
อย่าฝืนธรรมชาติ
04 พ.ย. 2558
มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : อย่าฝืนธรรมชาติ : โดย...สำนักข่าวเนชั่น
หลังจากระบบเลือกตั้ง ส.ส.แบบใหม่ “จัดสรรปันส่วนผสม” ที่นำคะแนนของผู้แพ้เลือกตั้ง ส.ส.เขต ของพรรคการเมืองใด ไปให้คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น ถูกวิจารณ์อย่างหนัก “มีชัย ฤชุพันธุ์” ได้ ออกโรงมาชี้แจงถึงเหตุผล 7 ข้อ ที่เลือกใช้ระบบนี้
แต่ฟังดูแล้ว หลายข้อยังไม่สมเหตุสมผล
อย่างที่ อาจารย์มีชัย บอกว่า “หากเลือก ส.ส.เขตของพรรค ก. ในทุกเขตเลือกตั้ง พรรค ก. นั้น ได้เป็นรัฐบาลแน่ เพราะจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะมีอยู่น้อยกว่า ส.ส.เขต มาก ดังนั้นเมื่อเลือก ส.ส.เขตของพรรค ก. ทั้งหมด พรรค ก. ก็จะได้เป็นรัฐบาล” นั้น อาจารย์มีชัยคงต้องการอธิบายว่า ระบบเลือกตั้งที่คิดนี้ ไม่ใช่การแปลงให้ “ผู้แพ้” เป็น “ผู้ชนะ” อย่างที่เข้าใจกัน
แต่ในความเป็นจริง เวลาคนไปลงคะแนน ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เขามีวัตถุประสงค์ต่างกัน
การเลือก ส.ส.เขต ก็เพื่อจะได้ “ผู้แทน” เข้าไปในสภา เพื่อทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ ส่วนการเลือก “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ก็เพื่อจะได้ ผู้ทรงคุณวุฒิ คนมีความรู้ความสามารถ มาช่วยทำงานให้แก่พรรคนั้น
เมื่อวัตถุประสงค์ของการเลือก ส.ส. ทั้ง 2 ประเภทต่างกัน การที่ “แปลง” คะแนน ของคนที่เลือก ส.ส.เขตไปเป็นคะแนนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงไม่ตรงกับ “วัตถุประสงค์” ในการเลือกตั้ง
อีกทั้งเราไม่สามารถกะเกณฑ์ได้ล่วงหน้าว่า เมื่อถึงวันเลือกตั้ง จะมีการไปเลือก ส.ส.เขต ของพรรคการเมืองใดอย่างท่วมท้น ทำให้ได้ที่นั่ง ส.ส.เขต ทิ้งห่าง ส่งผลให้พรรคนั้นได้เป็นรัฐบาลแน่ เพราะเอาเข้าจริง อาจมีการเลือก ส.ส.เขต ของแต่ละพรรคใกล้เคียงกัน ดังนั้น การเอาคะแนนของผู้แพ้ ส.ส. เขตของพรรคการเมืองใด ไปให้เป็นคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น อาจส่งผล “เปลี่ยนขั้ว” ทำให้พรรคที่แพ้เลือกตั้ง ส.ส.เขต ได้เป็นรัฐบาลก็ได้
ส่วนที่ว่า ระบบเลือกตั้ง “จัดสรรปันส่วนผสม” ทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย “ไม่ตกน้ำ” นั้น ในโลกนี้มีการเลือกตั้งหลายระบบ แต่ทุกระบบก็เคารพเสียงคนข้างมาก กล่าวคือ ใครได้เสียงข้างมากก็ชนะ ใครได้คะแนนเสียงน้อย ก็แพ้หมด ดังนั้น ไม่มีประเทศไหน “ไม่มีเสียงตกน้ำ” จึง “อย่าฝืนธรรมชาติ” อีกทั้งยังเป็นการขัดต่อความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง เพราะการที่เอาคะแนนของผู้แพ้ใน ส.ส.เขต ไปให้เป็นคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคที่แพ้ แต่กับคะแนนผู้ชนะ ส.ส.เขต ถูกตัดออก ไม่นำไปให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคชนะ เท่ากับให้ “รางวัลคนแพ้” แต่ “ลงโทษคนชนะ”
อีกทั้งระบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” ก็ยังมี “คะแนนตกน้ำ” เช่น หากคะแนนบัญชีรายชื่อ ตั้งเกณฑ์ว่า 30,000 คะแนนจึงจะได้ ส.ส. 1 คน ดังนั้นคะแนนในส่วนที่ไม่ถึง 30,000 คะแนน ก็ถูกทิ้งไปอยู่ดี
ส่วนที่อ้างว่า เป็น “วิธีการปรองดอง” คือ ให้คะแนนเฉลี่ยกับทุกพรรคการเมืองตามสมควร ก็ไม่เห็นว่าจะปรองดอง เพราะในที่สุดเมื่อเข้าสภาไป ก็มีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งก็ต้องต่อสู้กันทางการเมือง
และที่ว่า วิธี “จัดสรรปันส่วนผสม” จะทำให้พรรคคัดเลือกคนดีที่สุดลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้รู้ว่าเขตนั้นคะแนนสู้พรรคการเมืองอื่นไม่ได้ เพราะต้องการได้คะแนนเยอะๆ เพื่อนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นั้น แต่ในความเป็นจริง คงไม่มีพรรคการเมืองไหนทุ่มให้กับผู้สมัครในเขตที่รู้ว่าแพ้ และคนที่มีชื่อเสียง คนดี ก็คงไม่ลงสมัครเพื่อเป็นผู้แพ้ในเขตเลือกตั้ง
“แม้ว่า คนไทยมีสติปัญญา ที่จะคิดอะไรได้เอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนประเทศใดในโลก ก็จริง แต่การคิดเรื่องใหม่ในโลกนั้น ต้องสมเหตุสมผลด้วย เพราะหากใช้วิธีเลือกตั้งแบบนี้ คนได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจถูกตราหน้าว่า เป็นผู้แพ้ในการเลือกตั้งก็ได้”
-------------------
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : อย่าฝืนธรรมชาติ : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)



