
อนาคตเอสเอ็มอีไทยรุ่งแน่ถ้า...
04 พ.ย. 2558
เล่าสู่กันฟัง : อนาคตเอสเอ็มอีไทยรุ่งแน่ถ้า... : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
มาตรการสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นเรื่องที่ส่งผลดีไม่น้อยทีเดียว เพราะเป็นการต่อยอดการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่กลุ่มเอสเอ็มอีเกือบแสนรายของไทย ในรูปแบบที่หลากหลาย
ในวงเงินงบประมาณ 5,097 ล้านบาท แบ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประกอบการอยู่แล้ว (Regular SMEs) จำนวน 2,947 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ถึง 55,338 ราย สำหรับทางด้านการสร้างผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม (New/Start up Entrepreneurs) ในวงเงิน 408 ล้านบาท ก็คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อีก 22,715 ราย ส่วนที่แบ่งเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ (Turnaround) ในการนำไปปรับแผนธุรกิจ เป็นการเร่งด่วน วงเงินอีก 630 ล้านบาท ก็คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อีก 1.7 หมื่นราย และในส่วนที่เหลือจะนำไปสร้างและพัฒนาปัจจัยสนับสนุน (Enabling Business) วงเงิน 1,112 ล้านบาท คาดว่าจะช่วย เอสเอ็มอีได้อีก 2,450 ราย
มาตรการเหล่านี้น่าจะทำให้เอสเอ็มอีไทยแข็งแรงขึ้นไม่มากก็น้อย เห็นได้จากตัวอย่างคือญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีนโยบายและมาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีที่น่าสนใจโดยเน้นให้เอสเอ็มอีสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืนและสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ ยกตัวอย่าง มาตรการด้านการลงทุน รัฐบาลญี่ปุ่นมีมาตรการสนับสนุนทางการเงินโดยตรงแก่เอสเอ็มอี ให้สินเชื่อหรือร่วมลงทุนกับโครงการของเอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เกิดมูลค่าเชิงพาณิชย์ มาตรการการสนับสนุนทางการเงินโดยอ้อมผ่านบริษัทร่วมทุน (Venture Capital Companies) เป็นต้น
หรือมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ มีการจัดตั้งระบบเพื่อค้ำประกันความเสี่ยงในสินเชื่อและเงินลงทุนให้แก่เอสเอ็มอีที่มีปัญหา โดยเอสเอ็มอีที่ได้รับการค้ำประกันจะสามารถกู้ยืมได้จากระบบค้ำประกันความเสี่ยงในต้นทุนที่สูงกว่าอัตราตลาดเล็กน้อย
นอกจากนั้นยังมีมาตรการทางภาษี ให้สิทธิพิเศษทางภาษีเพื่อจูงใจให้เอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการพัฒนาต่างๆ ส่งเสริมธุรกิจจัดตั้งใหม่ รวมถึงส่งเสริมระบบธุรกิจรับช่วงการผลิต การเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างเอสเอ็มอีด้วยกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฯลฯ
การเพิ่มขีดความสามารถให้แก่เอสเอ็มอีไทยวันนี้ แม้จะมีภาครัฐเป็นหน่วยงานหลักในการดูแล แต่ก็ยังต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมทั้งภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ มาสนับสนุนเป็นพี่เลี้ยงในภาคปฏิบัติ อาทิ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งทางเทคโนโลยีและโนว์ฮาว หรือด้วยการช่วยแสวงหาตลาดใหม่ๆ หรือด้วยการเป็นช่องทางจัดจำหน่ายให้ เป็นต้น
ในขณะที่สถาบันการเงินอาจเข้ามามีบทบาทด้วยการสนับสนุนเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ หรือสถาบันการศึกษาที่มีงานวิจัยดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานสินค้า ฯลฯ ซึ่งหากทุกภาคส่วนผนึกกำลังช่วยเหลือ เอสเอ็มอีได้จริง ก็คาดว่าในอนาคตเอสเอ็มอีของเราจะเข้มแข็งขึ้น จนกลายเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง
---------------------
(เล่าสู่กันฟัง : อนาคตเอสเอ็มอีไทย รุ่งแน่ถ้า... : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



