
กลยุทธ์ "แดง"
การจัดงานแซยิด "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เตรียมจัดงานใหญ่ทั่วทุกจุด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางบางพื้นที่
เบื้องลึกของงาน หาได้หมายถึงแค่แซยิด 60 ปี ทักษิณ
หากแต่มุ่งที่จะเปรียบเทียบกับสิ่งที่คนเสื้อแดงกำลังต่อสู้ ที่ไม่อาจบอกกล่าวกับใครได้ในด้านเปิด
สิ่งเดียวที่แสดงให้เห็นได้ก็คือ แสดงพลังให้ทุกคนเห็นว่า "ทักษิณ" ยังเป็นที่ต้องการของคนไทยแม้ว่าตัวจะไม่อยู่ในประเทศ แต่ "คนรักทักษิณ" ก็จัดให้
ยกย่องว่า "ทักษิณ" ยังเป็นคนสำคัญ
รูปแบบ-วิธีการขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ อาจแตกต่างกันไปตามความคิด ความเชื่อ โดยมีแกนนำ และ ส.ส.ในแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย คำนวณแล้วก็ไม่น่าจะมากมายนัก
เทียบกับเมื่อช่วงเดือนเมษายน ถือว่ายังห่างกันเยอะ
อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ถือว่าสมประโยชน์ทั้งคนจัดและ "นายใหญ่" เพราะคนจัด-คนสู้
สู้แล้วรวย คนจ่ายได้แสดงถึง "ความมีอำนาจและแรงศรัทธา"
ได้ทั้งเรื่องการตัดไม้ข่มนาม จิตวิทยามวลชน ผูกใจประชาชนให้อยู่กับตัวเองนานเท่าที่จะสามารถทำได้
เมื่อมวลชนเข้มแข็ง การชุมนุมแสดงพลังก็จะแปรผันไปเป็น "การต่อรอง"
นั่นคือแผนขั้นที่สอง หรือบันไดขั้นต่อไป
ที่จะต้องลบภาพในอดีต ที่ชุมนุมกดดัน แต่กลับเกิดภาพเสียหาย ทำให้ไม่ได้ใจมวลชน
ดังนั้นจะเกิดภาพการล่ารายชื่อประชาชนเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "ทักษิณ"
โดยนำรายชื่อประชาชนจำนวนมากมาต่อรองกับผู้มีอำนาจแทน
การทำกิจกรรมของคนเสื้อแดงจึงเน้นระดมทุนและระดมคนมาร่วมกิจกรรมเป็นหลัก
การพลิกมาใช้วิธีนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะชนกับรัฐบาลโดยตรง
วิธีการเช่นนั้นแทนที่จะล้มรัฐบาล ผู้ชุมนุมกลับได้คดีความ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล รับคดีไปอย่างน้อยคนละ 5-10 คดี
เป็น ส.ส.ก็สบายไป เพราะใช้ตำแหน่งประกันตัวเองได้ แต่สำหรับแกนนำประชาชนคนทั่วไปต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว
ระดับแกนนำบางคนก็ยังถูกทอดทิ้งให้ช่วยเหลือตัวเอง !
การเมืองย่อมมีขึ้นมีลง แกนนำย่อยบางคนเริ่มหลบฉาก เพราะเริ่มรู้ตัวว่าเมื่อคนที่ตนสนับสนุนหมดสิ้นอำนาจวาสนา อยู่ไปก็จะพาตัวเองอาภัพอับจนไปด้วย
ที่สำคัญขนาดผู้นำยังหนีหัวซุกหัวซุนแล้วคนเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาจะไปหาเงินจากไหนมาต่อสู้ในชั้นศาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สู้เพื่อตัวเองเลยสักนิด
ยิ่งหันไปดู "ผู้นำ" ที่แม้จะไร้แผ่นดินที่ซุกหัวนอน แต่ก็กินอยู่อย่างสบาย ต่างกับแกนนำชาวบ้านที่ต้องอยู่อย่างลำบากยากแค้น
เรื่องนี้ "3 เกลอ" ก็รู้ดี เพราะการขอความช่วยเหลือเข้ามาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก นี่จึงเป็นที่มาของการปรับกลยุทธ์ จาก "กดดัน" มาเป็นแสดงพลังเพื่อ "ต่อรอง"
สมถวิล เทพสวัสดิ์



