
มณีพงศ์นักตบลูกขนไก่ประกาศเลิกเล่น
03 พ.ย. 2558
มณีพงศ์อดีตคู่หูนรกแตกประกาศอำลาวงการชั่วคราวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่และทำธุรกิจครอบครัวย้ำหากดีขึ้นจะขอคัมแบ็กกลับคืนวงการลูกขนไก่อีกครั้งแน่นอน
จากกรณีที่ “เจ้าเอ” มณีพงศ์ จงจิตร นักตบลูกขนไก่ชื่อดัง ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมทั้งประเภทชายคู่ และคู่ผสม มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ ไม่ได้ลงสนามมาตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.ปีก่อน จนทำให้สมาคมแบดมินตันต้องมีการปรับแผนการทำทีม ที่เดิมจะให้เจ้าตัวกลับจับคู่กับ “เจ้าอาร์ต” บดินทร์ อิสสระ ที่เคยจับคู่กันโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มาแล้ว ลุยทำแต้มสะสมเพื่อไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล เปลี่ยนมาเป็นให้บดินทร์ไปจับคู่กับ “ต้นน้ำ” นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร ที่ก็เคยเป็นอดีตคู่หูของมณีพงศ์เช่นกันแทน
ล่าสุด มณีพงศ์ กล่าวว่า แม้ล่าสุดอาการบาดเจ็บดังกล่าว คือที่เส้นเอ็นใต้ข้อกระดูกไหล่ขวาฉีกจะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะใช้งานหนักได้ ยังมีอาการบาดเจ็บเล็ดลอดให้เห็น ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอสำหรับการฝึกซ้อมเพื่อเล่นแบดมินตันระดับอาชีพ โดยเมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้วหลายอย่างทั้งกับตัวเองและผู้อื่น จึงตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นนักแบดมินตันก่อน แต่หากทุกอย่างลงตัว และหัวไหล่หายดีก็ไม่ปิดโอกาสที่จะหวนสู่วงการตบลูกขนไก่อีกครั้ง
มณีพงศ์ กล่าวอีกว่า 17 ปีที่โลดแล่นในวงการนี้ทุ่มเทฝึกซ้อมและลงแข่งขันด้วยความรักในกีฬาชนิดนี้ แต่เมื่อมีปัญหาเช่นนี้ ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งก็ได้คิดทบทวน และปรึกษากับผู้ใหญ่หลายท่านแล้ว จึงตัดสินใจดังกล่าว พร้อมขอบคุณผู้มีพระคุณทุกคนที่สนับสนุนตลอดมา โดยหลังจากเลิกเล่นก็จะผันตัวเองไปดูแลธุรกิจจานเมลามีนยี่ห้อสตาร์และลีลาวดีของฝั่งครอบครัวภรรยา คือ “น้องโบว์”ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ ที่เพิ่งแต่งงานเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดธุรกิจใหม่ของตัวเองคือเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการจดทะเบียน อาหารและยา(อย.) อีกด้วย
“ผมคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ว่าการบาดเจ็บ 10-11 เดือน แล้วยังไม่หายนั้น เป็นการเสียเวลากับการอยู่เฉยๆ ดังนั้นจึงขอให้โอกาสนี้หยุดพักเพื่อฟื้นฟูตัวเอง และทำธุรกิจของครอบครัวกลับของตัวเองก่อน พร้อมกับรักษาตัวไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าอาการบาดเจ็บหายดีจนถึงขั้นว่ามั่นใจเต็ม 100 เปอร์เซนต์เมื่อไหร่ ก็จะประกาศกลับมาเล่นแบดมินตันอีกครั้งแน่นอน เพราะผมเองก็ยังอายุไม่เยอะ ยังมีเวลาเล่นกีฬาลูกขนไก่ได้อีกนาน”
ด้าน “เจ้าอาร์ต”บดินทร์ อิสสระ กับ “ต้นน้ำ”นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร อดีตคู่หูของ มณีพงศ์ ซึ่งเดินทางไปแข่งขันที่บาห์เรน เปิดเผยว่า เข้าใจการตัดสินใจของเขา และขอบคุณที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาโดยตลอด จากนี้ก็ขอให้มณีพงศ์โชคดี และประสบความเร็จจกับธุรกิจของตัวเอง ขณะที่เราทั้งคู่จะมุ่งมั่นเพื่อลุ้นคว้าสิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล ในปีหน้าให้ได้
ขณะที่ “โค้ชโต้ง”ศิริพงษ์ ศิริภูล โค้ชและเจ้าของสโมสรต้นสังกัดของมณีพงศ์ เผยว่า รู้สึกช็อคกับการตัดสินใจของ มณีพงศ์ เพราะอายุเขายังน้อย และเพิ่งพูดคุยกันเมื่อเร็วๆนี้เอง ว่าอยากให้เขาทำธุรกิจ และเล่นกีฬาไปพร้อมๆกัน ซึ่งอาจจะกลับมาซ้อมที่สโมสรแบดมินตันศิริภูลก็ได้ แล้วก็แบ่งเวลาไปบริหารธุรกิจ แต่ก็เข้าใจถึงอาการบาดเจ็บของเขา โดยเชื่อว่าถ้ามณีพงศ์พร้อมก็จะกลับมาลงเล่นอีกครั้ง เพราะคนที่เล่นมือหน้าในประเภทคู่ได้ดีแบบมณีพงศ์หาได้ยาก และตั้งแต่ฝึกซ้อมให้เด็กหลายคนก็คิดว่าเอมีการเล่นที่ครบเครื่องมากที่สุด จึงน่าเสียดายที่เขาเลิกเล่นเร็วไป
ส่วน “โค้ชโอ๊ค”พ.ท.ศักดิ์ระพี ทองสาริ ผู้ฝึกสอนนักแบดมินตันทีมชาติไทย ที่ดูแลการฝึกซ้อมประเภทคู่ กล่าวว่า เคารพในการตัดสินใจของ มณีพงศ์ แต่ก็เสียดาย เพราะมณีพงศ์นับเป็นมือหน้าที่ดีสุดของไทยในเวลานี้
สำหรับมณีพงศ์ เป็นชาว จ.ภูเก็ต และเริ่มเล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุ 5 ปี ก่อนจะประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ประเภทคู่ผสมเยาวชนโลก ปี ค.ศ.2009 คู่กับ รจนา จุฑาบัณฑิตกุล ก่อนที่ปี ค.ศ.2012 จะคู่กับ บดินทร์ คว้าแชมป์ “อินเดีย โอเพ่น ซูเปอร์ซีรีส์” จนเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย โอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ จนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “คู่หูนรกแตก” จากนั้น มาจับคู่กับ นิพิฐพนธ์ คว้าแชมป์ “แคนาดา โอเพ่น 2013” และ “ยูเอส โอเพ่น 2014”



