ข่าว

แด่ครูข้างถนน

แด่ครูข้างถนน

24 ก.ค. 2552

วันที่ 23 กรกฎาคม ที่สวนทูนอิน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ "พี่ติ๋ม" ภรรยานักเขียนผู้ล่วงลับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จะจัดงานทำบุญ 100 วัน ซึ่งคงมีมิตรน้ำหมึกขึ้นไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พี่รงค์กันพอสมควร

 ผมน่ะร่ำๆ จะไปกราบพี่รงค์มาหลายหนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปสักที กระทั่งพี่รงค์จากไปอย่างสงบ และวันก่อนเพิ่งได้พูดคุยกับพี่ติ๋มเรื่องหนังสือสารคดี "ตาคลี น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้" กับ "สัตหีบ ยังไม่มีลาก่อน"

 บังเอิญว่าผมได้รับเกียรติจากพี่รงค์ให้เขียน "คำนำ" หนังสือสารคดีชุดนี้

 โดยพี่รงค์บอกผ่านมาทาง เวียง วชิระ เจ้าของสำนักพิมพ์สามัญชนว่า อยากให้ผมเขียนคำนำ เพราะครั้งหนึ่งพี่รงค์เคยอ่านบทสัมภาษณ์ที่ผมเคยพูดถึงผลงานสารคดีสองเล่มดังกล่าว ซึ่งคราวนั้นผมยกให้หนังสือสองเล่มนี้ พ่วงด้วย "ชุมทางพลอยแดง" เป็นเสมือนตำรานิเทศศาสตร์ข้างถนน

 เนื่องจากผมได้หนังสือสามเล่มนี้มาจากแผงขายหนังสือเก่าริมถนนแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตอนนั้นเพิ่งกลับคืนเมืองได้ไม่ถึงปี กลิ่นป่ายังติดตัว สีป่ายังติดผิวกาย ก็เดินหาหนังสืออ่านแก้เซ็ง เลยไปเจอผลงานเก่าๆ ของพี่รงค์วางขายเล่มละไม่กี่บาท

 จริงๆ แล้ว ผมอ่านหนังสือของพี่รงค์ ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม เพราะที่บ้านพี่เขยสะสมหนังสือพวกนี้ไว้มากมาย แต่ก็ไม่ประทับใจมากนัก กระทั่งได้มานั่งอ่านงานเขียนเชิงสารคดีของพี่รงค์ จึงรู้ว่างานเขียนแนวนี้พี่เขาก็ทำได้ดีไม่แพ้งานเรื่องสั้นหรือนิยาย

 อีกอย่างเนื้อหาของ "ตาคลี น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้" และ "สัตหีบ ยังไม่มีลาก่อน" มันใกล้ตัวผม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฐานทัพจีไอ และสงครามเวียดนาม

 ผมจึงตั้งหน้าตั้งตาอ่าน จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเป็นนักเขียนสารคดี และได้ลงมือทำงานสารคดีเชิงข่าวอย่างต่อเนื่อง จนมีโอกาสได้ทำงานหนังสือพิมพ์ และยึดเป็นอาชีพเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียมาหลายสิบปีแล้ว

 อยากแนะนำให้คนรุ่นใหม่ได้อ่านงานสารคดีสองเล่มนี้ เพราะมันเป็นมากกว่า "รายงานข่าว" ที่เต็มสีสันวรรณศิลป์

 ยิ่งนักศึกษาที่สนใจการเมืองยุคก่อน 14 ตุลา ควรหามาอ่านโดยเร็ว เนื่องจากพี่รงค์ได้เก็บบันทึกฉากชีวิตของผู้คนหลากชั้นชนในมหากาพย์สงครามดอลลาร์ไว้อย่างละเอียด

 นี่คือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในยุค "พญาอินทรีครองโลก" และสงครามเวียดนามก็เป็น "มรดกบาป" ของสหรัฐอเมริกา

 วันนี้ พญาอินทรีกำลังจะบินกลับมากางปีกป้อง "หุ้นส่วนทางการเมือง" อีกครั้ง มันเป็นละครการเมืองโลกฉากเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้แสดงใหม่เท่านั้น

 บางทีการนั่งอ่าน "ตาคลี น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้" และ "สัตหีบ ยังไม่มีลาก่อน" ในวันที่ต้องซุกตัวอยู่กับบ้าน เพราะไข้หวัดใหญ่ 2009 แพร่ระบาดหนัก อาจทำให้เราได้เข้าใจการเมืองโลก พ.ศ.ปัจจุบันมากขึ้น

 สงครามเวียดนามจบไปนานแล้ว คำว่า "ลัทธิคอมมิวนิสต์" ในอดีต ก็ถูกแทนที่ด้วย "ลัทธิการก่อการร้าย" ในปัจจุบัน

 สงครามบทใหม่ในการกำกับของพญาอินทรี กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น!

 ในวาระวันทำบุญครบ 100 วันแห่งการจากไปของพี่รงค์ ผมก็ขอกราบดวงวิญญาณครูนักเขียน ซึ่งชีวิตนี้จะไม่ขอลืมตำรับตำราข้างถนน อันมีส่วนสร้างให้ผมได้เป็นนักข่าวคนหนึ่ง และขอตามรอยพี่ที่ถากถางไว้ตลอดไป

แคน สาริกา