ข่าว

พรหมลิขิตชักพาสาวเหนือ..พบรักหนุ่มเมืองผู้ดี

พรหมลิขิตชักพาสาวเหนือ..พบรักหนุ่มเมืองผู้ดี

05 พ.ย. 2558

พรหมลิขิตชักพาสาวเหนือ..พบรักหนุ่มเมืองผู้ดี : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... ณัฐวัตร ลาพิงค์

 
          ว่ากันว่าหาก “พรหมลิขิต” สำแดงฤทธิ์เมื่อไหร่มักจะทำให้คู่หนุ่มสาวสมหวังในความรักของตัวเองแม้จะมีอุปสรรคขวางกั้นทั้งระยะทางหรือภาษาก็ตาม เฉกเช่น “มุกดาญ์มณีศ์ ใจดี” กับ “มาร์ค ฮับบาร์ด” ซึ่งอยู่กันคนละซีกโลก แต่ชะตาชีวิตของคนทั้งคู่ได้ขีดเขียนให้ได้เจอและแชร์ความรักให้แก่กันและกัน
 
          “มุกดาญ์มณีศ์ ใจดี” หรือ “มุกดา” อายุ 54 ปี เจ้าของธุริกจร้านนวดแผนโบราณ ในโครงการหมู่บ้านบ้านดู่เมืองใหม่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งผ่านการมีครอบครัวมาแล้วและมีลูกชาย 1 คน อายุ 32 ปี และเลิกรากับสามีคนเก่ามานาน และด้วยนิสัยที่ชอบเข้าวัดทำบุญ ซึ่งทุกวันพระจะเห็นเธอนุ่งขาวห่มชุดขาวไปทำบุญที่วัด เป็นภาพชินตาของสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนบ้าน
 
          และแล้ววันหนึ่งซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เลยว่าความรักของเธอจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้เริ่มขึ้นในปี 2548 เมื่อเพื่อนของเธอชวนให้ไปรับสามีที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งจะเดินทางมาจากประเทศอังกฤษ โดยครั้งนี้ได้พาเพื่อนมาด้วยเพราะเพื่อนคนนี้ชอบประเทศไทยมากโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ในคราวนั้นไม่ทราบว่าอะไรดลใจให้เธอไปกับเพื่อนเพื่อไปรับสามีของเพื่อนที่เดินทางมาเมืองไทย
 
          การพาเพื่อนไปรับสามีครั้งนี้เธอได้พบกับหนุ่มชาวอังกฤษซึ่งเป็นเพื่อนของสามีเพื่อนที่เดินทางมาด้วย แต่การพบกันครั้งแรกเธอยังไม่รับรู้ว่าชายนั้นได้ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ จากนั้นได้พาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ใน จ.เชียงราย ตามปกติ จนกระทั่ง "มาร์ค ฮับบาร์ด” หนุ่มเมืองผู้ดี เผยความในใจของตัวเองให้ “มุกดา” ได้รับรู้ ก่อนที่คนทั้งคู่จะตกลงปลงใจเริ่มดูใจกันนับตั้งแต่นั้นมา ซึ่งตลอดเวลา มาร์คจะเป็นคนที่มีควาามเสมอต้นเสมอปลายและมอบความรักให้มุกดาอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะยังไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม
 
          มาร์ค ฮับบาร์ด หนุ่มใหญ่ชาวเมืองเอสเซ็กซ์ ซึ่งเป็นมณฑลหนึ่งทางตะวันออกของอังกฤษอายุ 54 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานขับรถโดยสารประจำทางระหว่างรัฐ ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน มีความหลงใหลในประเทศไทยมากเมื่อมีโอกาสเขามักจะเดินทางเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทย เขารักทุกอย่างที่เป็นไทย ทั้งคนไทยและวัฒนธรรมของไทย มาร์คจะไม่ยอมหากมีใครว่าคนไทยหรือประเทศไทยไม่ดี ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม
 
          เมื่อมาพบกับมุกดาที่ จ.เชียงราย ซึ่งมาร์คบอกว่าเป็นรักแรกพบเลยทีเดียว เพราะครั้งแรกที่เห็นเธอขณะที่เขาเดินออกมาจากห้องผู้โดยสารขาออกก็ได้พบกับมุกดาพอดี และเมื่อทราบว่าเป็นเพื่อนของภรรยาของเพื่อนจึงถูกใจเป็นพิเศษ จากนั้นก็ทำให้เขาเดินทางมาประเทศไทยและมาที่ จ.เชียงรายบ่อยครั้งขึ้น จนเริ่มสนิทสนมกับมุกดามากขึ้นและตกลงคบหากันในที่สุด ซึ่งทั้งคู่แม้จะต่างชนชาติ และต่างศาสนาแต่ก็สามารถปรับจูนเข้าหากันได้อย่างลงตัว
 
          มุกดาบอกว่า การที่จะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตจะต้องยอมรับกันได้ในสิ่งที่เธอเป็นอยู่ ซึ่งเธอเป็นคนที่รักชาติและชาตินิยมมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมากและเธอต้องเข้าวัดทุกวันพระและปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดเสมอมา ซึ่งตั้งแต่คบกันมาได้ประมาณ 10 ปี แล้ว มาร์คเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายมาก รักในความเป็นคนไทยของเรา แถมยังยินยอมเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาพุทธด้วยกันและยังไปปฏิบัติธรรมร่วมกันในวันพระทุกครั้งจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
 
          แม้บางครั้งจะออกไปทำบุญที่ต่างจังหวัด มาร์คก็ไม่เคยที่จะอิดออด ไม่อยากไปแต่กลับตื่นเต้นที่จะได้ออกไปทำบุญด้วยกัน เป็นมุมมองที่น่ารักของมาร์คสำหรับมุกดา จึงทำให้เธอเปิดใจที่จะยอมรับรักครั้งใหม่ถึงแม้จะดูใจกันมานานถึง 10 ปี ก่อนจะตัดสินใจร่วมทางกันอีกครั้ง ซึ่งมาร์คเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ทั้งครอบครัวของเขาเองและครอบครัวของเธอด้วย
 
          ที่สำคัญที่สุดแม้ว่ามุกดาจะเคยผ่านการมีครอบครัวมาก่อนแล้วและยังมีบุตรชายติดมาด้วย แต่มาร์คก็เข้าใจและรักในครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก และยังสามารถเข้ากับลูกชายของเธอได้อย่างดี จนบางครั้งจะดูสนิทกันเหมือนเพื่อนเลย นอกจากนี้มาร์คยังให้ความรักและเคารพต่อบิดาของมุกดาเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาเอง ทำให้คนในครอบครัวของมุกดาต่างก็รักในตัวมาร์คเช่นกัน
 
          ก่อนหน้าที่ทั้งสองคนจะตกลงปลงใจมาอยู่ร่วมกัน มาร์คและมุกดาลองคบหากันเมื่อปี 2548 โดยระหว่างนั้นก็ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง และมาร์คมักเรียกแทนตัวมุกดาว่าฮันนีี่ หรือที่รัก ทุกครั้ง เปรียบเสมือนคำหวานที่หยอดให้กันทุกวันจนทั้งคู่ตกลงปักหลักร่วมกันโดยปลูกบ้านอยู่ร่วมกันที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย และจัดพิธีมงคลสมรสขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่จะอยู่ร่วมกันตลอดไป
 
          ความประทับใจในตัวของมาร์ค คือเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย รักครอบครัวทั้งของเขาและเธอ โดยเป็นคนที่เอาใจใส่คนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่สำคัญมาร์คเป็นคนที่เรียบง่ายทั้งการอยู่และการกินซึ่งยอมรับว่าในช่วงแรกความรักมีอุปสรรคทางด้านวัฒนธรรมค่อนข้างมาก แต่มาร์คเป็นคนที่ปรับตัวเก่งและเข้าใจง่ายทำให้มาร์คตัดสินใจเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธและสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชาวล้านนาได้โดยไม่ขัดเขิน
 
          ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่คบหากันมา ความไว้เนื้อเชื่อใจและความเสมอต้นเสมอปลายของมาร์ค ทำให้เป็นบ่วงรักที่ผูกใจมุกดาจนกระทั่งทั้งสองเข้าพิธีผูกข้อไม้ข้อมือกันเมื่อต้นปี 2558 โดยในบั้นปลายชีวิตมาร์คกำลังเก็บเงินก้อนหนึ่งเพื่อมาใช้ชีวิตที่เมืองไทยเนื่องจากชอบเมืองไทยที่สำคัญชอบความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และสงบ
 
          ปัจจุบันนี้แม้ว่ามาร์คจะไม่ได้มาอยู่ที่ประเทศไทยอย่างถาวร เพราะยังต้องดูแลแม่ของเขาที่ประเทศอังกฤษและยังต้องทำงานปกติ แต่หากว่างเมื่อไหร่มาร์คก็จะรีบเดินทางมาประเทศไทยทันที ซึ่งมาร์คก็ตั้งตารอที่จะได้กลับมาประเทศไทย เวลาที่อยู่อังกฤษนั้น มาร์คจะวิดีโอคอลกลับมาหามกดาทุกวัน และคอยส่งคำหวานให้ตลอด ซึ่งทำให้ไม่รู้สึกว่าอยู่ห่างไกลกัน
 
          ความสุขที่สุดของการใช้ชีวิตร่วมกันคือการเข้าใจซึ่งกันและความซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่ว่าระยะทางจะไกลแค่ไหนความรักสามารถส่งถึงกันได้ในบั้นปลายชีวิตการอยู่ร่วมกันจนถึงวันสุดท้ายในประเทศไทย
 
.......................................
(หมายเหตุ พรหมลิขิตชักพาสาวเหนือ..พบรักหนุ่มเมืองผู้ดี : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์  โดย...  ณัฐวัตร ลาพิงค์)