
เสียงครวญจากทีวีดิจิทัล 'ที่นี่กำลังจะมีคนตาย'
04 พ.ย. 2558
เสียงครวญจากทีวีดิจิทัล 'ที่นี่กำลังจะมีคนตาย'
จากรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2558 ของกลุ่มธุรกิจสื่อ และสื่อสิ่งพิมพ์ที่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล พบว่า ส่วนใหญ่มีผลประกอบการขาดทุน สอดคล้องกับที่พบว่า มีการเลิกจ้างพนักงานในบางช่องแล้ว และบางช่องทีวีดิจิทัลถึงกับปล่อยให้จอดำ เป็นการชี้ชะตาวงการทีวี ดังนั้น รายการ “คม ชัด ลึก” จึงได้จัดถกในหัวข้อ ทิ้ง “ช่องดิจิทัล” ? ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี เมื่อค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
สุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล (ประเทศไทย) เปิดอกเป็นคนแรกว่า เหนื่อยและบาดเจ็บกันหมด เพียงแต่ใครจะเจ็บมากเจ็บน้อย เหนื่อยมากเหนื่อยน้อยเท่านั้น ผู้ประกอบการพูดอะไรก็ถูกกล่าวหาว่า ตีโพยตีพาย และเราก็ไม่ได้เรียกร้องให้ กสทช.ฝ่ายเดียวจะต้องมาทำอะไรกับพวกเรา เพราะทางนี้ขยับอะไรก็ไม่ได้ เนื่องจากมีกฎเกณฑ์ กติกา มีกฎหมาย ข้อตกลงกันอยู่ ระหว่างผู้ได้รับใบอนุญาต กับผู้ได้ใบอนุญาต ขยับมาจะช่วยอะไรก็มีคนไปร้องว่ามาเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน
ฉะนั้น เรื่องของทีวีดิจิทัล ไม่ใช่แค่ กสทช.กับผู้ได้รับใบอนุญาต แต่เป็นเรื่องที่จะต้องถามว่า แล้วเราจะปล่อยให้ธุรกิจแสนล้าน อยู่ในสภาพเช่นเดียวกับสองช่องที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้นอีก เราจะปล่อยเช่นนั้นหรือ ทุกปัญหามีทางออก แต่อย่าให้ทุกทางออกมีปัญหา
ตอนที่เราพูดกันว่า ต้องช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลพูดกันเมื่อปีที่แล้ว เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ก็มีคนบอกว่า ยื่นประมูลมาสู้กันเอง หวังร่ำหวังรวยกัน แล้วจะมาตีโพยตีพายอะไร ก็ไม่มีใครคิดจะทำอะไร ไม่รู้จะทำอะไร
แต่วันนี้ถ้าผมตะโกนบอกว่า ที่นี่กำลังจะมีคนตาย ในห้องนี้จะมีทางออกไหม? ถ้าในทางภาวะปกติ บอกว่า ทางนี้ออกไม่ได้ ทางนั้นก็ไม่ได้ ห้ามออกตามกติกา แต่ถ้าตะโกนที่นี่กำลังจะมีคนตาย กฎเกณฑ์กติกาเหล่านั้นจะผ่อนปรนหรือไม่ สภาพของทีวีดิจิทัลขณะนี้ อยู่ในสภาพของ ที่นี่กำลังจะมีคนตาย
เคยมีคนถามผมว่า ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ทีวีดิจิทัลที่ลำบากตรากตรำกันทุกวันนี้ เพราะอะไร ?
ตรงนี้มีคนบอกว่า เพิ่มขึ้นมา 24 ช่อง มากเกินไป สำหรับวงการโฆษณาที่มีอยู่ในตลาดเท่าเดิม และเกือบจะไม่โตขึ้น มีคนยกตัวอย่างทฤษฎีลูกหมูกับแม่หมู ครั้งหนึ่งแม่หมูมีลูก 4-5 ตัว ก็ดูดนมกันได้ เลี้ยงชีวิตกันได้ ตัวไหนแข็งแรงก็ดูดมาก ตัวไม่แข็งแรงก็ดูดน้อยหน่อย แต่ก็อยู่กันได้ วันหนึ่งมีลูกหมู 24 ตัว แม่หมูตัวเดิมมีน้ำนมเท่าเดิม ตัวที่แข็งแรงมีพลังมากก็ดูดนมไปมาก ตัวที่เข้าไม่ถึง ไม่สามารถดูดนมได้ ก็ต้องล้มหายตายจากไป เพราะน้ำนมเท่าเดิม
โทรทัศน์เพิ่มขึ้น 24 ช่อง วงการโฆษณาเม็ดเงิน 7 หมื่นกว่าล้าน เท่าเดิม และกำลังจะถอยลงไปด้วย
อันที่ 2 ความโชคร้ายของทีวีดิจิทัล ก่อนจะมีการประมูล มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง เศรษฐกิจย่ำแย่ เปิดขึ้นมา 1 เมษายน พอถึงพฤษภาคม มีการยึดอำนาจ รัฐประหาร นี่ยังไม่พูดถึงเศรษฐกิจโลก อันนี้โทษใครไม่ได้
อีกอย่างก็คือ กลไกกำกับจาก กสทช. ซึ่งผู้ประกอบการคาดหวังว่า พอถึงจุดหนึ่งแล้ว กลไกกำกับจะขับเคลื่อน เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่สุดท้ายสิ่งที่เราคาดหวังว่าเราจะได้รับ ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเวลา เช่น การแจกคูปองเพื่อแลกกล่องดิจิทัล ใช้ระยะเวลาตั้งแต่เมษายน พอถึงตุลาคมแจกไปส่วนหนึ่ง ประชาชนก็เข้าใจว่า นำกล่องไปติดแล้ว สามารถดูได้ทันที แต่ไม่ใช่ ดังนั้น จึงมีการนำคูปองไปแลกกล่องเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น จากที่แจกไป 8 ล้านฉบับ
ประการต่อมา โครงข่ายที่ตกลงกับ กสทช.ว่าจะต้องดูได้ชัดในเวลาช่วงนั้นช่วงนี้ เอาเข้าจริง ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง โครงข่ายไหนที่เอาจริงเอาจังในการลงทุน โครงข่ายนั้นก็ดูได้ชัด โดยรวมแล้วถามว่า ใครผิด?
ทีวีดิจิทัล 17 ราย 24 ช่อง ไม่ใช่แค่วาระระหว่าง กสทช.กับผู้ประกอบการ เท่านั้น แต่เป็นวาระแห่งชาติ หลายประเทศในการเปลี่ยนถ่ายจากระบบอะนาล็อก ไปสู่ดิจิทัล เขามะรุมมะตุ้มทำกัน ไม่ใช่เอาแค่องค์กรที่เรียกว่า กสทช.มาทำเพียงองค์กรเดียว กฎเกณฑ์กติกาที่เป็นอยู่ทุกวัน ต้องถามว่า ควรจะหาทางออกอย่างไรบ้าง ?
เคยมีผู้เสนอว่า ถ้าเราแก้กฎหมาย 2 ฉบับ พ.ร.บ.ความถี่วิทยุ กับ พ.ร.บ.จัดตั้งองค์กรควบคุมความถี่วิทยุ แก้เพื่อให้ใบอนุญาตเปลี่ยนมือได้ ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายได้ เมื่อผู้บริหารหรือเจ้าของไปไม่รอดจริงๆ ก่อนที่จะคืนใบอนุญาต เขาไปหาพันธมิตรมาลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยเขายอมเป็นผู้ถือหุ้นน้อย ผมว่า เขาหาได้ แต่เขาจะหาไม่ได้หากใบอนุญาตเปลี่ยนมือจากคนเก่าเป็นคนใหม่ไม่ได้ ซึ่งแนวความคิดนี้ที่มีการเสนอมาไม่ได้รับการตอบรับ เรื่องก็เงียบหายไป
ประการต่อมา พอถึงจุดหนึ่งหากไปกันไม่ได้จริงๆ เปิดโอกาสให้เขาคืนใบอนุญาตได้ไหม เขาสู้ไม่ไหว แต่นี่ถ้าเขาคืนใบอนุญาตก็ถูกยึดเงินค้ำประกัน ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย เพราะกฎเกณฑ์เขียนไว้อย่างนั้น
มีอะไรหลายอย่างที่คิดว่า ทางออกน่าจะมี แต่ถ้ายอมรับก่อนว่า ณ ขณะนี้กำลังจะมีคนตาย กฎเกณฑ์ที่ใช้ภาวะปกติ ผ่อนปรนได้หรือไม่ ?
ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า จากที่ได้คุยกับผู้ประกอบการ ก็ทราบว่า มีปัญหา แต่จากที่เห็นข่าว ที่ว่ามีปัญหาทางทีวีนั้น ทีวีนี้ ผมอยากให้ต้องระวังอย่างหนึ่งว่า บังเอิญผลอาจจะไม่ได้เกิดกับวงการทีวีอย่างเดียว อาจจะเกิดกับองค์กรธุรกิจอย่างอื่นด้วย อยากให้แยก เพราะจะมีผลกระทบที่เกิดมาจากสภาพเศรษฐกิจมหภาคของโลกของประเทศที่ชะลอตัวลง ก็จะมีผลกระทบนาน แต่ไม่โชว์ในกลุ่มนี้กลุ่มเดียว โชว์ในกลุ่มอื่นด้วย ต้องแยกประเด็นเฉพาะ กลุ่มนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ขนาดไหน เวลาดูว่าบริษัทไหนขาดทุนกำไร อยากให้แยกเพราะเขาอาจจะทำหลายกิจการ อยากให้ดูเฉพาะในเรื่องกลุ่มธุรกิจทีวีเพียงอย่างเดียว ว่าประสบปัญหาแค่ไหน
ประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนสองอย่าง คือ จากระบบอะนาล็อก เป็นระบบดิจิทัล อีกอย่างก็คือ ปรับเปลี่ยนระบบสัมปทาน เป็น ใบอนุญาต
สำหรับเรื่องของใบอนุญาต จริงๆ แล้ว เจ้าของที่เป็นนิติบุคคลสามารถขายหุ้นออกไปได้ เปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้นได้ ขออย่างเดียว ไม่ให้ขัดกับกฎระเบียบเรื่องการครอบงำ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็เนื่องจากนิติบุคคล เป็นเจ้าของเดียวเป็นเจ้าของใบอนุญาต 2 ใบ หากเป็นคนละนิติบุคคล ใบอนุญาตคนละใบ ก็สามารถขายได้
ดร.สิขเรศ ศิรากานต์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ที่จะมีธุรกิจที่ไปได้และไปไม่ได้ ในช่วงแรกของการปรับเปลี่ยน ในต่างประเทศก็มี 3 ราย ที่อยู่ในยุโรป ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และ สเปน ที่เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของโลกช่วงเปลี่ยนถ่ายโทรทัศน์ดิจิทัล ซึ่งสาเหตุก็มาจากตัดสินใจลงทุนผิดพลาด ล้มเหลว ทุ่มงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้งสามรายไม่มีเรื่องของเงินประมูล เพราะเขาใช้ระบบใบอนุญาตมานานแล้ว ในขณะที่ของประเทศไทยต้องมีเงินประมูล ซึ่งเยอะพอสมควร ในช่วงปีแรก ต้องลงทุนเป็นจำนวนมาก
บางประเทศเปลี่ยนถ่ายระบบได้เร็ว ภายใน 3-5 ปี บางประเทศก็ปรับเปลี่ยนได้ช้า สรุปได้ว่า ทุกประเทศที่มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นระบบดิจิทัล ต่างก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น และก็มีบ้างที่ล้มหายไป
สำหรับปัญหาในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดร.สิขเรศ กล่าวถึงทางออกเอาไว้ในบทสรุปของเขาว่า ต้องมาคุยกันให้ชัดเจนเพื่อหาทางออก สิ่งที่เกิดขึ้นจะโทษทาง กสทช.อย่างเดียวไม่ได้ หรือโทษทางผู้ประกอบการก็ไม่ได้เช่นกัน



