ข่าว

‘จักรทิพย์’ยันเซ็นอนุมัติ‘ประวุฒิ’ลาออก

‘จักรทิพย์’ยันเซ็นอนุมัติ‘ประวุฒิ’ลาออก

04 พ.ย. 2558

“จักรทิพย์”ยันเซ็นอนุมัติ “ประวุฒิ” ลาออกแล้ว ระบุเป็นเหตุผลส่วนตัวไม่เกี่ยวคดี 112

 
          วันที่ 4 พ.ย.58 เมื่อเวลา 10.00 น.  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา(สบ10) และอดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ ผ่านกองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ลงนามอนุมัติให้ พล.ต.อ.ประวุฒิ ลาออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งเรื่องกลับไปให้กองทะเบียนพล เพื่อดำเนินการทางธุรการ ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในการดำเนินการนำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจาก พล.ต.อ.ประวุฒิ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สำหรับเรื่องเหตุผลที่ พล.ต.อ.ประวุฒิ ขอลาออกจากราชการนั้น ตนจำไม่ได้ เป็นรายละเอียดในเอกสาร เนื่องจากการเซ็นเอกสารแต่ละครั้งมีจำนวนมากถึง 30 แฟ้ม ทั้งนี้ ตนได้สอบถามกับผู้บังคับการกองทะเบียนพลแล้ว ยืนยันว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ มีความประสงค์ที่จะขอลาออกจากราชการจริง ส่วนพล.ต.อ.ประวุฒิ มายื่นหนังสือด้วยตนเองหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ
 
          “การลาออกจากราชการเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผมมีอำนาจยับยั้งได้ภายใน 30 วัน ถ้าเห็นว่ายังมีประโยชน์กับทางราชการ อย่างกรณีนี้เจ้าตัวตั้งใจจะลาออก โดยมีความประสงค์จะเออร์ลี่รีไทร์อยู่แล้ว ก็ต้องว่าไปตามนั้น หากผมเพิกเฉยจนครบ 30 วัน ก็ถือเป็นอนุญาตให้ลาออกอยู่แล้ว ต้องขอโทษสื่อมวลชนด้วย ผมก็เพิ่งทราบเรื่อง พอมีสื่อมวลชนสอบถามผมเรื่องนี้ ผมก็ไปตามเรื่องที่กองทะเบียนพลให้ ก็ทราบว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ ได้ยื่นขอลาออกจากราชการ อยู่ระหว่างขั้นตอนทางธุรการ ยอมรับว่าขั้นตอนต้องผ่านผม แต่วันนึงต้องเซ็นเอกสารประมาณ 30 แฟ้ม ทำให้จำไม่ได้ ตอนนี้ยืนยันได้ว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ ออกแน่นอน เพราะผมเซ็นไปแล้ว” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
 
          พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า การลาออกของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านกิจการพิเศษ และเป็นหัวหน้างาน จะไม่กระทบต่องานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะงานปั่นเพื่อพ่อ หรือ bike for dad เพราะแม้ว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ ได้ลาออกไป ก็ยังมีรองหัวหน้างานที่เคยทำงาน และเคยรับผิดชอบงานปั่นเพื่อแม่ หรือ bike for mom มาก่อน ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา(สบ10) รับผิดชอบแทน
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยกับ พล.ต.อ.ประวุฒิ หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่า ได้มีการหารือกันวันนั้น วันที่ท่านโทรศัพท์มาตอนเดินทางกลับจากต่างประเทศ ตนก็ไม่ได้บอกอะไรมาก ซึ่งตนก็โอเค ส่วนท่านประวุฒิก็บอกว่าท่านส่งเรื่องไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันอีก พอโทรศัพท์ไปก็ไม่รับสาย
 
          ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การลาออกของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ในช่วงที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับคดีหมิ่นสถาบัน แอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ มีความผิดตาม ม.112 จะมีนัยยะอะไร หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ให้ถามท่านเอง ผมไม่ใช่ตัวท่าน จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ถามต่อว่า การลาออกของ พล.ต.อ.ประวุฒิ เป็นเหตุผลส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคดี ม.112 ใช่หรือไม่ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ บอกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง เพราะท่านตั้งใจอยากจะเออร์ลี่รีไทร์อยู่แล้ว
 
          เมื่อถามว่าตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ10) ของ พล.ต.อ.ประวุฒิ จะต้องยุบไปเลยหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ต้องไปดูในรายละเอียดท้ายคำสั่งแต่งตั้งระบุว่าอย่างไร ตนจำไม่ได้ หากพูดไปเกรงว่าจะมีความคลาดเคลื่อน แต่ปกติตำแหน่งเฉพาะตัวจะต้องยุบไป หลังจากเจ้าตัวพ้นจากตำแหน่ง แต่กรณีนี้อาจจะสงวนไว้ก็ได้ ต้องไปดูในเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งอย่างละเอียดอีกครั้ง
 
          ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแหงชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีหมิ่นสถาบันฯ กรณีกระแสข่าวนายทหารยศ พ.อ. ที่เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นสถาบันฯ หลบหนีออกนอกประเทศว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีนายทหารยศ พ.อ.และ พล.ต. ร่วมเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดคดีหมิ่นสถาบันฯ ตามที่มีกระแสข่าวด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเดินทางไปที่ไหนอย่างไร เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ขณะเดียวกันยังไม่ยืนยันกรณีมีการโอนเงินจำนวน 20 ล้านบาท จาก พ.อ. คนดังกล่าว ไปให้ผู้หญิงคนหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ จริงหรือไม่
 
          เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวระบุมีนายทหารกว่า 50 นาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นสถาบันฯ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ตอบว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ต้องมีการวิเคราะห์กันว่าคดีไปถึงไหน ว่ากันไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเชิญนายทหารที่ถูกพาดพิงมาสอบปากคำแต่อย่างใด รวมทั้งไม่มีการประสานกองทัพในเรื่องนี้
 
          ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า นายทหารกว่า 50 นายที่ถูกพาดพิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ บอกว่า ตรงนี้เป็นข้อมูลการสืบสวนสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามหากมีการเสนอศาลออกหมายจับ สื่อมวลชนก็จะทราบเองว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์อย่างไร เนื่องจากจะมีประกาศสืบจับ เพราะข้อมูลทุกอย่างเปิดเผยอยู่แล้ว ทั้งนี้คาดว่า คณะพนักงานสอบสวนจะสามารถสรุปสำนวนคดีได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยขณะนี้เหลือเพียงการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อีกเพียงบางส่วนเท่านั้น