ข่าว

ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ข้อควรคิดควรคำนึงเพลานี้

ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ข้อควรคิดควรคำนึงเพลานี้

05 พ.ย. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ข้อควรคิดควรคำนึงเพลานี้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                      เมื่อผมได้อ่านข่าวของศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ที่มีการระบุออกมาว่าจากการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 1,262 กิจการทั่วประเทศ ไตรมาส 3 ปี 2558 ถือว่าต่ำสุดเป็นครั้งแรกและในรอบ 3 ปี มีรายละเอียดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 34.2 ปรับลดลงจากระดับ 38.7 หรือลดลง 11.6% จากไตรมาสก่อน และความเชื่อมั่นของธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีอยู่ที่ 53.1 สูงกว่าระดับปกติที่ 50
 
                      สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงเชื่อมั่นต่อภาวะธุรกิจปลายปี 2558 แต่ความหวังที่จะพลิกฟื้นกำลังซื้อภายในประเทศ ต้องอาศัยการใช้จ่าย การลงทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ซึ่งเป็นการบ้านข้อใหญ่ของทุกฝ่าย ไม่ว่ารัฐและเอกชนที่จะต้อง “ร่วมด้วยช่วยกัน” ที่รอพิสูจน์ 
 
                      ศูนย์วิเคราะห์ระบุว่า ความหวังที่จะพลิกฟื้นกำลังซื้อต้องอาศัยการใช้จ่ายการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมเช่น มาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอี มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกองทุนหมู่บ้าน รวมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาส 3-4 นี้ จะมีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน เรื่องของขนาดเม็ดเงินที่มากพอจะฟื้นเศรษฐกิจได้จริง จึงเชื่อว่าอาจช่วยหนุนความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้เริ่มปรับตัวดีขึ้นในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
 
                      นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อรายได้ของธุรกิจมีการลดลงมากกว่าต้นทุนการผลิต ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการยังมีความกังวล คือ
 
                      1.เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว โดยมองไปที่ตัวเลขของภาคการส่งออกติดลบ 5.5% สูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงว่าเป็นเรื่องของการค้าโลกที่มีปัญหากันไปทุกแหล่งแห่งที่
 
                      2.กำลังซื้อที่ลดลง เนื่องมาจากปัญหาราคาสินค้าของภาคการเกษตร การเกิดภัยแล้งที่มีผลต่อผลผลิตทางการเกษตร ภาวะที่ผู้มีรายได้น้อยมีภาระหนี้และการชำระหนี้ต่อเดือนในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือน เรื่องของการแข่งขันในธุรกิจสูงที่สูงขึ้นเพราะต่างก็ขายของไม่ดี ก็อาจใช้วิธีการแข่งขัน ลด ตัด หั่นราคา เพื่อตุนเงินสดเข้ามาไว้ในกิจการ บางรายอาจมีปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอและจะหาสินเชื่อเพิ่มอาจจะไม่ง่ายเหมือนในอดีต
 
                      เราต้องยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาในเวลานี้ของภาครัฐเขาก็ทำอย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง จะไปใช้วิธีการพิสดารแบบในอดีตไม่ได้ จะไปกระตุ้นให้คนเป็นหนี้มากๆ เพื่อเอามาใช้จ่ายไม่ได้อีกต่อไป จะไปเอาเงินหลวงเป็นเจ้ามือซื้อสินค้าเกษตรแบบทุกเม็ด ทุกกิโลกรัมในราคาที่สูงกว่าที่เขาค้าขายกัน แล้วบอกว่าคือการจำนำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว 
 
                      ทุกคน ทุกหมู่ทุกเหล่า ต้องทำหน้าที่ของตนเอง อย่างดีที่สุด เมื่อหลวงมาช่วยประคับประคองจนผ่านไปได้แล้ว อย่าลืมเสียภาษีให้ถูกต้องด้วย...ลึกๆแล้วผมยังเคยคิดว่า หรือเพราะบางทีไม่เสียภาษีตามหน้าที่อย่างถูกต้อง...เลยต้องมารับผลกรรมที่ทำไว้ในโลกธุรกิจ...อันนี้คิดเล่นๆ นะครับ หากไม่ถูกใจ หรือไปสะกิดใจ ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
 
 
 
 
--------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ข้อควรคิดควรคำนึงเพลานี้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)