
ปชป.ยื่นข้อเสนอแนะร่างรธน.ต่อกรธ.
04 พ.ย. 2558
ปชป. ยื่นข้อเสนอร่างรธน.ต่อ กรธ.แล้ว ขอปรับระบบเลือกตั้งปันส่วนผสมให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คงสูตรคำนวณ ส.ส.จากคะแนนนิยมภาพรวม ด้าน มีชัย แย้มปรับระบบงาน กกต.
4 พ.ย.58 เมื่อเวลา 13.10 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยสมาชิกพรรค เข้ายื่นหนังสือเพื่อเสนอความเห็นต่อการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยภายหลังการยื่นหนังสือซึ่งเปิดให้สื่อมวลชนและช่างภาพได้สังเกตการณ์และบันทึกภาพแล้วเสร็จ คณะของพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือแบบส่วนตัวกับนายมีชัย โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ภายหลังหารือแบบส่วนตัว นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในการหารือนายมีชัย ได้สอบถามสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต่อความเห็นในระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งสมาชิกพรรคได้ระบุถึงความกังวลในระบบการเลือกตั้งที่อาจจะทำให้เกิดการซื้อเสียงอย่างรุนแรงได้ เพราะหากให้มีผู้ชนะเพียงคนเดียว ใครมีเงินทุนมากกว่าจะทุ่มทุนซื้ออย่างหนักหน่วง ขณะที่ระบบการป้องกันและปราบปรามไม่เข้มแข็ง ทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเกรงกลัวว่าหากผู้ที่ทุจริตได้มาเป็นรัฐบาลอาจมีผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่ได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนายมีชัย กล่าวตอบว่าจะรับประเด็นไปพิจารณาและหามาตารการป้องกัน โดยส่วนหนึ่งจะพิจารณาไม่ให้มี กกต.ประจำจังหวัด
ทางด้านนายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอที่ยื่นต่อ กรธ. ต่อระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมว่า เห็นด้วยในหลักการ แต่อยากให้ปรับปรุงรายละเอียด คือ ต้องการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งแบบเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อให้สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่แท้จริงในการเลือกผู้สมัครที่ตนเองต้องการเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาคะแนนให้ผู้สมัครแบบเขตเพราะต้องการให้ผู้สมัครคนดังกล่าวเป็นส.ส. แต่หากผู้แทนที่เลือกแพ้ในเขตเลือกตั้งแต่กลับนำคะแนนไปให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ขณะที่รายละเอียดการคำนวณจำนวน ส.ส.นั้นตนเห็นด้วยที่ให้นำการรคำนวณแบบที่อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณษ คือ นำคะแนนนิยมของพรรคการเมืองคำนวณจำนวนส.ส.ทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นควรจะได้ จากนั้นให้นำพิจารณาโดยเทียบกับส.ส.เขต หากพรรคการเมืองใดได้จำนวน ส.ส.ไม่ครบตามคะแนนนิยมที่แท้จริง ให้นำส.ส.บัญชีรายชื่อมาเติมเต็ม แต่ตนไม่ต้องการให้มีระบบโอเพ่นลิสต์ หรือให้ประชาชนจัดลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้เอง อย่างไรก็ตามข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มุ่งหวังให้พรรคใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ แต่รัฐธรรมนูญควรเป็นการกำหนดกติการะยะยาวเพื่อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยไม่ใช่เป็นกติกาที่ใช้เฉพาะกิจ หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่าขณะที่การตรวจสอบถ่วงดุลต้องทำให้เกิดประสิทธิภาพและดุลยภาพระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระ ขณะที่ในระบบรัฐสภา ควรกำหนดให้ส.ส.ฝ่ายค้าน มีตำแหน่งรองประธานสภาฯ และเป็นประธานกรรมาธิการคณะสำคัญ เช่น ป้องกันการทุจริต, ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ เป็นต้น ขณะที่สิทธิและเสรีภาพของของประชาชนต้องไม่ด้อยไปกว่าเนื้อหาที่เขียนไว้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ส่วนการตรวจสอบการทุจริต เห็นว่าควรกำหนดกรอบเวลาตรวจสอบและดำเนินคดีการทุจริตให้รวดเร็วและลงโทษผู้กระทำผิดทันที
“ประเด็นการปฏิรูปเรื่องต่างๆ รัฐธรมนูญต้องกำหนดประเด็นสำคัญไว้และเมื่อนำไปสู่การทำประชามติจะถือว่าประชาชนให้การรับรอง และถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องจัดการปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนเรื่องปรองดอง ต้องยึดหลักกฎหมาย หากจะนิรโทษกรรมต้องทำเฉพาะผู้ที่มีความผิดเล็กน้อยเท่านั้น ไม่รวมถึงนิรโทษกรรมผู้ที่ทุจริต” นายจุรินทร์ กล่าว



