ข่าว

‘บิ๊กป้อม’เมิน‘แม้ว’โพสต์ปรองดองย้ำรบ.มีเมตตา

‘บิ๊กป้อม’เมิน‘แม้ว’โพสต์ปรองดองย้ำรบ.มีเมตตา

02 พ.ย. 2558

‘พล.อ.ประวิตร’ เชื่อโพลล์เห็นด้วย ‘นายกฯ’ ปิดประเทศหากวุ่นวาย เมิน ‘ทักษิณ’ โพสต์ปรองดอง ย้ำรัฐบาลมีความเมตตา นำเหล่าทัพร่วมชมงาน ‘Defense & Security 2015’

 

        2 พ.ย.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ผลสำรวจโพลล์ถามความคิดเห็นประชาชนกว่า 50% เห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการปิดประเทศหากเกิดความไม่สงบเรียบร้อยว่า ไม่ทราบว่าสะท้อนอะไรหรือไม่ ต้องไปถามประชาชน ทั้งนี้ตนมองภาพรวมว่าประชาชนต้องการความสงบ เพราะจะทำให้ภาคเศรษฐกิจเดินต่อได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์หากเกิดความไม่สงบในอนาคต เพราะมองว่า การจะดำเนินการใดๆต้องคิดถึงต่างประเทศด้วย ถ้าทำให้เกิดความเสียหายภายในประเทศ มีการใช้อาวุธสงคราม ตนคงรับไม่ได้ และไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้น

          เมื่อถามว่า สถานการณ์ในปัจจุบันการปิดประเทศเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนมองไม่เห็น แต่ต้องดูแลประเทศให้เกิดความสงบและเดินต่อไปข้างหน้าได้
 
          ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใส่เสื้อสีแดงพร้อมโพสต์ข้อความเรียกร้องคุณธรรมและเมตตาธรรมในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนแกนนำคนเสื้อแดงอื่นๆ ว่า รัฐบาลนี้มีความเมตตาอยู่แล้ว แต่เรื่องในอดีตต้องเป็นหน้าที่ของศาล และกระบวนการยุติธรรม เพราะไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดนี้ ส่วนเรื่องในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมา นายกฯพูดชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดหลังจากเหตุการณ์ 22 พฤษภาคม 2557 นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบทุกเรื่อง แต่เรื่องที่เกิดก่อนหน้านั้น เราจะไปพูดได้อย่างไร ดังนั้นต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม
 
          เมื่อถามถึงกรณีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2558 ว่าด้วย การคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิดนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการความคุ้มครองทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ถ้าทำงานแต่ไม่มีความคุ้มครอง ตนถามว่าจะทำงานอย่างไรได้ มีแต่ความลำบาก และยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะเราไม่ได้เอากฎหมายไปทำลายกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ใช้เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเท่านั้น
 
 
‘บิ๊กป้อม’ เปิดงาน ‘Defense & Security 2015’
 
 
          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 พ.ย.58 ที่อิมแพคอารีน่าเมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "ดีเฟนส์ และซิคิวริตี้ 2015" (Defense & Security 2015) โดยมี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประเทศเครนและเช็ก รวมถึงผู้แทนจากนายทหารระดับสูงของกองทัพแต่ละประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในด้านต่างๆเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
 
          โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปัจจุบันที่มีความซับซ้อน และมีลักษณะข้ามชาติ ทำให้อาวุธยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีมีความทันสมัย นอกจากกองทัพมีหน้าที่ปฏิบัติด้านการทหารแล้ว ยังต้องมีความพร้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเมื่อประสบพิบัติ ตลอดจนแก้ไขปัญหาอื่นๆ อาทิ การป้องกันการค้ามนุษย์ และแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ดังนั้นงาน "ดีเฟนส์ และซิคิวริตี้ 2015" จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้แทนนายทหารระดับโลกได้แลกเปลี่ยนความรู้ และเสริมสร้างความร่วมมือในระยะยาว ทั้งยังเป็นช่องทางพิเศษให้กับภาคการผลิตจากนานาประเทศอีกด้วย
 
          จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับชมงาน ดีเฟนส์ และซิคิวริตี้ 2015 ว่า งานดังกล่าวจัดมาต่อเนื่องกันมา ร่วมกับกระทรวงกลาโหม และภาคเอกชน เพื่อให้ต่างประเทศมาออกบูทแสดงสินค้า ซึ่งในปีนี้มีกว่า 30 บูท อย่างไรก็ตามในส่วนของไทยสนับสนุนการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ใช้เองอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถนำเข้าประจำการในกองทัพได้ โดยเฉพาะในส่วนกระทรวงกลาโหมที่ร่วมกับภาคเอกชนได้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ มีความคืบหน้าไปมาก และพยายามดึงทุกเหล่าทัพมาเป็นลูกค้า แต่ติดที่ราคาสูง และผลิตได้จำนวนจำกัดเพียง 1-2 ชิ้น เพราะฉะนั้นต้องดูว่าในอนาคตจะดำเนินการอย่างไร เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอด นอกจากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย เช่น ประเทศยูเครน เราจะประกอบรถลำเลียงพลหุ้มเกราะแบบล้อยาง หรือ บีทีอาร์ ในประเทศไทย ส่วนการหารือกับ รมว.กลาโหมยูเครน กรณีการจัดซื้อรถถัง Oplot ที่ไทยสั่งซื้อนั้น โดยทางยูเครนทราบดี และบอกว่าจะทำตามสัญญา เพียงแต่ยังติดขัดสถานการณ์ภายในประเทศของเขา ซึ่งภายในปีนี้จะส่งมาอีก 5 คัน โดยทาง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ก็ติดตามอยู่ตลอดเวลา
 
          พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า กระทรวงกลาโหมพยายามสร้างอุปกรณ์มาใช้เอง เพียงแต่ติดขัดที่มีงบประมาณน้อย และต้องอาศัยบริษัทเอกชนให้ความร่วมมือ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการก็มีขีดความสามารถ แต่ต้องเข้าใจว่าเราไม่สามารถสร้างโรงงานผลิตเองได้ เพราะไม่มีงบประมาณ ทั้งนี้ตนมองว่าภายในปีหน้าถ้ามีงบประมาณ และร่วมงานกับเอกชนก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น 
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน ดีเฟนส์ และซิคิวริตี้ 2015 มีผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ 3 เหล่าทัพ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ โดยมีประเทศผู้ร่วมออกงาน อาทิ เกาหลี สวีเดน ตุรกี อิสราเอล เยอรมัน อิตาลี สิงคโปร์ รัสเซีย สหราชอาณาจักร ไทย ผ่านการจัดบูทต่างๆกว่า 300 บูท
 
          นอกจากนี้ยังมีการสาธิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยอีกจำนวนมากเพื่อให้ผู้ชมงานได้สัมผัสถึงศักยภาพความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการป้องกันประเทศระดับสากล เช่น ระบบขีปนาวุธ รถถัง เครื่องนำทาง ยานพาหนะที่ใช้ทางการทหาร ระบบเครือข่ายสัญญาณดาวเทียมทางการทหาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์และซอฟแวร์ทางการทหาร ตลอดจนอาวุธที่รักษาความปลอดภัยด้านต่างๆ เช่น ระบป้องกันอัคคีภัย ระบบเตือนภัย กล้องวงจรปิด ขีปนาวุธรุ่นใหม่และอุปกรณ์ต่อต้านการจราจล SAAB LOKEHEED MARTIN HARRIS IMI YUGOIMPORT DAEWOO
 
 
‘ประวิตร’ โต้ข่าวออกหมายจับทหารยศ ‘พันเอก’ เกี่ยวข้องคดีม.112
 
 
          2 พ.ย.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวออกหมายจับทหารยศพันเอก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี มาตรา 112 ว่า ไม่มี อย่าไปถามนำ ถ้ามีเจ้าหน้าที่ต้องรายงานให้ตนทราบ เพราะตนก็ดูแลตำรวจด้วย