
บีอินซิวลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกผู้ดี!จ่อลงทรูวิชั่นส์
04 พ.ย. 2558
บีอินซิวลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกผู้ดี!จ่ายหมื่นล้านจ่อลงทรูวิชั่นส์
ศึกชิงลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลงเอย “บีอิน” สถานีกีฬาในเครืออัลจาซีราห์ ประมูลชนะ 3 คู่แข่ง “แชมป์เก่า” ซีทีเอช, ทรูวิชั่นส์ และฟอกซ์ คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดในเมืองไทย เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2016-2019 ด้วยวงเงินรวมเกือบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (10,500 ล้านบาท) น้อยกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ถึง 50 ล้านดอลลาร์ พร้อมเริ่มเปิดการเจรจา “ทรูวิชั่นส์” พันธมิตรในไทย จับมือกันยิงสดแล้ว
รายงานข่าวจากเว็บไซต์มีเดียบิซิเนสเอเชีย www.mediabusinessasia.com เปิดเผยความเคลื่อนไหวของการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในส่วนของประเทศไทยว่า “บีอิน สปอร์ต” (beIN Sports) สถานีกีฬาชื่อดัง ซึ่งเป็นเครือข่ายของสถานีข่าวอัล จาซีรา ที่มีการแพร่ภาพเนื้อหาด้านกีฬาต่างๆ ไปหลายชาติทั่วโลก ทั้งตะวันออกกลาง, สหรัฐ, ฝรั่งเศส, สเปน, แคนาดา, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, แอฟริกาตอนเหนือ รวมถึงประเทศไทย เป็นผู้ชนะการประมูล ได้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวเป็นเวลา 3 ฤดูกาล คือตั้งแต่ฤดูกาล 2016-2017 ไปจนถึงฤดูกาล 2018-2019 ด้วยวงเงินรวมเกือบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,500 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าการประมูลครั้งก่อนที่ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช ทุ่มเงินเกือบ 350 ล้านดอลลาร์ คว้าลิขสิทธิ์ระหว่างฤดูกาล 2013-2014 จนถึงฤดูกาล 2015-2016 ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
นอกจากนี้ มีเดียบิซิเนสเอเชีย ยังเปิดเผยด้วยว่า นอกจากประเทศไทยแล้ว ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกเมืองผู้ดี ยังมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอีก 2 ประเทศ คือ นิวซีแลนด์ ที่บีอินได้เข้ามาแทน เอ็มพี แอนด์ ซิลวา ไลท์บอกซ์ ด้วยมูลค่าประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับ 3 ปีก่อน และในออสเตรเลีย ที่ออปตัสทุ่มเงินถึง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าครั้งก่อนถึง 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการคว้าลิขสิทธิ์แทนฟอกซ์สปอร์ต
ส่วนในเมืองไทย มีรายงานระบุว่า มีผู้ร่วมการประมูลลิขสิทธิ์ครั้งนี้ 4 ราย คือ บีอิน, ซีทีเอช, ทรูวิชั่นส์ และฟอกซ์สปอร์ต
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังซีทีเอช ได้รับคำตอบว่า ยังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ เนื่องจาก นายอมฤต ศุขะวณิช ซีอีโอ เดินทางไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า ซีทีเอชเองก็เตรียมที่จะเปลี่ยนแปลงในด้านเนื้อหา มีการเพิ่มรายการข่าว บันเทิง และเด็ก เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันแล้ว
ขณะที่ทรูวิชั่นส์ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ยอมรับว่าทรูวิชั่นส์เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าประมูลชิงลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ส่วนกรณีที่บีอินเป็นฝ่ายชนะการประมูลนั้น คงต้องติดตามกันว่าจะมีการเจรจาเพื่อร่วมมือกับใครในการดำเนินการถ่ายทอดสด ซึ่งทางทรูวิชั่นส์เองก็น่าจะมีโอกาส เพราะก่อนหน้านี้บีอิน ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และลาลีกา สเปน ก็ได้ขายลิขสิทธิ์ต่อให้กับทางทรูวิชั่นส์มาแล้ว นอกจากนี้ทางบีอิน ยังมีช่องออกอากาศทางทรูวิชั่นส์ 1 ช่อง คือ ช่องบีอินสปอร์ต 1 เอชดี ทรูวิชั่นส์ 676 นอกจากนี้ในเว็บไซต์ของบีอิน คือ http://th.beinsports.com ก็ได้ขึ้นข้อความยืนยันว่า บีอินเป็นพันธมิตรด้านบอร์ดแคสต์ในประเทศไทยกับทรูวิชั่นส์อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดบีอินได้เปิดการเจรจาเป็นรายแรกกับทรูวิชั่นส์ ในฐานะพันธมิตร เพื่อร่วมกันดำเนินการถ่ายทอดสดศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกในอีก 3 ฤดูกาลข้างหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



