ข่าว

ทฤษฎีรู้เห็นเป็นใจ

ทฤษฎีรู้เห็นเป็นใจ

24 ก.ค. 2552

ยามใดก็แล้วแต่ที่มีคดีอุกฉกรรจ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้น ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มอำนาจ ที่มีกองกำลังทั้งถูกกฎหมายและใต้ดินเป็นของตัวเอง เมื่อนั้นสังคมจะเผชิญกับวิกฤติด้านความเชื่อมั่นศรัทธาในตัวบทกฎหมายและความถูกต้องเที่ยงธรรม

อีกสิ่งที่มักจะเกิดมาพร้อมๆ กันก็คือทฤษฎีรู้เห็นเป็นใจ คือ เมื่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่มีหน้าที่ดูแลรักษากฎหมายรู้ทั้งรู้ว่า ใครคนนั้นอยู่เบื้องหลังคดีในฐานะผู้สั่งการ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ แม้แต่รัฐบาลซึ่งอยู่ในฐานะผู้บริหารประเทศก็ไม่อาจแตะต้องได้

 ประเด็นแรกเข้าใจว่ากระบวนยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานมาสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหานั้นได้กระทำผิดจริง แต่ประเด็นข้อสงสัยหนึ่งคือมาตรการด้านปกครอง หรือแม้แต่มาตรการทางสังคมกลับยังเอื้อให้คนเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ ที่ให้คุณให้โทษหรือกำหนดบทบาททางสังคมเชิงจริยธรรมได้อีก

 มันเหมือนกับคนที่ไม่ศรัทธาในศาสนามาเทศนาสั่งสอนถึงบาปบุญคุณโทษ หรือคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวบทกฎหมายมาทำหน้าที่รักษากฎหมาย เช่นนี้แล้วจะทำให้คนอื่นเชื่อตามได้อย่างไร ?

 คดีคุณสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรนั่นก็ช่วยขยายให้ประเด็นที่กำลังพูดถึงนี้เด่นชัดยิ่งขึ้น คือ การที่ไส้ศึกตามคำที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.พูดถึงนำความลับทางคดีไปบอกให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ เป็นลักษณะเดียวกันกับทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด หรือจะเรียกว่ารู้เห็นเป็นใจ เช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้ามที่หากว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเช่นกันแล้วก็ถือว่า มีความผิดด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 ผมไม่ใช่นักกฎหมายจึงขอข้ามประเด็นความผิดและบทลงโทษ แต่อยากให้มองในแง่ของจริยธรรมและคุณธรรมว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อปกปิดความผิดหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดลักษณะนี้ สมควรแล้วหรือที่จะให้อยู่ในตำแหน่งตามเดิม ยังมีความชอบธรรมอยู่หรือที่จะยืนอยู่บนจุดของการตัดสินถูกผิดผู้คน ทั้งที่ตัวเองก็มีผิดอยู่ด้วยกระนั้นหรือ

  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลองหันกลับไปดูแต่ละคดีในอดีตจะพบว่า แต่ละคนมักมีตำแหน่งใหญ่โต จนหลายคนไม่กล้าแตะต้อง นั่นยิ่งเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีกว่า เมื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองกระทำผิดเสียเอง แล้วไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไป ประเทศไทยจะเจริญได้อย่างไร เมื่อบ้านเมืองเต็มไปด้วยผู้ใหญ่เลวๆ แล้วยังจะหวังให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นเป็นคนดีได้อย่างไร

 อ่า ขึ้นต้นด้วยทฤษฎีรู้เห็นเป็นใจ ลงท้ายด้วยทฤษฎีต้นไม้พิษ หากใครไม่เชื่อไม่อยากให้ลอง เพราะประเทศชาติไม่ใช่เรื่องที่จะมาลองกันเล่นๆ ขอเหอะ !?!

 มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]