุฟเฟ่ต์ทะเลเผา พบศพ น.ส.สุมนัส ลิ่มสกุล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.9 ต.ขามป้อม อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น สภาพนอนหงาย สวมเสื้ยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีเหลือง ที่คอพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม. เข้าที่ท้ายทอยจำนวน 1 นัด ข้างศพพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 มม.ตกอยู่เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลังฐาน
จากการสอบสวนนายนพวิทย์ ชัยหาญ อายุ 49 ปี ทราบว่า ผู้ตายทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่มาเก๊า และรู้จักกับ น.ส.อาวรณ์ ชัยหาญ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของตนที่มาเก๊าและตกลงคบหาดูใจกันได้ 3-4 เดือนแล้ว ผู้ตายเพิ่งเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดกลับมาเก๊าวันที่ 16 พ.ย. น้องสาวจึงอยากพามาเลี้ยงส่ง โดยเมื่อเวลา 20.30 น. ตน ได้เดินทางมาที่ร้านบุฟเฟ่ต์ทะเลเผาพร้อมกับลูกชาย น้องสาว และผู้ตาย ซึ่งเป็นเพื่อสนิทกับน้องสาว และนั่งรับประทานอาหารจนถึงเวลา 22.30 น. จากนั้นได้ออกจากร้านมาขึ้นแท็กซี่ฝั่งตรงข้าม โดยตนได้เดินมาพร้อมลูกชายวัย 9 ปี ส่วนน้องสาวเดินมาพร้อมผู้ตาย จู่ๆก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด พร้อมกับน้องสาวตะโกนว่า “มันจะเอาทอง” ส่วนผู้ตายได้นอนล้มลง ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นกุ๊กทำอาหารอยู่ที่มาเก๊า และวันนี้(4 พ.ย.)ก็เดินทางมารับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าว จากการสอบถามเด็กรับรถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุให้การว่า เห็นคนร้ายสองคน ขับรถจักรยานยนต์ยี้ห้อฮอนด้า รุ่นสกู้ปปี้ไอ ไม่ทราบทะเบียน โดยคนร้ายที่ทำหน้าที่ขับรถสวมเพียงหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ ส่วนมือปืนที่ซ้อนท้าย สวมกางเกงยืน ไม่สวมหมวกปิดบังใบหน้า หลังจากก่อเหตุได้ขับรถ จยย.หลบหนีไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ส่วนสาเหตุนั้นเจ้าหน้าที่คาดว่าจะเป็นการก่อเหตุเพื่อชิงทรัพย์ หรือปัญหาส่วนตัว อย่างไรก็ตามต้องทำการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พ.ย.2558 ที่สน.หัวหมาก พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงยอดสุข รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 , พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ และพ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก ร่วมประชุมเกี่ยวกับคดีสะเทือนขวัญดังกล่าว โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชม.
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าว่า จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายไปทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่ประเทศมาเก๊าประมาณ 10 เดือน แล้วคบหากับน.ส.อาวรณ์ ชัยหาญ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นกุ๊กอยู่ร้านเดียวกัน หลังจากบินกลับมาประเทศไทยพี่ชายของ น.ส.อาวรณ์ ได้พาทั้งคู่มารับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าวก่อนจะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเสียชีวิต โดยหลังก่อเหตุ ได้กระชากสร้อยคอทองคำหนักสองบาทจนขาดแล้วได้ทองไปบางส่วนเท่านั้น ซึ่งหากเป็นการชิงทรัพย์ทั่วไป ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่แปลกของคนร้าย หากประสงค์ต่อทรัพย์จริงอาจไม่จำเป็นต้องลงมือถึงขั้นฆาตกรรม ทำให้ต้องสอบสวนถึงประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวโดยเริ่มเรียกญาติผู้ตายมาสอบปากคำบ้างแล้ว ส่วนการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุนั้นยังไม่มีน้ำหนักพอต้องเรียกสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า วันนี้จึงเรียกประชุมด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่จาก กก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.4 และฝ่ายสืบสวนสน.หัวหมาก ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ สน.ลาดพร้าว และสน.พื้นที่ใกล้เคียง เร่งเก็บข้อมูล วัตถุพยานตามเส้นทางหลบหนี และไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ซึ่งคนร้ายหลังก่อเหตุสามารถหลบหนีได้หลายเส้นทาง เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งต้องสอบพยานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง



