ข่าว

อเมริกาจะกลับมาเอเชียอีกแล้ว

อเมริกาจะกลับมาเอเชียอีกแล้ว

24 ก.ค. 2552

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 ตามด้วยการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และการประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ครั้งที่ 16 ที่ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคมนี้

ผ่านพ้นไปด้วยดี โดยเฉพาะเมื่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ลงมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลของอาเซียนว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน ก่อนจะมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 ในเดือนตุลาคมนี้

 ความสำเร็จในเรื่องนี้มีขึ้นแม้จะได้รับการทักท้วงจากประเทศภาคีสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ รวมทั้งกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่มองว่า กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนดังกล่าวเป็นเสมือนหนึ่งเสือกระดาษที่ไร้เขี้ยวเล็บ ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบหรือลงโทษประเทศภาคีสมาชิก เนื่องจากมุ่งเน้นแต่เรื่องการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนมากกว่าที่จะปกป้องสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังติดเงื่อนไขหลักการของอาเซียนที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน ไม่นับรวมเรื่องที่ระแวงว่าจะไม่เป็นองค์กรอิสระแท้จริง ปราศจากการครอบงำจากภาครัฐ 

 แต่ข้อวิตกต่างๆ ก็ได้รับการแก้ไขจนคลี่คลายลงในระดับหนึ่ง ว่าถึงจะเป็นย่างก้าวแรกที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังดีกว่าอาเซียนจะไม่ทำอะไรในเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชน อันเป็นปัญหาใหญ่ของภาคีสมาชิกหลายประเทศ โดยเฉพาะพม่า ที่ยังจับกุมคุมขังนักโทษการเมืองกว่า 2 พันคน รวมทั้งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน จนเป็นจุดอ่อนของอาเซียนที่ถูกนานาประเทศโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า

 โดยเฉพาะสหรัฐ ได้ใช้ปัญหาพม่าเป็นช่องทางที่จะหวนกลับมาร่วมวงไพบูลย์กับเอเชียอีกครั้ง พร้อมๆกับยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคนี้ ผ่านการลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งอาจจะเป็นดาบสองคมที่ต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าสหรัฐต้องการจะย้ายสนามความขัดแย้งจากตะวันออกกลางมายังเอเชียอาคเนย์หรือไม่ เพราะไม่ทันไรก็รีบแสดงความห่วงใยความปลอดภัยในภูมิภาคนี้ว่าอาจถูกคุกคามโดยตรง กรณีที่มีการถ่ายโอนเทคโนโลยีนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือและพม่า อันเป็นข้ออ้างที่สหรัฐใช้อยู่เนืองนิตย์ยามเข้าไปแทรกแซงกิจการในภูมิภาคหรือในประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือการพยายามชูปัญหาด้านการทหารผ่านการโหมโฆษณาชวนเชื่อว่าจีนต้องการจะเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทหารในทวีปนี้ ส่งผลให้มีการเสริมเขี้ยวเล็บในหลายประเทศ และจะมีผลต่อความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในอนาคตระหว่างสหรัฐกับภูมิภาคนี้