ข่าว

 คิดสั้น 'ปล้น' แท็กซี่ขับ...ถูกจับทันควัน

คิดสั้น 'ปล้น' แท็กซี่ขับ...ถูกจับทันควัน

24 ก.ค. 2552

อะไรไม่สำคัญเท่าความคิด คิดดีทำดี คิดชั่วทำชั่ว บัดนี้ "เดชฤทธิ์ ใจดี" วัย 24 ปี ตระหนักได้ดีว่าหากเขาคิดดีประพฤติดีคงไม่มีวันนี้สำหรับเขา !?!

เดชฤทธิ์ถูกตำรวจจับในข้อหาจี้ชิงทรัพย์ เมื่อกลางดึกวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถแท็กซี่คันหนึ่ง คิดเพียงว่าจะนำรถที่ได้มานั้นประกอบสัมมาอาชีพ ตระเวนขับรับคนไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นค่าเช่าให้เถ้าแก่เจ้าของอู่อย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้

 ชายหนุ่มวัย 24 ปี เรียนจบชั้น ม.6 การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) สมัครทำงานกับสำนักงานกฎหมายและทนายความ ทำหน้าที่ไปคัดสำเนาหมายศาล ส่งหมาย หรือโทรศัพท์ทวงเงินจากลูกหนี้ธนาคาร ตามแต่สำนักงานกฎหมายและทนายความของเขาจะรับงานใดมา ได้เงินเดือน 6,000 บาท ทำอยู่นานหลายปีเงินไม่พอใช้จึงหันมารับจ๊อบส่งหมายฟ้องให้ลูกหนี้ มีรายได้เพิ่มวันละ 500 บาท แต่กระนั้นก็ยังไม่พอใช้จ่ายจึงทดลองขับรถแท็กซี่หาเงินเพิ่ม เพียงวันแรกเขาก็หาเงินได้ราวพันกว่าบาท แต่พอสุดท้ายต้องหักค่าเช่ารถและค่าแก๊สทำให้แทบไม่เหลือเก็บ

 เมื่อเห็นเม็ดเงินที่ได้จากการขับแท็กซี่มีมากพอดู เดชฤทธิ์จึงอยากมีรถแท็กซี่เป็นของตัวเอง จะได้ไม่ต้องแบ่งค่าเช่าให้เถ้าแก่เจ้าของอู่ ที่เปรียบเสมือนเสือนอนกินทั้งที่แทบไม่ทำอะไร เขาลองคำนวณตัวเลขคร่าวๆ ในอากาศเล่นๆ หากว่ามีรายได้ตกวันละ 2,000 บาท โดยไม่หักค่าอะไรเลย เดือนหนึ่งจะมีเงินตก 6 หมื่นบาท มากพอจะดึงดูดใจให้คิดเตลิดไปถึงเรื่อง "การมีรถแท็กซี่" เป็นของตัวเองโดยไม่ต้องลงทุน !?!

 ปัจจุบันมีโชเฟอร์แท็กซี่จำนวนไม่น้อยที่เอารถไปขับแล้วไม่ส่งค่าเช่า ไม่ส่งค่างวด นำรถไปเป็นของตัวเองแล้วเปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอมใส่แทน ขับรับผู้โดยสารอยู่ทั่วกรุงเทพฯ จนเจ้าของอู่แท็กซี่ที่เดือดร้อนใช้วิธีจดรายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อ รุ่น สี และหมายเลขทะเบียน แจกจ่ายให้แก่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่คนอื่นๆ ให้ช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา พร้อมกับตั้งรางวัลนำจับ เพียงแค่แจ้งเบาะแสรถที่พบจะได้เงินรางวัลตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงแสนบาท เดชฤทธิ์เองก็รู้ดีถึงปัญหาที่เจ้าของอู่กำลังเผชิญ แตกต่างเพียงเขาไม่คิดจะเอารางวัลนำจับ แต่คิดไปไกลถึงการ "ขโมย" แท็กซี่นำมาสวมทะเบียนปลอมขับหาเงิน เหมือนกับที่โชเฟอร์แท็กซี่หัวหมอทั้งหลายทำอยู่

 เมื่อตกลงใจว่าจะปล้นแท็กซี่ชิงรถ ชายหนุ่มวัย 26 ปี ไปหาซื้อปืน .45 ต่อจากเพื่อนในราคา 5,000 บาท เตรียมเทปกาวและเชือก แล้วก็รอเวลากระทั่งตัดสินใจว่าจะลงมือตอนกลางดึกวันที่ 23 กรกฎาคม เขาไปยืนรอเรียกรถแท็กซี่ที่ปากซอยรัชดาภิเษก 4 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พอแท็กซี่ทะเบียน ทล 5480 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา จึงเรียกให้ไปส่งสนามบินสุวรรณภูมิ

 ขณะที่ "ชาคริต วันบุญ" โชเฟอร์แท็กซี่วัย 25 ปี จากบางมูลนาก จ.พิจิตร ขับรถไปตามทางมาถึง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เดชฤทธิ์ลังเลและชั่งใจอยู่นานว่าจะทำดีหรือไม่ เขาทำทีเป็นแกล้งพูดคุยโทรศัพท์ สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกให้จอดแล้วหยิบปืน.45 ขึ้นมาจี้บังคับคนขับ พร้อมกับโยนเทปกาวให้ปิดตาตัวเอง ส่วนเขาใช้เชือกที่เตรียมมามัดมือมัดขา ท่ามกลางการตะโกนร้องขอชีวิตอย่างลนลานของชาคริต

 "อยากได้อะไรก็เอาไปเลย อย่าฆ่าผม" โชเฟอร์แท็กซี่วิงวอน

 "ถ้าไม่สู้ไม่ฆ่า" เดชฤทธิ์ย้ำคำก่อนจะมัดมือและขาเอาไว้หลวมๆ เผื่อว่าเมื่อทิ้งลงป่ากล้วยข้างทางแล้วจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ จากนั้นก็ขับรถแท็กซี่วิ่งออกจากจุดเกิดเหตุจนถึงถนนพระราม 9 ในใจตอนนี้เขาคิดวนเวียนเพียงว่า จะถูกตำรวจจับได้หรือไม่ อีกใจก็คิดว่าปืนที่ซื้อมาใช้ได้หรือเปล่า จึงชะลอรถแล้วหยิบอาวุธปืนออกมา เปิดกระจกยื่นแขนออกไปแล้วเหนี่ยวไก...เสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้เดชฤทธิ์ตกใจไม่น้อย จากนั้นจึงเก็บปืนแล้ววิ่งมาทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ คิดว่าจะหาที่จอดเปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอม ทว 4290 กรุงเทพมหานคร ที่เตรียมมาติด แต่โชคไม่เคยเข้าข้างคนผิด เดชฤทธิ์ก็พบเข้ากับด่านตำรวจ สน.มักกะสัน เสียก่อน

 พ.ต.อ.ศรัญญู ชำนาญราช ผกก.สน.มักกะสัน และ ร.ต.อ.เรวัต ราชสังข์ รอง สวป.สน.มักกะสัน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุรามา ระบบสื่อสารเครือข่าย บก.น.1 ให้สกัดจับรถแท็กซี่ ทะเบียน ทล 5480 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์มาจากปากน้ำ เมื่อพบเจอที่หน้าตึกไบร์ทตันเพลสจึงเรียกตรวจพบอาวุธปืน.45 พร้อมกระสุน 4 นัด โทรศัพท์ผู้เสียหาย 1 เครื่อง เงินสด 900 บาท และป้ายทะเบียปลอม ทว 4290 กรุงเทพมหานคร จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ

 "ทุกวันนี้คนขับแท็กซี่หลายคนไม่ส่งค่าเช่า เพราะค่าเช่าแพง แล้วนำรถไปเป็นของตัวเอง เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีรถแท็กซี่ขับ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่ากะเหมือนกับพวกนี้ แต่ถ้าจะทำแบบพวกนี้ก็กลัวว่าจะถูกตามจับได้ เพราะเจ้าของอู่มีรายละเอียดของรถ แจ้งให้คนขับแท็กซี่ที่พบแจ้งเบาะแสแลกรางวัลนำจับ เลยคิดว่าไปจี้ชิงรถเอามาติดป้ายทะเบียนปลอมดีกว่า" เดชฤทธิ์ให้เหตุผลที่ไม่มีเหตุผลของเขา

 ชายหนุ่มกลัวว่าจะถูกเจ้าของอู่ตามแท็กซี่พบ หากว่าไปเช่ามาแล้วไม่ส่งค่ากะ แต่ไม่กลัวว่าจะถูกตำรวจจับ ถ้าไปปล้นแท็กซี่มาเป็นของตัวเอง !?!